fbpx

7 อาหารที่ทานแล้วลูกน้อยพลังเยอะเกินไป

Writer : giftoun
: 31 กรกฏาคม 2561

 

สำหรับลูกแล้ว การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ถือว่าสำคัญมาก แต่ก็มีอาหารหลายประเภทที่ให้พลังงานมากเกินไป ถ้ากินบ่อยๆ อาจทำให้เกิดภาวะอ้วนในเด็กได้ จะมีอาหารอะไรที่ควรระวังบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

น้ำหวาน

น้ำหวานถือว่ามีของโปรดสำหรับเด็กๆ เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแดง น้ำเขียว หรือน้ำผลไม้ที่มีน้ำเชื่อมก็ตาม เครื่องดื่มเหล่านี้มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักและให้พลังงานสูงมาก จึงควรให้ลูกทานแต่น้อยจะดีกว่านะคะ

ขนมกรุบกรอบ

ขนมกรุบกรอบไม่ว่าจะถุงเล็กหรือถุงใหญ่ก็ตาม มักจะกินแล้วติดลม หยุดไม่ได้ ทำให้กินในปริมาณที่มากโดยที่ไม่รู้ตัวเลย ขนมเปล่านี้จะประกอบไปด้วยแป้งและโซเดียมเป็นหลัก ซึ่งทำให้เกิดพลังงานที่มากไปด้วยกันทั้งสิ้น อาจจะใช้วิธีแบ่งมาใส่ชามเล็กๆ กำหนดปริมาณให้ลูกทานแต่พอดีก็ช่วยได้ค่ะ

ผลไม้ที่หวานเกินไป

ถึงแม้ว่าผลไม้จะมีประโยชน์กับร่างกายขนาดไหน แต่ผลไม้ที่หวานเกินไปอย่างลำไย ลิ้นจี่ หรือผลไม้ชนิดอื่นนั้นจะให้พลังงานเยอะเกินไป ถ้าทานเยอะเกินไปก็จะทำให้ลูกเกินไปอ้วนก็เป็นได้ค่ะ

ไอศกรีม

ไอศกรีมเป็นของหวานดับร้อนที่เด็กๆ ชอบเป็นอย่างมาก มีให้เลือกทั้งแบบผสมนมและหวานเย็น ทั้งสองแบบนี้ล้วนมีน้ำตาลสูงด้วยกันทั้งสิ้น อีกทั้งยังสามารถกินได้เยอะเพราะไม่หนักท้องเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีพลังงานเยอะเกินไปจนแปรเปลี่ยนเป็นความอ้วนไปเลยก็ว่าได้ค่ะ

เบเกอรี่

เบเกอรี่คือขนมปังอบชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครัวซอง เค้ก คัพเค้ก หรืออื่นๆ ให้เลือกหลากหลาย อาหารเหล่านี้ล้วนอุดมไปด้วยไขมันและคาร์โบไฮเดรต ถ้ากินบ่อยเกินไปจะสะสมหลังงานจนทำให้ลูกนั้นอ้วนได้ค่ะ ยังไงลองแบ่งกันกินกับคุณพ่อคุณแม่นานๆ ครั้งจะดีกว่าค่ะ

ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตถือว่าเป็นของหวานขวัญใจของเด็กทุกคนเลยก็ว่าได้ ปัจจุบันช็อกโกแลตมีหลายรูปแบบด้วยกัน ทั้งแบบแท่ง แบบเม็ด แบบผง หรือแบบอื่นแล้วแต่จะสร้างสรรค์เลย เป็นของหวานที่มีไขมันและน้ำตาลสูง กินเยอะๆ พลังงานจะเยอะตามแน่นอนค่ะ

อมยิ้มและทอฟฟี่

อมยิ้มและทอฟฟี่เป็นขนมหวานที่ประกอบไปด้วยน้ำตาลเสียเป็นส่วนใหญ่ นอกจากจะให้พลังงานสูงแล้ว ถ้ากินมากๆ อาจจะทำให้ฟันผุได้อีกด้วย ยังไงให้ลูกนานๆ กินทีจะดีกว่านะคะ

โดยหลักแล้ว อาหารที่ควรทานนั้นลดหวาน มัน เค็ม เพราะรสชาติเหล่านี้เป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้มีพลังงานเยอะเกินไป และอย่าลืมพาลูกไปวิ่งเล่นเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงด้วยนะคะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 อาหารเสี่ยงท้องเสียสำหรับคุณเเม่
เตรียมตัวเป็นแม่
เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562