fbpx

ทำไมคนท้องขี้น้อยใจ รู้ทันการเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ตั้งครรภ์ พร้อมวิธีรับมือ

Writer : blahblahboong
: 15 เมษายน 2562

“คนท้องขี้น้อยใจ” เป็นคำพูดที่จริงซะยิ่งกว่าจริง รู้กันไหมคะว่าอาการน้อยใจของคนท้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านของร่างกาย รวมไปถึงจิตใจด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องแบกรับความรู้มากมายกว่าที่ทุกคนคิด

เรามาทำความเข้าใจถึงสาเหตุกันว่าเพราะอะไรกัน “คนท้องถึงขี้น้อยใจ” รวมไปถึงวิธีรับมือกับอาการต่างๆ กันค่ะ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนท้อง

1 – 3 เดือนแรก

  • ฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ รู้สึกไม่สบายตัว
  • แพ้ท้อง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ทานอาหารได้น้อย ก่อให้เกิดความรู้สึกกังวลว่าลูกจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

4 – 6 เดือนต่อมา

  • ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง หน้าท้องเริ่มขยายใหญ่ขึ้น มีอาการปวดเมื่อยต่างๆ ตามมา
  • อารมณ์ไม่ดี อึดอัดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
  • มีความวิตกกังวลมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ต้องตรวจเช็คสุขภาพของลูกในครรภ์

7 – 9 เดือนสุดท้าย

  • นอนไม่หลับ เกิดจากความไม่สบายตัว อึดอัด ขยับตัวยาก รวมไปถึงความเหนื่อยล้า การนอนไม่พอยังส่งผลทำให้อารมณ์ของคุณแม่แปรปรวน หงุดหงิดง่ายตามมา

วิธีรับมือกับคนท้องขี้น้อยใจ

  • พูดคุยกันให้มากขึ้น
  • จัดการเวลานอนให้เหมาะสม
  • เล่นโยคะ
  • เลิกอ่านข้อมูลต่างๆ ที่สร้างความเครียด

 

ข้อมูลจาก

Very Well Family

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



4 ท่าให้นมลูกสำหรับคุณแม่มือใหม่
เตรียมตัวเป็นแม่
มีลูก 1 คน ต้องวางแผนการเงินอย่างไร
เตรียมตัวเป็นแม่
ความกังวลของ (คนกำลังจะเป็น) แม่
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง หาได้ง่าย และเหมาะสมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย เป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามินอีกมากมาย  ซึ่งมีประโยชน์ต่อเด็กวัยเรียน ดร.สาธิต  ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี และมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงกว่าอาหารชนิดอื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างการเจริญเติบโตและกระตุ้นการทำงานของประสาทและสมองอีกด้วย โดยในเด็กวัยเรียนควรกินไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ควบคู่กับการดื่มนมวันละ 2 แก้ว และส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 60 นาทีหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ยังกล่าวอีกว่า เด็กแต่ละวัยจะบริโภคไข่ในปริมาณที่ต่างกัน และควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ พยายามให้ลูกกินผักหลากสี อาจนำผักผสมเข้าไปในเมนูไข่ แนะนำเป็นไข่ต้มหรือไข่ตุ๋นจะดีต่อสุขภาพมากกว่า ควรหลีกเลี่ยงการกินไข่ดิบ และขนมปังไข่ดาวใส่เบคอนหรือไส้กรอก เพราะจะได้รับปริมาณไขมันสูงมากจากเบคอน น้ำมันที่ใช้ทอด และเนยที่ทาขนมปัง อ้างอิงจาก กรมอนามัย
16 ตุลาคม 2562