fbpx

พ่อแม่เตรียมตัวให้พร้อม!! 5 วิธีรับมือ เมื่อลูกชอบขอของรางวัล

Writer : giftoun
: 15 สิงหาคม 2562

ในบางครั้งที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกทำอะไรสักอย่างแล้วพร้อมที่จะตบรางวัลให้จนลูกเริ่มเคยชินกับการขอของรางวัลไปเสียอย่างนั้น แล้วคุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีรับมือเมื่อลูกชอบขอของรางวัลได้อย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

พูดคุยโดยให้คำชมนำ

เมื่อลูกเริ่มมาขอของรางวัลบ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่ลองมาจับเข่านั่งคุยกับลูกน้อยเพื่อมาตกลงในเรื่องการให้รางวัลโดยการเปิดประโยคด้วยการพูดชมลูกก่อนที่จะบอกจุดประสงค์ในการพูด ซึ่งจะทำให้ลูกตั้งใจฟังมากยิ่งขึ้น เช่น แม่รู้ว่าลูกเป็นคนน่ารักอยู่แล้ว แต่พอลูกมาขอของรางวัลบ่อยๆ แม่ก็เริ่มเป็นห่วง งั้นมาเล่นเกมกันดีกว่าไหมจ้ะ เป็นต้น

บอกความรู้สึกของพ่อแม่

บางทีการที่คุณพ่อคุณแม่ได้บอกความรู้สึกให้ลูกได้รับรู้จะทำให้ลูกนั้นเข้าใจสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ทำมากขึ้น ซึ่งจะทำให้รู้ว่าสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ลูกขอของรางวัลมากจนเกินไปนั้นเต็มไปด้วยความหวังดีด้วยกันทั้งสิ้นค่ะ

สร้างกฎบางอย่าง

การสร้างกฎบางอย่างให้กับลูกนั้นจะทำให้ลูกไม่ขอรางวัลพร่ำเพรื่อจนเกินไป เช่น ถ้าลูกทำการบ้านต่อเนื่อง 7 วันจะได้ทานขนมที่ชอบ ถ้าช่วยทำงานบ้าน 5 วันจะได้ของเล่นตามที่ตกลงกันไว้ เป้นต้น อย่างไรก็ตาม ลูกจะปฏิบัติตามกฎได้ก็ต่อเมื่อลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ

กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม

ระยะเวลานั้นมีทั้งระยะเวลาที่เหมาะสมกับการที่ลูกจะได้รับรางวัลในแต่ละครั้ง และระยะเวลาในการปรับนิสัยการขอของรางวัลของลูกด้วย เพราะการปรับพฤติกรรมในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลา ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องใจเย็นๆ และค่อยๆ ปรับกันไปนะคะ

เล่นกับลูกมากยิ่งขึ้น

การที่ลูกนั้นขอของรางวัลกับคุณพ่อคุณแม่มากบางครั้งอาจจะอยากให้คุณพ่อคุณแม่สนใจมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสได้เล่นกับลูกน้อยมากขึ้นจะทำให้ได้สังเกตลูกน้อยก็จะทำให้รู้สาเหตุของพฤติกรรมต่างๆ ของลูกน้อยก็เป็นได้ค่ะ

การที่คุณพ่อคุณแม่นั้นเข้าใจลูกและหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกน้อย ตลอดจนปรับการพูดคุยกับลูกน้อยอยู่สม่ำเสมอ จะทำให้ลูกนั้นรู้สึกอบอุ่นจนไม่จำเป็นต้องขอของรางวัลอีกต่อไปค่ะ

ที่มา – afterschoolonline

 

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อดีของการเลี้ยงลูกแบบติดดิน
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562