fbpx

ไม่ใช่เรื่องเล็ก! มารู้จัก 4 ปัจจัยที่เหมือนเล็ก แต่ทำให้ลูกน้อยเป็นภูมิแพ้ที่รุนแรงได้ในอนาคต

Writer : Lalimay
: 4 ตุลาคม 2562

โรคภูมิแพ้” เป็นโรคยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นกับเด็กไทย ซึ่งมีทั้งโรคภูมิแพ้อากาศและโรคภูมิแพ้อาหาร โดยในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมามีการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยภูมิแพ้อย่างชัดเจน โดยในประเทศไทย มีประชากรที่เป็นภูมิแพ้มากขึ้น 3-4 เท่าเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งคาดว่าราว 40% ของประชากรทั่วโลกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ สำหรับเป็นเด็กไทยนั้นป่วยเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึง 38% และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราจึงจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปดูปัจจัยหลักๆ ที่เป็นตัวการก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในเด็ก ซึ่งมีด้วยกันอยู่ 4 อย่างคือ กรรมพันธุ์ ควันบุหรี่ มลภาวะที่เพิ่มขึ้น และจากโปรตีนในนมทั่วไป ตามมาดูกันเลยค่ะว่าจะมีรายละเอียดอะไรกันบ้าง

พ่อแม่เป็นภูมิแพ้ลูกก็มีโอกาสเป็นเช่นกัน

โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่มีความเสี่ยงในการถ่ายทอดตามพันธุกรรม โดยเด็กที่มีคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้ มักมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณ 20-40% แต่ถ้าคุณพ่อและคุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้ด้วยกันทั้งคู่ จะมีโอกาสถึง 50-80% เลยที่ลูกจะเป็นโรคภูมิแพ้ แม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นภูมิแพ้ชนิดเดียวกันหรือแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดเดียวกันก็ตาม

แต่คุณแม่หลายๆ คนอาจสงสัยว่า ในเมื่อตนเองเป็นภูมิแพ้จะสามารถให้นมลูกได้ไหม อย่างที่บอกค่ะว่าโรคภูมิแพ้เป็นโรคที่มีความเสี่ยงตามกรรมพันธุ์ แต่ไม่ได้ติดต่อกันผ่านน้ำนม ดังนั้นคุณแม่จึงมั่นใจได้เลยว่าลูกสามารถกินนมแม่ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้นมแม่ยังเป็นตัวแปรสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงให้ลูกรักปลอดภัยจากโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย เพราะในนมแม่มีเวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน ซึ่งเหมาะกับกระเพาะอาหารของเด็กที่ยังสร้างน้ำย่อยได้น้อยและมีการทำงานของเอนไซม์ต่ำ อ่อนโยนต่อระบบการย่อยอาหารของเด็กที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ อีกทั้งโปรตีนในนมแม่ไม่ใช่โปรตีนแปลกปลอม จึงช่วยลดการเกิดการแพ้

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะเป็นโรคภูมิแพ้ เพราะเราสามารถลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์เลยค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกิน ที่ไม่ควรเลือกกินหรือไม่กินอะไรแบบเจาะจง เช่น ไม่กินนม ไม่กินไข่ เพราะกลัวว่าลูกจะแพ้นมหรือแพ้ไข่ จริงๆ แล้วคุณแม่ควรกินอาหารให้ครบ 5  หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของทั้งคุณแม่และลูกในท้องค่ะ นอกจากนี้การให้ลูกได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกคลอด จะทำให้ลดความเสี่ยงการเป็นโรคภูมิแพ้ได้มากเลยทีเดียว

ควันบุหรี่มือสองจากครอบครัวที่สูบบุหรี่

“บุหรี่” นอกจากจะเป็นตัวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อคนสูบโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัวจากตัวร้ายที่ชื่อว่า “ควันบุหรี่มือสอง” โดยควันบุหรี่มือสองคือหนึ่งในปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้เด็กเป็นโรคภูมิแพ้อันดับแรกๆ เลยค่ะ นั่นเป็นเพราะว่านอกจากในควันบุหรี่จะมีสารก่อมะเร็งแล้ว ยังมีสารก่อความระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ ทั้งนี้พบว่ามีปริมาณสารพิษในควันบุหรี่มือสองมากกว่าควันที่ถูกสูดเข้าไปในตัวผู้สูบโดยตรงถึง 3-40 เท่า

อีกทั้งเด็กยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ และร่างกายยังโตไม่เต็มที่ ด้วยความที่ลิ้นมีขนาดใหญ่กว่าช่องปากจึงทำให้ต้องหายใจทางจมูกเป็นหลัก หลอดลมของเด็กยังสั้นและเล็ก จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสองได้รุนแรงกว่าผู้ใหญ่ สำหรับเด็กเล็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง นอกจากจะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้แล้วยังก่อให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบและปอดบวมสูงกว่าเด็กทั่วไป มีอัตราการเกิดโรคหืดเพิ่มขึ้น โดยในระยะยาวเด็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสองจะมีพัฒนาการของปอดน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้รับควันบุหรี่

ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ของลูก คุณพ่อคุณแม่ควรเลิกสูบบุหรี่ เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งตัวเองและคนรอบข้าง หากเลิกไม่ได้จริงๆ ก็ควรสูบบุหรี่นอกบ้านหรือในพื้นที่ที่ให้สูบ อย่าให้ลูกหรือคนรอบตัวต้องมารับควันบุหรี่มือสอง และหลังจากสูบก็ควรอาบน้ำ สระผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้ามาเล่นกับลูก เพราะควันบุหรี่ยังสามารถติดตามร่างกาย เส้นผม และเสื้อผ้า หรือที่เรียกว่า “ควันบุหรี่มือสาม” ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกเช่นกันค่ะ

มลภาวะทางอากาศที่เพิ่มขึ้น

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสภาพอากาศในประเทศไทยค่อนข้างแย่ ทั้งในเรื่องของมลพิษทางอากาศต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากควันท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากการเผาไหม้ รวมไปถึงมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ นอกจากนี้ประเทศไทยก็มีพื้นที่สีเขียวลดน้อยลงจนน่าใจหาย ปอดจากธรรมชาติก็ค่อยๆ ถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ จึงส่งผลให้อากาศในบ้านเราแย่ลงเรื่อยๆ เช่นกัน อย่างที่เห็นได้ชัดคือฝุ่น PM 2.5 ที่มักจะมาในช่วงต้นปี และมีผลต่อระบบทางเดินหายใจของผู้คน อย่างโรคภูมิแพ้อากาศ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

ส่วนใหญ่แล้ว ยิ่งเด็กอายุน้อยเท่าใด ความเสี่ยงยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เพราะปอดและระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังอยู่ในระยะที่กำลังพัฒนา อีกทั้งเด็กใช้เวลาอยู่กลางแจ้งเพื่อเล่นกีฬาและทำกิจกรรมนอกบ้านมากกว่า จึงทำให้รับมลพิษได้ง่ายกว่า โดยมีงานศึกษาวิจัยที่แสดงว่าการเผชิญกับมลพิษในอากาศจะทำให้การเจริญเติบโตของปอดในเด็กในวัยเรียนมีประสิทธิภาพที่ต่ำลง ส่งผลให้เด็กมีอัตราที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืดและโรคระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงอื่นๆ มากกว่า ซึ่งโรคเหล่านี้กำเริบขึ้นได้อย่างง่ายดายเมื่อระดับมลพิษสูง

ดังนั้นหากในช่วงที่มลพิษในอากาศอยู่ในระดับสูง คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้ลูกออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน หากจำเป็นต้องออกจริงๆ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ค่ะ

โปรตีนในนมก่อให้เกิดภูมิแพ้

คุณพ่อคุณแม่คงจะคาดไม่ถึงว่า “นมวัว” อาจเป็นตัวการที่ก่อให้เด็กไทยเกิดโรคภูมิแพ้มากขึ้น เนื่องจากในนมวัวจะมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า เบต้า-แลคโตโกลบูลิน (Beta lactoglobulin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีขนาดใหญ่ ร่างกายของเด็กยังมีระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ และระบบย่อยอาหารยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ เมื่อลูกดื่มนมวัวที่มีโปรตีน เบต้า-แลคโตโกลบูลิน เข้าไป จะถูกดูดซึมไปพบกับระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายลูกน้อย อาจส่งผลให้เกิดภูมิแพ้ 

การแพ้โปรตีนในนมนั้นเป็นอาการที่วินิจฉัยได้ยาก กับเด็กบางคนอาจจะแสดงอาการทันทีเมื่อกินนม เช่น มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ขณะที่เด็กบางคนที่ดื่มนมวัวในช่วงแรกจะยังไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่พอดื่มไปสักพัก 2-3 เดือน ก็จะมีอาการเป็นหวัดเรื้อรัง ท้องเสีย อาเจียน ถ่ายมีเลือดปน หายใจขัด คัดจมูก หลับไม่สนิท ผื่นแพ้ ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นโรคธรรมดาในเด็ก จึงไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

โดยการแพ้โปรตีนในนมวัวจะส่งผลให้ลูกมีโอกาสที่จะเป็นภูมิแพ้อื่นๆ ได้มากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของลูกในทางลบ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น ทำให้เด็กหลับไม่สนิท ก็จะส่งผลให้เด็กเรียนไม่รู้เรื่อง ง่วงซึม หรือหวัดเรื้อรัง เด็กก็จะได้รับยาปฏิชีวนะเรื่อยๆ เมื่อได้รับบ่อยๆ จะเสี่ยงต่อการแพ้ยา ถ้าแพ้รุนแรงอาจถึงชีวิตได้

เวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน สารอาหารสำคัญสำหรับการป้องกันภูมิแพ้

ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะในน้ำนมแม่นั้นมีเวย์โปรตีนที่ย่อยแล้วบางส่วน จึงไม่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ย่อยง่ายกว่า และดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตและระบบเผาผลาญอาหารของลูก อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของลูกน้อยให้แข็งแรง สามารถที่จะรับมือกับมลภาวะทางอากาศได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

แต่สำหรับคุณแม่บางคนที่มีปัญหาในเรื่องของการให้นมลูก การเลือกเวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน จึงเป็นทางเลือกที่ดี ด้วยโมเลกุลขนาดเล็กยังย่อยง่าย ช่วยให้ลำไส้ลูกน้อยดูดซึมไปใช้ได้ดีขึ้น อ่อนโยนต่อระบบย่อยอาหาร อีกทั้งยังได้รับการแนะนำจากแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันโรคภูมิแพ้ของประเทศไทย ว่าช่วยลดโอกาสการแพ้นมวัว จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นภูมิแพ้ต่างๆ ของลูกน้อย และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนโยนของลูกน้อยให้สามารถต่อกรกับมลภาวะที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามถ้าลูกแพ้นมวัวก็ควรพาไปปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุดค่ะ

แน่นอนว่าสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว ก็ย่อมอยากเห็นลูกมีพัฒนาการที่ดีในทุกๆ ด้าน ดังนั้นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยก็เพื่อพัฒนาการของลูกน้อยที่เกิดขึ้นได้ทุกวันนั่นเองค่ะ

#เพื่อทุกก้าวที่เติบโตของลูก #เวย์โปรตีนที่ย่อยบางส่วน #โปรตีนที่ย่อยบางส่วน

ข้อมูลอ้างอิงจาก

  • เบต้า – แลคโตโกลบูลิน : mamaexpert.com/
  • โรคแพ้นมวัว : babybbb.com
  • การป้องกันภูมิแพ้ในเด็ก : nestle.co.th
  • ภูมิแพ้ในเด็กที่พ่อแม่ต้องรู้ : phyathai.com
  • โปรตีนในนมแม่ : mgronline.com

 

 

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กสมองไว พ่อแม่สร้างได้
ข้อมูลทางแพทย์