fbpx

เลี้ยงลูกแบบไหนให้พี่น้องรักกัน ไม่อิจฉากัน

Writer : nunzmoko
: 28 มีนาคม 2562

หลายๆ ครอบครัวที่มีลูกหลายคน มักเกิดปัญหาลูกๆ ทะเลาะกัน มีการแย่งของเล่น ทำลายข้าวของหรือบางทีทำร้ายร่างกายกันบ้าง แล้วถ้าคุณพ่อคุณแม่ตีหรือกล่าวโทษลูกคนใดคนหนึ่ง ก็จะทำให้เด็กที่ถูกลงโทษเกิดความไม่พอใจส่งผลให้เกิดความอิจฉากันระหว่างพี่น้องขึ้นมาได้ แล้วจะมีวิธีอะไรบ้างที่เราสามารถเลี้ยงลูกทุกคนให้รักกัน โดยไม่ทะเลาะ ไม่อิจฉา สามารถอยู่ร่วมกันในครอบครัวได้อย่างอบอุ่นและมีความสุข ไปติดตามกันเลยค่ะ

1. เลิกเปรียบเทียบ

เป็นสาเหตุใหญ่มากที่สุดที่ทำให้เด็กที่มีพี่น้อง มีความรู้สึกไม่ดี กลายเป็นเด็กขี้อิจฉา อาจจะรักลูกคนโตมากกว่าลูกคนเล็ก โดยที่พ่อแม่มักจะเปรียบเทียบโดยพูดชมเชยหรือเปรียบเทียบให้เห็นว่ามีใครเก่งกว่าใคร ใครน่ารักกว่าใคร ใครดีกว่าใคร ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการบ่มเพาะความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจให้กับเด็กเป็นอย่างมาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงในการพูดจาและการกระทำที่เปรียบเทียบเช่นนี้ เพราะจะส่งผลให้เด็กรู้สึกเสียใจและน้อยใจจนเกิดเป็นความรู้สึกฝังใจในทางลบซึ่งทำให้เด็กโตขึ้นเป็นคนที่มีปมด้อย เก็บกด ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นคนที่มีนิสัยอิจฉาริษยาชอบเอาชนะชิงดีชิงเด่นกับผู้อื่นอยู่เสมอ

2. เอาใจใส่ลูกทุกคน

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กเป็นคนขี้อิจฉาก็เพราะเด็กไม่ได้รับความดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควรจากพ่อแม่ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องการการดูแลใกล้ชิดจากพ่อแม่มากเป็นพิเศษโดยการสัมผัส กอด อุ้มและพูดคุยกับลูกอย่างสม่ำเสมอ หากเด็กไม่ได้รับความดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร จะทำให้เด็กรู้สึกว้าเหว่และขาดความรัก ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้เด็กโหยหาความสนใจจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะกลายเป็นคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ อยากให้คนมาสนใจตัวเองและถ้าเห็นใครได้รับความสนใจมากกว่างก็จะเกิดความอิจฉาและหาเรื่องกลั่นแกล้งคนคนนั้น ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามดูแลเอาใจใส่ลูกๆ เท่าเทียมกันทุกคนให้มากเท่าที่จะทำได้เพื่อที่เขาจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยจนไม่รู้สึกน้อยใจหรือรู้สึกอิจฉาคนอื่น

3. สอนลูกให้รู้จักช่วยเหลือกัน

ในกรณีที่มีสมาชิกใหม่เกิดมาในครอบครัว แน่นอนว่าลูกคนโตอาจจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่น้อยลง จึงเป็นสาเหตุที่ลูกคนโตของหลายๆครอบครัวจะมีความรู้สึกว่าน้องใหม่ที่เกิดมานั้นมาแย่งความรักและความสนใจจากที่เขาเคยได้รับไปเสียหมด ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกอิจฉาได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้พี่ได้เข้ามาช่วยเหลือดูแลน้องบ้าง เช่น ช่วยหยิบขวดนมให้น้อง ช่วยคุณแม่แต่งตัวให้น้อง ซึ่งการที่พี่ได้ช่วยน้องนั้น คุณแม่ควรจะถือโอกาสนี้พูดชมเชยว่า “ลูกน่ารักมากๆ เลยที่ช่วยแต่งตัวให้น้อง” “ลูกใจดีจริงๆ เลยที่ช่วยแม่ดูแลน้องด้วย” ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยลดความน้อยใจจากพี่ไปได้อีกทั้งทำให้พี่รักและไม่อิจฉาน้องอีกด้วย

4. ให้ลูกทำกิจกรรมร่วมกัน

หากคุณพ่อคุณแม่มีลูกหลายคนก็ควรปลูกฝังให้ลูกๆ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยสนับสนุนให้ลูกได้ใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่นจะซื้อของเล่นหรือเกมก็ซื้อที่สามารถเล่นกันได้หลายคน เช่น จิ๊กซอว์ ตัวต่อ เลโก้ เพื่อที่ลูกจะได้แบ่งปันกัน แม้ว่าลูกจะมีการโต้เถียงหรือขัดใจกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่จากการที่ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะทำให้ลูกมีความสนิทสนมและรักผูกพันกัน ซึ่งจะช่วยทำให้ลูกไม่รู้สึกอิจฉากันนั่นเอง

5. แสดงความรักอย่างเท่าเทียม

ในครอบครัวที่มีลูกหลายคน คุณแม่คุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวังในการแสดงความรักกับลูกๆ ยกตัวอย่างเช่น เวลากอดลูกอีกคนก็ต้องกอดลูกคนอื่นๆพร้อมกันด้วย หรือถ้าคุยกับลูกอีกคนหนึ่งก็ต้องคุยกับลูกอีกคนหนึ่งด้วย หรือถ้าจะซื้อของให้ก็ควรจะซื้อให้ลูกทุกคนเหมือนๆ กัน คุณพ่อคุณแม่ต้องแสดงความรักต่อลูกทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่ลำเอียง เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้ลูกมีความรู้สึกมั่นคงจากความรักที่เท่าเทียมของพ่อแม่และไม่รู้สึกอิจฉาคิดเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นอีก

หากคุณพ่อคุณแม่ให้ความรักความเอาใจใส่และความใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกทุกคนอย่างเท่าเทียมและสม่ำเสมอ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ลูกๆ ได้ช่วยเหลือและทำกิจกรรมร่วมกันก็จะทำให้ลูกมีความรู้สึกอบอุ่น ไม่เกิดความอิจฉา และเกิดความรักที่แน่นแฟ้นกันระหว่างพี่น้องอย่างแน่นอนค่ะ

ที่มา – mgr online โดย ดร.แพง ชินพงศ์

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



อ่านก่อนโพสต์รูปลูกลง SOCIAL MEDIA!
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
7 วิธีเลิกแพมเพิสฉบับ Little Monster
ช่วงวัยของเด็ก
เคล็ดลับฝึกลูกให้มีสมาธิ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
5 สัญญาณบอกว่าหนูโตแล้วนะ
ช่วงวัยของเด็ก
Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562