fbpx

นอนฉี่ราดแบบนี้ คุณแม่ทำไงได้บ้างนะ

Writer : giftoun
: 15 พฤศจิกายน 2560

เมื่อลูกเริ่มฉี่รดที่นอนแล้ว คงสร้างความปวดหัวให้คุณแม่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้สามารถรับมือได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

เริ่มฝึกเมื่อเขาเริ่มให้ความสนใจในการขับถ่าย

การจะฝึกให้เขาเลิกฉี่รดที่นอนได้นั้นจะต้องเริ่มฝึกเมื่อเขาเริ่มรู้จักให้ความสนใจในการขับถ่าย เพราะเป็นช่วงที่เขาเริ่มเรียนรู้และสามารถควบคุมการขับถ่ายเองได้ แต่การฝึกจะต้องค่อยเป็นไปและหมั่นสอนเขาบ่อยๆ เพื่อให้เขาค่อยๆ ทำความเข้าใจและเริ่มทำตามในที่สุด

เอ่ยคำชมเมื่อเขาบอกว่าต้องการฉี่หรืออึ

เมื่อลูกบอกกับคุณว่าเขาปวดฉี่หรืออึ นั่นแสดงว่าเขาเริ่มพัฒนาไปขั้นหนึ่งแล้ว และรู้จักที่จะบอกเพื่อให้คุณพาเขาไปฉี่หรืออี จึงไม่ทำให้เขาฉี่รดที่นอนหรือฉี่ไว้เรี่ยราดนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อเขารู้จักที่จะบอกกับคุณคุณควรเอ่ยคำชมเพื่อให้เขาเพื่อให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูก เพื่อที่เขาจะได้ทำอีกนั่นเอง

อย่าคาดหวังมากเกินไป

โดยปกติแล้วกว่าเด็กจะเริ่มควบคุมการฉี่ได้ก็ต่อเมื่อเขาอายุ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งเด็กที่สามารถควบคุมการฉี่ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 2 ปีนั้นจะมีน้อยมากดังนั้นหากลูกน้อยของคุณยังมีอายุต่ำกว่า 2 ปี คุณไม่ควรคาดหวังมากเกินไปว่าเขาจะต้องเลิกฉี่รดที่นอนได้ แค่เขาเริ่มรู้จักบอกเวลาปวดฉี่บ้างก็ดีแล้วล่ะค่ะ

พาลูกเข้าห้องน้ำหลังจากดื่มนมก่อนนอน

หลังจากดื่มนมก่อนนอนโดยปกติแล้วเด็กจะต้องฉี่ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ควรพาเขาเข้าห้องน้ำเป็นประจำทุกวันหลังจากที่เขาดื่มนมก่อนนอนเสร็จหรือหลังดื่มนมประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เขารู้สึกเคยชินและเริ่มรู้จักเข้าห้องน้ำเองเมื่อปวดฉี่นั่นเอง

สังเกตอาการปวดฉี่ของลูกบ้าง

พ่อแม่ควรสังเกตอาการปวดฉี่ของลูกบ้าง ว่าหากเขาปวดฉี่จะมีอาการอย่างไร ซึ่งเมื่อลูกมีอาการปวดฉี่ให้พ่อแม่ฝึกให้เขาพูดฉี่ หรือรีบพาเขาไปห้องน้ำ เพื่อฝึกให้เขารู้ว่าเมื่อปวดฉี่ต้องเข้าห้องน้ำนั่นเอง แต่ก็ต้องใช้เวลาอยู่เหมือนกันนะคะ กว่าเขาจะเลิกฉี่รดที่นอนและสามารถไปฉี่ที่ห้องน้ำเองได้

หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ ช่วงก่อนเข้านอน

ในช่วงก่อนนอนนั้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ ช่วงก่อนเข้านอนเพราะว่าดื่มน้ำเข้าไปนี้ประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะกลายเป็นปัสสาวะมาอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ดังนั้นให้ลูกจิบน้ำน้อยๆ ก่อนนอนพอให้ไม่ปากแห้งก็พอแล้วล่ะค่ะ

