fbpx

ทำไมเราต้องชื่นชมลูกต่อหน้าคนอื่น แต่ตักเตือนลูกเมื่ออยู่คนเดียว

Writer : nunzmoko
: 19 กันยายน 2562

เป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครชอบถูกว่า ถูกตำหนิ โดยเฉพาะคำดุ ว่ากล่าวจากพ่อแม่ เป็นสิ่งที่ลูกๆ ทุกคนไม่อยากได้ยิน แต่ในเมื่อลูกทำผิดก็ต้องมีการกล่าวตักเตือนอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ดุลูกต่อหน้าคนอื่นๆ เพราะจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าที่คุณพ่อคุณแม่คิดค่ะ

ทำให้ลูกขาดความมั่นใจในตัวเอง

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักทำลายความมั่นใจของเด็กโดยไม่รู้ตัว โดยการดุหรือพูดถึงข้อด้อยของลูกในที่สาธารณะหรือต่อหน้าคนรู้จักของลูก เช่น บอกว่าลูกอ้วน ตัวดำ ไม่สวย เรียนไม่เก่ง ไม่เหมือนคนนั้นคนนี้เลย ถ้าพ่อแม่ที่เป็นที่พึ่งของลูกยังไม่สนับสนุนเป็นกำลังใจให้เลย แล้วลูกจะมีความมั่นใจได้อย่างไร จริงมั้ยคะ

ทำให้ลูกเกิดความรู้สึกอับอาย

การตำหนิลูกต่อหน้าคนอื่นจะทำให้ลูกอับอายแล้ว โดยเฉพาะการอายเพื่อน อายคุณครู เพราะเมื่อลับสายตาเราไปแล้ว เพื่อนๆ ของลูกอาจจะเอาเรื่องที่ลูกโดนว่ามาล้อก็ได้ค่ะ

ลูกจะกลายเป็นเด็กก้าวร้าว

เด็กๆ มักมีพฤติกรรมเลียนแบบเพราะยังไม่โตพอที่จะแยกแยะสิ่งดีและไม่ดี โดยเฉพาะกับคนที่ใกล้ชิดเลี้ยงดู ถ้าพ่อแม่มักอารมณ์เสียแล้วชอบหาเรื่องว่าคนอื่น ด้วยถ้อยคำรุนแรง ลูกก็จะทำตามจนเป็นนิสัย มีปัญหากลายเป็นเด็กก้าวร้าวและทำร้ายจิตใจผู้อื่นต่อไปในอนาคต

สุขภาพร่างกายและจิตใจของลูกแย่ลง

นอกจากสภาพจิตใจที่แย่แล้ว การดุหรือตำหนิลูกต่อหน้าคนอื่นยังส่งผลเสีย ต่อสุขภาพกายลูกด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าต้องมาจากความเครียดสะสม และด้วยความที่ลูกยังเด็ก จึงไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นเด็กเก็บกดและส่งผลกระทบกับสุขภาพร่างกายในที่สุด

ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า

คนอื่นอาจจะพยายามทำเหมือนว่าเป็นแค่การพูดเล่นตลกๆ ถ้าพ่อแม่มักต่อว่าหรือล้อเลียนลูกบ่อยๆ จะทำให้ลูกรู้สึกด้อยค่าต่อหน้าคนอื่น หรือคิดว่าพ่อแม่ไม่สนใจความคิดหรือความกังวลของลูกเลย ถือเป็นการทำร้ายจิตใจลูกอีกทางหนึ่ง

คำพูดแย่ๆ จะทำให้เด็กทำลายความเชื่อมั่นในตัวเอง เด็กเล็กๆ จะค่อยๆ สร้างภาพตัวเองในใจจากคำพูดที่เค้าได้ยินเกี่ยวกับตัวเค้า ดังนั้นสิ่งที่แนะนำคือสอนลูกให้รู้จักวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขให้ถูกจุด เมื่อลูกทำผิด ลูกควรรู้ว่าปัญหาคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และควรจัดการแก้ไขอย่างไร โดยที่คุยกับลูกเองไม่ใช่ว่าหรือตำหนิต่อหน้าคนอื่นค่ะ

ที่มา – theasianparent

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 วิธีเลิกแพมเพิสฉบับ Little Monster
ช่วงวัยของเด็ก
รอยยิ้ม ที่ไม่มีวันจางหายไป
ชีวิตครอบครัว
Update
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 ผู้ช่วยโฆษก ศบค.​ ได้ชี้ว่าปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์นั้น วัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 5 - 11 จะถูกทยอยนำเข้าไทย และย้ำว่าไม่สามารถนำวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่มาลดปริมาณและฉีดแทนไม่ได้ แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยกาสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวว่าวัคซีนที่ใช้ในเด็กช่วงอายุ 5 - 11 นั้นจะเป็นฝาสีส้ม ต่างจากวัคซีนไฟเซอร์ในผู้ใหญ่ที่เป็นฝาสีม่วง และเด็กใช้ 10 ไมโครกรัมต่อโดส ในขณะที่ผู้ใหญ่จะใช้ 30 ไมโครกรัมต่อโดส ซึ่งไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ในขณะนี้มีการเตรียมแผนในการฉีดวัคซีนในเด็กอายุดังกล่าวแล้ว โดยจะฉีดไล่จากอายุ 11 ปีลงมา อ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/news/politic/2286690
14 มกราคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort