5 เหตุผลที่พ่อแม่ไม่ควรทะเลาะกันต่อหน้าลูก (ส่งผลเสียระยะยาว)

Writer : nunzmoko
: 10 กรกฏาคม 2562

การที่พ่อแม่ทะเลาะกันไม่ว่าจะรุนแรงหรือไม่ก็ตาม คนที่เป็นลูกจะได้รับผลกระทบไปเต็มๆ เพราะลูกเป็นคนที่ต้องยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ โดยเฉพาะลูกในวัยเด็กที่ยังไม่เข้าใจการกระทำต่างๆ มากนัก ก่อให้เกิดความเครียดแบะความกดดัน ไปดูกันว่าการที่พ่อแม่ทะเลาะกันส่งผลกระทบในระยะยาวต่อตัวเด็กอย่างไรบ้างค่ะ

1. ลูกไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

อาจกลายเป็นเด็กก้าวร้าว ชอบใช้กำลัง บางครั้งเงียบเก็บกด การโต้เถียงระหว่างคุณพ่อและคุณแม่จะเป็นตัวอย่างให้ลูกแสดงออกด้านอารมณ์ที่ผิดๆ เพราะเขาจะซึมซับอารมณ์และความขัดแย้งอย่างไม่รู้ตัว ทำให้มีจิตใจแข็งกระด้าง ไม่มั่นคง จนกลายเป็นเด็กเก็บกด

2. เด็กโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง

หลายครั้งที่เด็กมักจะรู้สึกว่าปัญหาของพ่อแม่เกิดจากตัวเองยังไม่ดีพอ และโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง อาจกลายเป็นคนไม่เชื่อใจผู้อื่นส่งผลให้เด็กมองข้ามการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น จนทำให้เด็กไม่มีเพื่อน

3. ลูกมีพัฒนาการช้าอย่างเห็นได้ชัด

แม้ว่าลูกจะนอนหลับ แต่สมองของเขาก็ยังเปิดรับและจดจำเสียงเหตุการณ์ขณะพ่อกับแม่ทะเลาะกัน และรับรู้ถึงอารมณ์โกรธเกรี้ยวนั้นได้ โดยเมื่อรู้สึกเครียดและกดดัน ร่างกายของเขาจะหลั่งฮอร์โมน cortisol ซึ่งหากมีฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะส่งผลต่อพัฒนาการทั้ง IQ และ EQ

4. ลูกมีปัญหาในการเข้าสังคม

บาดแผลในจิตใจที่เห็นความรุนแรงจะเป็นปมที่อยู่กับเขาไปตลอดหากไม่ได้รับการเยียวยา เพราะเมื่อเขามีพฤติกรรมเก็บกดและไม่วางใจคนอื่นก็จะไม่สามารถเปิดใจสู่การเข้าสังคมได้

5. ลูกขาดความมั่นใจ

ลูกจะรู้สึกไม่มั่นคงหรือปลอดภัยแม้จะอยู่ในบ้าน จะทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตนเอง และไม่เชื่อใจผู้อื่น ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง เนื่องจากเด็กอาจรู้สึกว่าตนเองไม่มีความสำคัญ

การทะเลาะกันไม่จำเป็นต้องเป็นการโต้เถียงที่รุนแรงหรือถึงขึ้นใช้กำลัง แต่แค่การพูดจาถากถาง ไม่ให้เกียรติกัน หรือโต้เถียงกันเล็กน้อย พฤติกรรมเหล่านี้ก็สามารถส่งผลกระทบต่อลูกได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว คุผณพ่อคุณแม่ควรสงบสติอารมณ์ก่อนมาคุยกัน

ในกรณีที่เผลอทะเลาะกันต่อหน้าลูก อย่าลืมปลอบลูกใจด้วย โดยอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าพ่อกับแม่มีปัญหาเข้าใจผิดกันเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับมารักกันเหมือนเดิมแล้ว เพื่อไม่ให้ลูกขวัญเสีย และที่สำคัญคือพยายามอย่าทำให้ลูกเห็นอีกค่ะ

ที่มา – rakluke

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



How to รับมือปัญหาลูกเเสดงออกไม่เหมาะสม
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
6 เสียงที่สามารถทำให้ลูกหยุดร้องไห้
เด็กวัยแรกเกิด
Update
ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
4S -ภาวะสตาฟิโลค็อกคอล สเกลด์ สกิน ซินโดรม (Staphylococcal Scalded Skin Syndrome) เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังปล่อยท็อกซิน ออกมาทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ ทำให้มีการหลุดลอกแบบตื้นๆ สามารถรับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ที่สัมผัสตัว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคจนเป็นอันตรายต่อผิวหนัง เราก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด ระมัดระวังเมื่อจะต้องใกล้ชิดสัมผัสตัวเด็ก อาการของโรค 4S มีอาการไข้ ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง มีหนอง เยื่อบุตาอักเสบ อาการแบบนี้รีบพาไปหาหมอ เด็กนอนดิ้นไปดิ้นมาอย่างทรมาน ผิวหนังบวมเป่ง ตุ่มใสสีแดงและเหลืองขึ้นไม่หยุด มีไข้ร่วมด้วย วิธีรับมือกับโรค 4S ดื่มนมแม่สร้างภูมิคุ้มกัน ตัดเล็บลูกให้สั้นอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ที่นอน ข้าวเครื่องใช้ของเด็ก คนใกล้ชิดล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ที่มีคนอยู่เยอะ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การป้องกัน ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กโดนคนอื่นหอมแก้ม โดยที่คนๆ นั้นยังไม่ได้ล้างหน้า หรือทำความสะอาดร่างกาย ถ้าเด็กมีไข้ ผิวหนังบวมแดง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
14 กรกฏาคม 2562