fbpx

ทั่วโลก

เลือกหมวดหมู่


ข่าว ข่าว

โรคหัดเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสมักเกิดขึ้นกับเด็ก พบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 0-4 ปี ในระยะที่ผ่านมาได้เกิดการระบาดของโรคหัดในหลายประเทศทั่วโลก รวมไปถึงในประเทศไทยด้วย โดยพบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดการระบาดของโรคหัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กก่อนวัยเรียนและเด็กนักเรียนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด และในปี 2561 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโรคหัดทั่วประเทศ 3,590 ราย เสียชีวิต 23 ราย ในปี 2562 กรมควบคุมโรคได้เสนอขอสนับสนุนงบกลาง เพื่อรณรงค์ให้วัคซีนเก็บตกแก่เด็กอายุ 1-12 ปี ทั่วประเทศทั้งไทยและต่างชาติ ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดไม่ครบตามเกณฑ์ และจะขยายเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 20-40 ปี ในจังหวัดเสี่ยงสูง อีกทั้งได้มีการเพิ่มจำนวนวัคซีนสำรองเพื่อตอบโต้การระบาดเป็น 141,200 โด๊ส เพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่เกิดการระบาดโดยเร็ว สำหรับวิธีป้องกันโรคหัดที่ได้ผลคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดแก่เด็ก จำนวน 2 ครั้ง เมื่ออายุ 9 เดือน และ 2 ปีครึ่ง โดยวัคซีนป้องกันโรคหัดนี้ได้รับการบรรจุให้เป็นวัคซีนจำเป็นพื้นฐานที่เด็กต้องฉีด พ่อแม่สามารถพาบุตรหลานไปขอรับวัคซีนป้องกันโรคหัดได้ฟรี ตามสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ อ้างอิงจาก workpointnews.com/

ข่าว ข่าว
ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของทุกคนโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่ดีมากนัก พ่อแม่จึงต้องเฝ้าระวัง ดูแลไม่ให้ลูกไม่สบาย นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า เนื่องจากตอนนี้ได้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจเป็นสาเหตุของโรคติดต่อหลายชนิด เช่น โรคไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด โรคสุกใส โรคมือ เท้า ปาก และโรคอุจจาระร่วง ซึ่ง 6 โรคนี้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วส่งผลกระทบต่อ สุขภาพของทุกคนได้  โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงคือ เด็กเล็กอายุระหว่าง 0-4ปี ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และโรคที่ค่อนข้างน่ากังวลในหน้าหนาวปีนี้คือ 3 กลุ่มโรคติดต่อ คือ ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ โรคมือ เท้า ปาก และโรคท้องร่วงจากไวรัสโรตาและโนโรไวรัส โดยเฉพาะในไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาพบผู้ป่วยเป็นโรคนี้ถึง 6,201 ราย และยังมีกลุ่มเด็กเล็กเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ สำหรับวิธีการป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นสามารถทำได้ดังนี้ 1.รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและอบอุ่นอยู่เสมอ 2.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ สะอาดปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำที่สะอาดหรือน้ำต้มสุกน้ำบรรจุขวดที่มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ(เครื่องหมาย อย.) ทุกครั้ง 3.ล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดก่อนรับประทาน อาหารทุกครั้ง ถ่ายอุจจาระลงในส้วมและล้างมือให้สะอาดหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง 4.หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีโรคติดเชื้อต่างๆ ผู้ป่วยควรอยู่บ้านไม่ควรเข้าไปในที่ชุมชน และควรใส่หน้ากากอนามัย 5.สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล ต้องหมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ อ้างอิงจาก matichon.co.th dailynews.co.th/
9 พฤศจิกายน 2561