fbpx

4 อาการเสี่ยง หากลูกขาดธาตุเหล็ก

Writer : Mneeose
: 18 ตุลาคม 2562

ธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างธาตุเหล็กเองได้ การที่ลูกขาดธาตุเหล็ก ก็เพราะได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ อาจเป็นเพราะเด็กสมัยนี้ชอบเลือกทานแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ ถ้าไปบังคับก็มักจะร้องไห้ หรืองอแงใส่ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องตามใจตลอดจนติดเป็นนิสัย

โดยเฉพาะ เด็กที่ไม่ยอมทานผัก ก็มักจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่างๆ ไม่เพียงพอ หากลูกได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ อาจทำให้ลูกเสี่ยงเกิดโรคต่างๆ กับร่างกายได้ ไปดูกันดีกว่าจะมีโรคอะไรบ้าง สนับสนุนโดยเนสท์เล่ซีรีโกรว

1. โรคโลหิตจาง

โรคที่เด็กส่วนใหญ่มักจะเป็นเมื่อขาดธาตุเหล็ก คือ โรคโลหิตจาง หรือโรคซีดนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง และผักใบเขียว ก็จะมีโอกาสที่จะเป็นโรคโลหิตจางได้มากขึ้น ลูกจะเกิดความรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย กินอาหารน้อยลง รู้สึกจะเป็นลม แม้จะเป็นการทำกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวันอยู่แล้วก็ตามค่ะ

คุณแม่สามารถสังเกตอาการของลูกน้อย หากเป็นโรคโลหิตจางได้โดยเมื่อลูกเกิดอาการเหนื่อยมากๆ ผิวจะขาวซีดลงอย่างชัดเจนทันที แต่ถ้าลูกน้อยมีผิวเหลืองอยู่แล้ว ก็จะยิ่งมีสีเหลืองมากกว่าปกติค่ะ

 

2. โรคสมาธิสั้น

ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่ช่วยพัฒนาสมองให้ลูกน้อย การที่ลูกเป็นเด็กสมาธิสั้น ปัจจัยหนึ่งมักเกิดจากร่างกายของลูกน้อยได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ

หากลูกน้อยขาดธาตุเหล็กจะทำให้มีความจำสั้น สมาธิสั้น หรือมีการตอบสนอง และคิดวิเคราะห์ช้าลง จนท้ายที่สุดแล้วอาจทำให้ผลการเรียนของลูกแย่ลงค่ะ

วิธีสังเกตว่าลูกเป็นโรคสมาธิสั้นนั่นคือ ลูกจะซุกซนเป็นพิเศษ วอกแวกกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้ง่าย ไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง ต้องหาอะไรทำตลอด เวลาที่พูดด้วยจะไม่ตั้งใจฟัง และไม่ค่อยเก็บรายละเอียด ขาดความรับผิดชอบในบางเรื่องค่ะ

 

3. อาการลิ้นเลี่ยน

การที่ลูกขาดสารอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะธาตุเหล็ก และวิตามินบี 12 ยังทำให้ลูกเกิดอาการลิ้นเลี่ยน หรือลิ้นเรียบผิดปกติ คุณแม่สามารถสังเกตลิ้นลูกได้เอง เพราะมักจะมีลักษณะลิ้นฝ่อ หรือเกิดการอักเสบจนจำนวนปุ่มรับรสบนลิ้นลดลง ทำให้ลิ้นเรียบ และค่อนข้างมันมากกว่าปกติ จึงอาจทำให้ลูกรู้สึกปวดแสบปวดร้อน และรู้สึก ไม่สบายในช่องปาก เมื่อรับประทานอาหารที่มีกรด และรสเค็มมากๆ เช่น สับปะรด นั่นเองค่ะ

ฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด และหันมาทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์ และผักใบเขียว เพิ่มขึ้นนะคะ

 

4. อาการเล็บแบนเป็นรูปช้อน

คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่คะ ว่าเราสามารถสังเกตอาการขาดธาตุเหล็กของลูกได้ที่เล็บนิ้วมือด้วย เพราะเล็บจะเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพของเราว่าขาดสารอาหารอะไรได้นั่นเองค่ะ

อาการเล็บแบนเป็นรูปช้อน เป็นเล็บมือของคนที่ขาดธาตุเหล็ก คุณแม่สามารถสังเกตเล็บของลูกได้ เพราะมักจะมีลักษณะอ่อน และแบนราบ ถ้าเป็นมากๆ เล็บจะช้อนขึ้น (เป็นแอ่งตรงกลาง) ไม่สวยงาม และอาจหยิบจับสิ่งต่างๆ ไม่สะดวก แต่กับบางคนที่เป็นโรคขาดธาตุเหล็ก ก็อาจไม่พบความผิดปกติของเล็บในลักษณะที่กล่าวมาแล้วก็ได้

เล็บแบนเป็นรูปช้อน คือความผิดปกติ หากลูกเป็นต้องรีบรักษา โดยการทานยาบำรุงโลหิตก็สามารถช่วยได้ค่ะ แต่ถ้าหากลูกเป็นมาก หรือมีอาการผิดปกติแปลกๆ เราขอแนะนำให้พาลูกไปพบเเพทย์นะคะ

 

เห็นไหมล่ะคะว่าการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่สำหรับลูกนั้นมีความสำคัญ และจำเป็นขนาดไหน เพราะทำให้ลูกน้อยมีภาวะโภชนาการที่ดี ป้องกันการขาดธาตุเหล็ก และลดความเสี่ยงการเป็นโรคต่างๆได้

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินของลูกมากๆ นะคะ การรักษา และป้องกันโรคขาดธาตุเหล็กไม่ได้น่ากลัวหรือรักษายากกว่าที่คิด

เพียงแค่ให้ลูกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทั้ง ข้าว ไข่แดง เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ และเน้นทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก และโปรตีนสูงเป็นประจำ เช่น ตับ เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อสีแดง

เพราะพบว่า เนื้อสัตว์มีธาตุเหล็กในปริมาณมาก และสามารถดูดซึมเพื่อนำไปใช้ได้ง่ายกว่าธาตุเหล็กในพืช รวมทั้งให้ลูกทานผักผักใบเขียวด้วยนั่นเองค่ะ

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562