fbpx

Time Out สอนให้นิ่ง รับมือกับอารมณ์ลูกแบบไม่ต้องเจ็บตัว

Writer : blahblahboong
: 26 กันยายน 2561

เป็นธรรมดาที่เด็กนั้นจะเล่นซนจนบางครั้งเกินขอบเขตไปบ้าง เพื่อเป็นการไม่ให้เค้าทำผิดซ้ำอีก พ่อแม่อย่างเราก็ต้องมีวิธีการรับมือ Time Out เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ และหากทำได้จะสร้างวินัยให้ลูกของเราได้อีกมาก เรามารู้จักกับ Time Out ให้มากขึ้นกันค่ะ

Time Out คือ

การทำให้เด็กสงบและควบคุมตัวเองได้ โดยแยกเด็กออกมาจากความสนใจรอบข้างชั่วคราว เพื่อหยุดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ แต่ไม่ใช่การกักขังอยู่ในห้อง

ข้อดีของการทำ Time Out

  • ไม่ปลูกฝังนิสัยรุนแรงให้กับเด็ก
  • ไม่ทิ้งบาดแผลในใจ
  • ฝึกให้เด็กรู้จักควบคุมตัวเอง

ข้อจำกัดในการทำ Time Out

  • เด็กที่สามารถทำ Time Out ได้ต้องอายุ 2-3 ขวบ
  • เริ่มแรกให้จำกัดระยะเวลาสั้นๆ สัก 30 วินาที แล้วจึงค่อยๆ เพิ่ม
  • ต้องบอกเหตุผลกับเด็กให้ชัดเจน ว่าทำไมต้องทำ Time Out

วิธีทำ Time Out  ให้ได้ผล

  • เริ่มทันทีเมื่อลูกทำความผิด
  • บอกเหตุผลที่เค้าโดนทำ Time Out อย่างพูดว่า “ตอนนี้หนูโกรธอยู่ หนูต้องมานั่งตรงนี้ให้ใจเย็นก่อน”
  • ใช้เวลาสั้นๆ แต่ต้องจริงจัง
  • เลือกบริเวณที่เป็นมุมห้อง แต่พ่อแม่ต้องเห็นพฤติกรรมของลูกตลอด
  • พูดกับลูกดีๆ ไม่ใช้อารมณ์ ไม่ขึ้นเสียง
  • โอบกอดลูกหลังจากทำ Time Out เพื่อให้ลูกมั่นใจว่าพ่อแม่ยังรักเค้าเหมือนเดิม

ข้อควรระวัง

  • พ่อ-แม่ ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้
  • ดูแลเรื่องความปลอดภัย อย่าให้ลูกคลาดสายตา
  • ไม่ใช้เวลานานเกินไป
  • บอกเหตุผลที่ชัดเจนทุกครั้ง
  • พูดชมและแสดงความรักทุกครั้ง
Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort