fbpx

ลูกวัย 0-3 ขวบ ชอบหยิก กัด ตี เราจะสอนลูกอย่างไรดีนะ?

Writer : Jicko
: 23 พฤศจิกายน 2564

เด็กๆ วัย 0-3 ปี บางครั้งเองก็ชอบแกล้งหรือทำร้ายคนอื่นๆ เช่น ปาของใส่ หรืออยู่ดีๆ ก็มาตี หรือกัดเพื่อน โดยที่เราเองก็สงสัยนะคะว่า ที่ลูกทำไปนั้นเขาตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกันแน่ เพราะเวลาเขาทำสิ่งเหล่านั้นเขามักจะสนุกสนานกับมัน หัวเราะคิกคัก หากบ้านไหนเป็นแบบนี้วันนี้เรามีวิธีการสอนที่ถูกต้อง “จากคุณหมอ เมริษา ยอดมณฑป นักจิตวิทยา” มาฝากกันค่ะ มาดูกันว่าพ่อแม่อย่างเราจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ไปดูกันเลย!

ทำไมเด็กช่วง 0-3 ขวบ ถึงชอบทำร้ายคนอื่น แบบไม่มีสาเหตุ

  • เป็นวัยที่ยังสื่อสารได้ไม่ดี ยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง
  • อยู่ในวัยที่ทดสอบร่างกายว่าเขาทำอะไรได้บ้าง
  • เป็นการเรียกร้องความสนใจ ให้คนเล่นกับเขา

สอนเด็กๆ ได้อย่างไรบ้าง

ก่อนเริ่มสอน : สร้างสายสัมพันธ์กับเขาก่อนที่จะสอน

เด็กๆ มักอยากทำเพื่อคนที่เขารัก หากอยากที่จะสอนอะไรกับลูกสักอย่าง คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับลูกก่อน ทำให้ลูกรู้ว่าเรามีความสำคัญกับเขา จะทำให้เด็กๆ ทำตามสิ่งที่เราสอนได้อย่างง่ายๆ เลยค่ะ เช่น อ่านนิทาน เล่นด้วยกัน หอม กอด เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 1 : ตั้งกติกาให้ชัดเจนระหว่างลูก

ก่อนอื่นเลยคนในบ้านต้องรู้และปฏิบัติในเรื่องการสอนในทิศทางเดียวกันเสียก่อน โดยกติกาในบ้านอาจจะเริ่มจาก กฎ 3 ข้อ นั่นก็คือ ห้ามทำร้ายผู้อื่น ห้ามทำร้ายตนเอง และห้ามทำลายข้าวของ ช่วงแรกๆ เด็กๆ อาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เชื่อเถอะว่าตั้งกติกาไว้ให้เข้าใจตรงกันดีกว่า เพื่อไม่ให้เขาสับสนได้ง่ายๆ

ขั้นตอนที่ 2 : หากลูกทำผิดกติกาดังกล่าว ต้องสอนเขาทันที

1. กรณีทำร้ายคนอื่นโดยเจตนา

  • ให้เราเข้าไปจับมือเขาทันทีพร้อมมองตาและบอกว่า “ไม่ตีนะครับ/ค่ะ”
  • แต่หากยังอาละวาดต่อหรือหนักขึ้น ให้พาลูกออกมาทันที แล้วหาที่นั่งสงบๆ พร้อมบอกเขาว่า “ไม่ตีนะครับ/ค่ะ”  เมื่อเขาพร้อมฟังและสงบลงให้บอกเขาว่า “ถ้าพร้อมแล้วนับ 1-10 ตามนะลูก” ค่อยๆ นับจนถึง 10 (การนับ 1-10 เป็นการตรวจสอบความพร้อมว่าเขาพร้อมฟังเราหรือไม่และสงบจิตใจลงแล้วหรือยัง)
  • เมื่อลูกสงบแล้วให้สอนเขาว่า “หากลูกอยากตีให้มาหาพ่อกับแม่นะ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะช่วยหาที่ให้ลูกปล่อยพลังเอง”

2. กรณีทำร้ายคนอื่นโดยไม่เจตนา

เด็กเล็กมักมีปัญหากับการสื่อสาร ทำให้บางทีเขาอาจจะแสดงพฤติกรรมที่เขาใช้ร่างกายตอบสนองเพราะทันใจกว่า ทำให้เรามักเห็นเด็กเล็กมักจะขว้าง หยิก กัด ตี ที่รวดเร็วมาก นอกจากนี้เด็กเล็กมีพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และเล็กที่ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ควบคุมยาก จริงๆ เขาแค่อยากมาจับหยิบ แต่มันกลายเป็นแรงจนกลายเป็นทำร้ายผู้อื่นหรือสิ่งอื่นๆ ได้โดยไม่ได้เจตนานั่นเองค่ะ

สิ่งที่เราควรสอนเขาในกรณีนี้นั่นก็คือ

  • พาเขาจับหรือสัมผัสอย่างแผ่วเบา เช่น ลูกอยากเรียกพี่ แล้วไปตีพี่ ให้เราจับมือเขาแล้วสอนเขาพูดว่า “พี่ๆ ” แล้วค่อยๆ เอามือลูกไปสัมผัสหลังพี่เบาๆ หรือลองให้เขาสัมผัสมือเราเบาๆ ก่อนก็ได้เช่นกันค่ะ
  • สอนผ่านการเก็บของเล่น โดยลองให้เขาเก็บของอย่างเบามือ เพื่อให้เขาจดจำน้ำหนักมือและลักษณะการสัมผัสได้นั่นเอง
  • สอนให้ลูกขอโทษและรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ เช่นเข้าไปขอโทษ เข้าไปกอด หรือหากเด็กไม่ยอมทำ เราจับมือเขาทำได้ ทำเรื่อยๆ เด็กก็จะเข้าใจในวันข้างหน้าอย่างแน่นอนค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 : สอนลูกให้สื่อสารให้เป็น

เด็ก 0-3 ขวบ มักจะยังสื่อสารได้ไม่ดี ทำให้เขาใช้การทำร้าย การตี การปาข้าวของ เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือพยายามทำให้คนอื่นๆ มาเล่นกับเขา วิธีการเพิ่มทักษะการสื่อสารให้ลูกง่ายๆ เช่น

  • เมื่อลูกตีเพื่อนเพราะอยากให้สนใจ ให้เราจับมือเขาทันทีเมื่อเขาตี แล้วพูดว่า “ไม่ตีครับ/ค่ะ อยากเล่นกับเพื่อนให้พูดว่า …มาเล่นกัน”
  • อย่าให้ท้ายเด็ก ไม่ยิ้มหรือหัวเราะกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ให้ทำหน้านิ่งและมีน้ำเสียงที่จริงจัง แต่ไม่ตะคอกหรือขึ้นเสียง อย่าคิดว่าความเป็นเด็กก็ปล่อยไปเถอะ เพราะสิ่งนี้อาจจะทำให้เด็กเข้าใจอะไรผิดๆ ได้เลยนะคะ

ขั้นตอนที่ 4 : ไม่ปล่อยผ่าน สอนทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

เมื่อไหร่ที่รู้ว่าลูกทำผิดกติกาที่เราตั้งไว้ อย่าปล่อยผ่าน เพราะเด็กจะเคยชินและคิดว่าทำผิดไปก็ไม่มีใครทำอะไร แล้วเขาก็จะทำผิดครั้งต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้การสอนสำหรับเด็กบางคนอาจจะใช้เวลาเรียนรู้นาน แต่เชื่อเถอะค่ะว่าหากเราสอนไปเรื่อยๆ ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเขาก็จะสามารถเรียนรู้ได้อย่างแน่นอน

ขั้นตอนที่ 5 : เพิ่มพื้นที่ให้ลูกได้ลองปล่อยพลัง

เพราะเด็กมักจะซุกซนเป็นธรรมชาติของพวกเขา เราควรมีพื้นที่ให้เขาได้เล่นซุกซนให้สมกับที่เขาเป็นเด็กด้วย อย่าห้ามซะจนเกินไป เพราะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอาจจะเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน วิธีหาพื้นที่ปล่อยพลังง่ายๆ เช่น การเล่นทราย วิ่งเล่นในพื้นที่กว้างๆ พื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการกระโดด เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : Thai PBS Kidsเมริษา ยอดมณฑป

 

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
กลิ่นของลูก น่าจะเป็นกลิ่นที่หอมที่สุดสำหรับพ่อแม่ แต่รู้ไหมคะว่า กลิ่นของลูกนี้ส่งผลต่ออารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่ให้มีการแสดงอารมณ์ที่แตกต่างกันด้วย วารสาร Science Advances ได้เผยแพร่งานวิจัยว่าด้วยเรื่องกลิ่นอ่อนๆ บริเวณศีรษะของทารก จากสารเคมี Hexadecanal หรือ HEX นั้น ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ชายและผู้หญิง  โดยเมื่อผู้หญิงดมกลิ่นของทารกแล้วจะมีอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดขึ้น แต่ในทางกลับกันก็สามารถทำให้จิตใจของผู้ชายสงบลงได้ ซึ่งนั่นทำให้ผู้หญิงรู้สึกหวงลูกและพยายามปกป้องทารกมากขึ้นเมื่อได้กลิ่นของสารเคมีจากตัวเด็ก ส่วนผู้ชายก็จะรู้สึกสุขุมและเยือกเย็นขึ้นเมื่อได้กลิ่น โดยการทดลองนี้ ได้ทดลองด้วยการให้ผู้หญิงและผู้ชาย เล่นเกมที่มีการโกงผลลัพธ์ไว้แล้ว เพื่อทำให้เกิดอารมณ์โกรธได้ง่าย และอนุญาตให้ผู้เล่นที่ชนะสามารถลงโทษคนแพ้ด้วยการใช้เสียงดังได้ เมื่อผู้เล่นได้ดมกลิ่นสารเคมี HEX ก่อนจะเริ่มเล่นเกม ผู้เล่นที่เป็นผู้หญิงจะใช้เสียงด้วยระดับที่ดังมากขึ้น ส่วนผู้ชายจะเบาเสียงลง นักวิทยาศาตร์ได้ทำการทดลองถึงสองรอบซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนกัน โดยการทดลองรอบที่สองมีความพิเศษและแม่นยำขึ้น เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจเช็กคลื่นสมองของผู้ทดลองในระหว่างการเล่นเกมและการใช้เสียงเพื่อลงโทษด้วย งานศึกษาชิ้นนี้อธิบายถึงเหตุผลและประโยชน์ของสารเคมีข้างต้นที่ทารกปล่อยออกมาว่า ทารกจะได้รับประโยชน์หากแม่มีความรู้สึกต้องการปกป้องตัวทารกมากขึ้น และช่วยให้พ่อใจเย็นขึ้นด้วย อ้างอิงจาก https://www.voathai.com/a/baby-scent-on-parents-mood-jp/6328680.html  
1 ธันวาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama