fbpx

เหตุผลที่ลูกต้องนั่งคาร์ซีท อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็ก

Writer : blahblahboong
: 22 เมษายน 2562

Car Seat อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถของเด็ก ร่างกายของเด็กมีขนาดเล็กไม่เหมือนกับของผู้ใหญ่ เข็มขัดนิรภัยที่มากับรถยนต์จึงไม่เพียงพอต่อยึดเหนี่ยวปกป้องร่างกาย

อุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นเรื่องที่เราพบเห็นได้บ่อยในปัจจุบัน เรื่องน่าเศร้าที่ตามมาก็คือ การสูญเสียชีวิตน้อยๆ ของแต่ละครอบครัว เพียงเพราะบางบ้านไม่ให้ความสำคัญกับการใช้คาร์ซีท นี่จึงเป็นเหตุผลที่ลูกต้องนั่งคาร์ซีท อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็ก

ประโชยน์ของคาร์ซีท

  • ลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
  • ลดการบาดเจ็บของร่างกายเด็ก

ฝึกลูกให้นั่งคาร์ซีท

  • เริ่มได้ตั้งแต่แรกเกิด ยิ่งเร็วยิ่งดี
  • ก่อนเดินทางทุกครั้งให้บอกลูกว่าต้องนั่งคาร์ซีท
  • นั่งเป็นเพื่อนลูกด้านหลังใกล้ชิดกับคาร์ซีท
  • พูดคุย เล่นด้วยกัน เล่านิทาน
  • หาของเล่นติดรถไว้เสมอ
  • ใจแข็ง ไม่อุ้มลูกออกมาจากคาร์ซีทเด็ดขาด

ประเภทของการติดตั้งคาร์ซีท

Rear-Facing

  • สำหรับเด็กอายุ 0-2 ปี
  • น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กก.

Forward-Facing

  • สำหรับเด็กอายุ 2-7 ปี
  • น้ำหนักตัวเกิน 9 กก.

Booster

  • สำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี
  • น้ำหนักตัว 15- 18 กก.

Seat Belt

  • สำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป
  • น้ำหนักตัวตั้งแต่ 20 กก. ขึ้นไป

เมื่อไหร่ที่สามารถเลิกใช้คาร์ซีทได้

  • เมื่ออายุ 8 ปีขึ้นไป
  • ขายาวถึงพื้นรถยนต์
  • คาดเข็มขัดนิรภัยได้พอดี

ข้อมูลจาก

Baby Best Buy in Thailand

Rakluke

Baby Gift Retail

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
29 สิงหาคม 2560
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort