fbpx

มีบุตรยาก แก้ไขอย่างไรได้บ้าง

Writer : OttChan
: 30 พฤษภาคม 2562

พยายามด้วยวิธีธรรมชาติมาอยู่หลายปีก็ยังไม่สามารถมีเจ้าตัวน้อยให้ได้ชื่นอกชื่นใจซึ่งปัญหาต่างๆนั้นเกิดขึ้นได้เกือบทุกคู่สามีภรรยาจนบางทีอาจทำให้ถอดใจหรือรู้สึกขาดส่วนหนึ่งในชีวิตครอบครัวอันสมบูรณ์ที่วาดฝันแต่ทว่าทุกสิ่งที่มีปัญหาก็ย่อมต้องมีทางแก้ไขค่ะและนวัตกรรมในการแก้เรื่องภาวะมีบุตรยากเองก็ก้าวกระโดดไปไกลมากแล้วอีกด้วย

เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้เทวดาหรือนางฟ้าตัวน้อยมาเกิดโดยวิวัฒนาการทางการแพทย์

ไปดูกันเลย!

ภาวะมีบุตรยากนั้นเกิดขึ้นได้หลายปัจจัยจากทั้งตัวฝ่ายหญิงและฝ่ายชายซึ่งสามารถจำแนกปัญหาที่พบเจอได้ดังนี้

ฝ่ายชาย
  • ผลิตอสุจิได้น้อย
  • อวัยวะเพศไม่แข็งตัว
  • ในน้ำอสุจิไม่มีตัวเชื้อในการปฏิสนธิ
ฝ่ายหญิง
  • ท่อนำไข่ตัน
  • เกิดเนื้องอกในมดลูก
  • เยื่อบุในโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่

การจะรู้ให้ได้แน่ใจว่าเข้าข่ายหรือมีความผิดปกตินี้จริงหรือเปล่าคือการเข้าปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้ได้รับการรักษาด้วยวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสมกับร่างกายซึ่งในแต่ล่ะต่างแก้นั้นก็มีวิธีที่หลากหลายต่างกันไป แบ่งแยกย่อยได้ดังนี้

การใช้ยา (รับประทาน,ฉีด)

ทางเลือกนี้จะเหมาะสำหรับฝั่งคุณภรรยาที่มีสภาวะการตกไข่ผิดปกติซึ่งการฉีดหรือรับประทานยาตามแพทย์สั่งจะช่วยยกระตุ้นการตกไข่ให้เกิดขึ้นและเมื่อไข่ตกก็จะสามารถทำให้การมีบุตรนั้นมีเปอร์เซ็นติดสูงกว่าปกติ

การฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก (IUI)

เป็นการรักษาต่อยอดจากการฉีดยากระตุ้นแล้วยังไม่เห็นผล กับการทำ IUI (Intrauterine Insemination)นั้น นอกจากจะมีการกระตุ้นให้ตกไข่แล้วเมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสมทางแพทย์จะทำการนำพบเพื่อทำการฉีดอสุจิเข้าตัวโพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิซึ่งวิธีนี้สามารถช่วยให้เปอร์เซ็นเพิ่มกว่าวิธีธรรมชาติถึง 2 เท่า

การปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF, ICSI)

เมื่อเกิดการกระตุ้นให้เกิดการตกไข่แล้วทำการดูดไข่ออกมาปฏิสนธิภายนอกร่างของคุณภรรยาเพื่อให้เห็นผลลัพธ์การฝังของของอสุจิในตัวไข่จนได้ตัวอ่อนอายุ 3-5 วันโดยประมาณแล้วจึงทำการย้ายกลับเข้าไปในโพรงมดลูกซึ่งทำเพียงเท่านี้จะเรียกว่าขั้นตอนการ IVF (In Vitro Fertilization) แต่หากคุณสามีมีปัญหาที่อสุจิผลิตได้ปริมาณน้อยก็มีอีกกระบวนการหนึ่งที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นคือนอกจากจะมีการนำตัวไข่ออกมาปฏิสนธิแล้ว ตัวอสุจิเองก็จะมีการคัดเลือกเพื่อนำมาใช้ผสมเพื่อให้ได้ตัวที่แข็งแรงและส่งประสิทธิภาพสูงสุดในการเจาะเข้าเรียกว่า ICSI (Intracy Toplasmic Sperm Injection)

รับบริจาคไข่หรืออสุจิ

ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งคุณสามีหรือคุณภรรยาไม่สามารถให้กำเนิดทายาทได้จริงๆอาทิการเป็นหมัน น้ำเชื้อไม่แข็งแรงหรือเป็นมะเร็งในมดลูก หากเป็นเช่นนั้นการรับบริจาคไข่หรือน้ำเชื้ออสุจิก็สามารถทำได้โดยการขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องในการช่วยบริจาคไข่หรือน้ำเชื้อในการทำ IUI,IVF,ICSI เพื่อให้เกิดผลสูงสุดหรือหากต้องการเป็นการบริจาคไข่หรือตัวน้ำเชื้อจากผู้อื่นก็สามารถทำได้เช่นกันแต่ทุกกระบวนการจะต้องอยู่ภายในการดูแลของทางโรงพยาบาลและแพทย์ผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดและความเสี่ยงต่างๆให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

การรับบุตรบุญธรรม

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นอกจากจะช่วยให้ชีวิตคู่ได้กลายเป็นชีวิตครอบครัวก็คือได้ช่วยอีกหนึ่งชีวิตให้ได้มีอนาคตต่อไปในภายภาคหน้าซึ่งในการรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงเองนั้นก็มีกฏหมายรองรับและวิธีแนะแนวต่างๆในขั้นตอนการรับมาอุปการะรวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาเมื่อต้องกลายเป็นครอบครัวแล้วจริงๆถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ

หวังว่าการนำเสนอข้อมูลในครั้งนี้จะเป้นประโยชน์ไม่มากก้น้อยนะคะสำหรับทุกคู่ที่มีปัญหาในการมีบุตรเพราะหากเราต้องการที่จะสร้างครอบครัวที่มีความสุขแล้วล่ะก็ไม่ว่าจะอุปสรรคไหนเทคโนโลยีและโอกาสมักจะช่วยเหลือและนำเราไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งใจไว้ได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

ที่มา: bumrungrad, nakornthon, sikarinthaisuperiorartsafefertilitycenter

 

 

 

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เตรียมตัวเป็นแม่ เตรียมตัวเป็นแม่
26 พฤศจิกายน 2561
วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563