เลี่ยงอาหารรสจัดหรือมื้อหนักก่อนนอน

หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด หรือว่ากินอาหารมื้อใหญ่ตอนช่วงใกล้เข้านอน เด็กๆ ควรจะกินข้าวเย็นสัก 4-5 โมงเย็น ไม่ใช่ไปกินตอน 1-2 ทุ่มเหมือนผู้ใหญ่ แล้วอีกชั่วโมงนึงก็เข้านอน ในอาหารที่เราทานก็จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบจำนวนมากเกินครึ่งนึงอยู่แล้ว มันก็จะทำให้มีปัญหานี้ได้

อย่าไปลงโทษ หรือดุ

เพราะการฉี่รดที่นอนมีหลายสาเหตุด้วยกัน เด็กบางคนก็จะตื่นสายมาก พอตื่นสายมากก็จะปัสสาวะรดที่นอนตอนช่วงเช้าๆ 6 โมงเช้า 7 โมงยังไม่ลุกซะที อั้นฉี่ไม่ไหว ก็ออกมาอีก แต่ที่สำคัญเลยก็คือใน 4 ขวบแรกการฉี่รดที่นอนยังปกติเพราะฉะนั้นอย่าไปลงโทษ หรือดุว่าเด็กในวัยนี้เพราะว่ามันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่มันกลับทำให้เด็กเกิดความกังวลใจ เกิดความอาย

อาจมีปัญหาสุขภาพ

ถ้าลูกเคยหยุดปัสสาวะรดที่นอนมาแล้วต่อเนื่องนานมากกว่า 6 เดือนแต่วันดีคืนดีกลับมาปัสสาวะรดที่นอนอีกครั้งนึง แล้วก็เป็นต่อเนื่องมาเลยอาจเกิดจากพัฒนาการของการควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดที่กระเพาะปัสสาวะช้า ลองสำรวจดูว่าคุณพ่อคุณแม่พี่น้องใกล้ชิดมีประวัติปัสสาวะรดที่นอนเหมือนกันหรือไม่ เรื่องนี้สามารถปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ หรือถ้าเกิดเด็กมีความเครียดมากๆ อาจจะฉี่รดที่นอนก็เป็นได้เหมือนตอน คุณแม่ต้องลองสังเกตดูนะคะ

เมื่อรู้วิธีรับมือแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว ขอให้คุณแม่พูดคุยกับลูกด้วยความอ่อนโยนและเข้าใจพฤติกรรมของลูกในแต่ละช่วงวัยด้วยนะคะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
13 กันยายน 2560
สายด่วนที่คุณแม่ควรจดเบอร์ไว้
ชีวิตครอบครัว
7 เทคนิค พูดยังไงให้ลูกฟัง
ชีวิตครอบครัว
เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
มีประกาศให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่งหยุดในวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.63) เป็นเวลา 1 วัน เพราะสถานการณ์ฝุ่นที่เกินมาตรฐาน โดยจะมีการเรียนเสริมในวันอื่นทดแทน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งการประกาศหยุดเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่ง ในวันที่ 22 ม.ค.63 เป็นเวลา 1 วัน เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 มีค่าเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่จากสภาพอากาศปิด อีกทั้งยังจะติดตามสถานการณ์ฝุ่น หากมีประกาศเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป อีกทั้งยังมีการเหลื่อมเวลาการทำงานของราชการ เพื่อลดการใช้รถในชั่วโมงเร่งด่วน ช่วงเช้า เวลา 06.00 - 09.00 น.ช่วงเย็น 15.30 - 18.00 น. โดยให้เริ่มทำงานเวลา 10.00 - 18.00 น.ตั้งแต่พรุ่งนี้ (22 ม.ค.63) ไปจนกว่าจะพ้นช่วงวิกฤต การเหลื่อมเวลาทำงานนี้จะให้เฉพาะข้าราชการประจำสำนักงาน เช่น ที่ศาลาว่าการฯ กทม. (เสาชิงช้า) และศาลาว่าการ กทม.ดินแดง จะไม่กระทบกับงานบริการประชาชนในส่วนต่างๆ ยังคงทำงานเป็นปกติ นอกจากนี้กรุงเทพมหานครเตรียมหน้ากากอนามัย จำนวน 400,000 ชิ้น นำไปแจกจ่ายให้ประชาชนใส่ป้องกัน โดยเริ่มแจกวันนี้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่งของกรุงเทพมหานคร และตามสถานีรถไฟฟ้า ขอให้ทุกคนใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านในช่วงนี้ เพื่อเป็นป้องกันตนเอง อ้างอิงจาก https://www.naewna.com/local/467755
21 มกราคม 2563