fbpx

Moment น่าประทับใจของลูกแบบนี้ เก็บไว้ที่ไหนดีล่ะ ?

Writer : giftoun
: 25 กรกฏาคม 2560

ช่วงเวลาดี ๆ ของลูกในทุกช่วงวัยมีเอาไว้ให้จดจำอยู่แล้ว แต่จะให้คุณแม่จดจำด้วยสมอง(ที่จำเรื่องหลายล้านสิ่ง) เพียงอย่างเดียวก็อาจจะลืมได้ง่ายๆ แล้วโมเมนท์น่าประทับใจที่มาเยอะขนาดนี้จะเก็บไว้ที่ไหนได้บ้าง มาดูกันเลยค่ะ

เก็บไว้ในมือถือของคุณแม่เลย

ถือเป็นหน่วยความจำเคลื่อนที่ที่พกพาความทรงจำเกี่ยวกับลูกได้ดีที่สุดเลย จะหยิบมาดูโมเมนท์น่ารัก ๆ ของลูกเมื่อไรก็ได้ จะเครียด จะเหนื่อย จะท้อยังไง แค่ดูรูปลูกก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อมูลมีสิทธิที่จะหายไป แนะนำให้สำรองข้อมูลลงที่แฟลชไดร์ฟ ทรัมไดร์ฟ หรือทางออนไลน์อย่างกูเกิ้ลไดร์ฟจะดีกว่าค่ะ

เก็บใส่อัลบั้มไว้เปิดดูตอนอยู่บ้าน

ลองอัดรูปลูกเก็บใส่ในอัลบั้มไว้เปิดดูตอนอยู่บ้านก็ดีไปอีกแบบ เพราะแต่ละรูปที่อยู่ในอัลบั้มมักมีเรื่องราวลูกน้อยในมุมต่าง ๆ ยิ่งมาเรียงใส่อัลลั้มแล้วค่อย ๆ เปิดดูจะทำให้ห็นพัฒนาการของลูกได้ชัดเจนมายิ่งขึ้น

จดโมเมนท์ลูกน้อยไว้ในบันทึกของแม่

สำหรับคุณแม่ที่ชอบขีด ๆ เขียน ๆ และชอบเก็บรายละเอียด การจดบันทึกถือได้ว่าโดนใจและเหมาะกับคนแม่เป็นอย่างมาก ยิ่งคนที่ชอบเขียนเล่า ถือได้ว่าเป็นการบันทึกความทรงจำที่ดีที่สุด จะออกแบบรูปเล่มของสมุกบันทึกอย่างไรก็ได้ ทั้งเขียน ทั้งวาด ทั้งแปะรูป ติดสติกเกอร์ได้หมด เอาให้เต็มที่เลย

Open Notebook. post it on white table, top view

เขียนบล็อกลงออนไลน์ซะเลย

หากคุณแม่ท่านไหนสะดวกพิมพ์ แทรกรูป และคุ้นเคยกับโลกออนไลน์อยู่แล้ว การเขียนบล็อกเป็นอีกวิธีนึงที่แนะนำ ปัจจุบันนี้มีเว็บบล็อกที่สามารถใช้งานได้ฟรี ทั้ง blogger.com, medium.com, storylog.co หรือเว็บอื่น ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไป สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

ไม่ว่าคุณแม่จะเลือกเก็บโมเมนท์น่าประทับใจในรูปแบบไหน ก็ทำให้คุณแม่มีความสุขที่ได้บันทึกเรื่องราวดี ๆ ในแต่ละช่วงวัยของลูกด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากจะเก็บไว้ให้คุณแม่ดูแล้ว เมื่อลูกโตขึ้นก็สามารถนำสิ่งเหล่านี้มาให้เขาดูได้อีกด้วย

ที่มารูป

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



10 อันดับหนังที่เหมาะกับเด็ก
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama