fbpx

ท้องร่วงจาก...ไวรัสโรตา ติดง่าย ทำลายยาก และอาการรุนแรง

Writer : blahblahboong
: 30 มกราคม 2561

ในช่วงเวลานี้ไม่มีโรคระบาดไหนฮิตเท่า ไวรัสโรตา (Rotavirus) ที่กำลังแพร่ระบาดทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยอาการท้องร่วงท้องเสียจากเจ้าไวรัสโรตานี้ ได้มีแพทย์ให้คำจำกัดความไว้ว่า “ติดง่าย ทำลายยาก อาการรุนแรง”

วันนี้เรามารู้จักเจ้าไวรัสโรตาให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันและเตรียมการรับมือกับเจ้าไวรัสตัวร้ายนี้กันค่ะ

เป็นอาการท้องเสียที่รุนแรง

อาการเมื่อได้รับเชื้อไวรัสโรตาเข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่จะมีไข้ขึ้นสูง ปวดท้อง อาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรง ซึ่งอาการทั้งหมดนี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กับการเป็นหวัด แต่มีการอาเจียนเข้ามาผสมด้วย รวมไปถึงการถ่ายเหลว ซึ่งจะเป็นการถ่ายที่บ่อย ถี่ และรุนแรงกว่าท้องเสียทั่วๆไป ที่สำคัญคือ กินระยะเวลาหลายวันเลยค่ะ

ไม่มียารักษาโดยตรง

ไวรัสโรตามีความอันตรายตรงที่ ในปัจจุบันไม่มียาที่สามารถฆ่าเจ้าเชื้อไวรัสนี้ได้โดยตรง ทำได้เพียงให้ยารักษาตามอาการเท่านั้น ส่วนมากผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะสูญเสียน้ำจากการถ่ายเหลวและอาเจียน การรักษาก็จะเป็นการให้เกลือแร่เพื่อชดเชยปริมาณน้ำที่เสียไป แต่ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงมากๆ ไม่สามารถทานอาหารได้ ถ่ายไม่หยุด ปากแห้งผาด ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

ติดต่อง่าย

ไวรัสโรตาสามารถแพร่ออกมาได้ตั้งแต่ในระยะฟักตัว และการแพร่เชื่อยังกินระยะเวลายาวนานถึงสามวัน ทำให้ผู้อื่นมีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสตัวนี้ได้ ดังนั้นผู้ดูแลและผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยต้องระมัดระวังตัวในเรื่องของความสะอาดให้มาก

อาการรุนแรง โดยเฉพาะในเด็ก 3 เดือน – 3 ขวบ

เด็กเล็กหากได้รับเชื้อไวรัสโรตาจะอันตรายมาก เนื่องจากในเด็กเล็ก (อายุประมาณ 3 เดือน – 3 ขวบ) การถ่ายเหลวเพียงไม่กี่ครั้ง หรือแม้แต่การอาการเจียนก็จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำที่รุนแรงมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อีกมากมาย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กจำนวนมาก

ทำลายยาก ทนทานต่อแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ไม่สามรถทำลายไวรัสตัวร้ายได้นะคะ วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือ การล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำสบู่ และล้างให้สะอาดในทุกซอกทุกมุม ทั้งฝ่ามือ หลังมือ ซอกเล็ก ง่ามนิ้ว ส่วนตามพื้นผิวต่างๆ เราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอรีนในการฆ่าเชื้อไวรัสโรตาได้ค่ะ

มีวัคซีนป้องกัน

วัคซีนป้องกันไวรัสโรตา ไม่ใช่วัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนจะได้รับฟรี ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงในสุขภาพของลูกก็ควรพาลูกรับวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสนี้ และดูแลในเรื่องของความสะอาดให้มากขึ้นค่ะ

ป้องกันเบื้องต้นด้วยการล้างมือ

ในเบื้องต้นการล้างมือให้สะอาดเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด ดังนั้นก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง มือของลูกเราได้ไปสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ มาตลอดทั้งวัน ก็ต้องได้รับการชำระล้างอย่างถูกวิธี เพื่อเป็นการปกป้องให้ลูกของเราห่างไกลจากเจ้าเชื้อไวรัสสุดอันตรายนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังอุปนิสัยการล้างมือที่ถูกวิธีให้ลูกๆ ค่ะ

 

 

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ความสุขของ คนเป็นพ่อ คืออะไร?
ชีวิตครอบครัว
ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัว
29 สิงหาคม 2560
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563