fbpx

5 บทเรียนที่พ่อแม่ควรสอนลูกวัยอนุบาล

Writer : nunzmoko
: 12 กุมภาพันธ์ 2562

ลูกวัยอนุบาล หรือในช่วง 3-6 ขวบ เป็นช่วงที่ลูกเริ่มเข้าโรงเรียน และเริ่มมีสังคม เริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นดูแล คอยสั่งสอนสิ่งที่ดีให้ลูกน้อยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เด็กๆ เติบโตอย่างมีคุณภาพนั่นเองค่ะ

บทเรียนที่ 1 : สอนให้ลูกช่วยเหลือตนเอง

อันดับแรกที่ควรเริ่มฝึก คือ การช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันให้สามารถทำได้เอง เช่น เข้าห้องน้ำ ล้างมือ ล้างก้นเองได้ ใส่หรือถอดเสื้อผ้าได้เอง กินข้าวได้เอง รวมทั้งอื่นๆ อีกมากมายค่ะ คุณแม่ลองค่อยๆ คิด เรื่องไหนที่ควรฝึกให้ลูกน้อยรู้จักช่วยตนเองให้ได้มากที่สุดก่อนจะถึงวัยที่เขาต้องเข้าเรียน เพื่อให้ลูกใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองเมื่ออยู่ที่โรงเรียน

บทเรียนที่ 2 : รู้จักมีความรับผิดชอบ

ก่อนเข้าโรงเรียนคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องสอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบหน้าที่บางอย่างในบ้าน เช่น ช่วยรดน้ำต้นไม้ ช่วยหยิบไม้หนีบผ้าตอนที่แม่ตากผ้า ช่วยถูพื้นเล็กๆ น้อยๆ ฯลฯ และหากคุณพ่อคุณแม่ทำงานอะไร ก็สามารถมอบหมายหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกน้อยช่วยได้ เพราะเด็กแทบทุกคนอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมของพ่อแม่อยู่แล้ว แม้ในระยะเริ่มต้นที่ให้เด็กลองทำอาจจะทำให้งานได้ช้าหรือเสี่ยงสกปรก เสียเวลาไปบ้าง แต่ก็คุ้มค่าที่จะฝึกนิสัยความรับผิดชอบ เพราะเมื่ลูกโตขึ้นก็จะสามารถรับผิดชอบหน้าที่ช่วยตัวเองและช่วยครอบครัวได้

บทเรียนที่ 3 : เรียนรู้การเข้าสังคม

การอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมก็ต้องฝึก และให้เด็กๆได้เรียนรู้ก่อนไปโรงเรียน เพราะจะได้การช่วยเตรียมภูมิต้านทานให้ลูกพร้อมเผชิญโลกกว้างที่กำลังจะเข้าไปสัมผัส รวมทั้งการฝึกฝนพฤติกรรมดี ๆ ที่ต้องมีเพื่อเข้าสู่สังคมของโรงเรียน เช่น การรู้จักการแบ่งปัน การรู้จักระเบียบวินัย การเข้าแถว หรือการรู้จักดูซ้ายดูขวาทุกๆ ครั้งก่อนข้ามถนน เป็นต้น

บทเรียนที่ 4 : ฝึกทักษะการสื่อสาร

ทั้งในเรื่องของ ภาษา การฟัง และความเข้าใจในการสื่อสาร พ่อแม่ต้องสอนให้เด็กรู้จักบอกความต้องการของตัวเองได้เพราะถ้าอยู่บ้านก็คงไม่จำเป็น แต่ที่โรงเรียนคงไม่ใช่อย่างนั้น โดยเริ่มต้นฝึกง่ายๆ ด้วยการให้ลูกสามารถพูดได้ว่า ต้องการหรือไม่ต้องการอะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร เช่น ถ้ามีเพื่อนมาแย่งของเล่นของลูกแล้ว ลูกจะต้องพูดโต้ตอบเพื่อนอย่างไร ต้องลองเริ่มฝึก ถ้าลูกสามารถบอกความต้องการของตนเองกับคนอื่นๆ ได้แล้ว เขาก็สามารถปรับตัวให้เข้าสถานที่ใหม่ ๆ อย่างโรงเรียนได้เร็วยิ่งขึ้น และยังลดพฤติกรรมก้าวร้าวต่างๆ ลงได้อีกด้วย เพราะไม่รู้จักเทคนิคการสื่อสาร เช่น เวลาที่เห็นเพื่อนเล่นของเล่น แทนที่จะพูดขอเล่นด้วยดีๆ กลับเข้าไปแย่งจากเพื่อนเอาดื้อๆ เลย ถ้ามีพฤติกรรมอย่างนี้บ่อยๆ วุ่นวายไม่จบไม่สิ้นแน่นอนค่ะ

บทเรียนที่ 5 : ไม่เป็นเด็กเอาแต่ใจ

นิสัยเอาแต่ใจอาจใช้ได้แค่ในบ้าน แต่หากลูกต้องเข้าโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยฝึกสอน เรื่องการลดความเอาแต่ใจของลเจ้าตัวเล็กให้ได้ ซึ่งในเด็กเล็กอาจค่อนข้างทำได้ยาก คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นและให้โอกาสลูกมาก ๆ ต้องปรับเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มง่ายๆ เช่น ปู่ย่าตายายที่มักโอ๋เด็ก คิดว่าหลานยังเล็ก ไม่เป็นไรปล่อยไปก่อน เดี๋ยวเข้าโรงเรียนแล้วค่อยมาฝึก ซึ่งการทำแบบนี้จะยิ่งทำให้นิสัยเอาแต่ใจติดเป็นความเคยชิน เมื่อโตขึ้นก็จะแก้ไขยากมากๆ ดังนั้นการเลี้ยงเด็กต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งบ้านจึงจะถูกต้องค่ะ

พญ.กาญจนา คูณรังษีสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จ.เชียงใหม่จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำว่า ลูกวัย 3 ขวบที่เข้าโรงเรียนแล้ว ควรฝึกเรื่องระเบียบวินัย การรอคอย การเข้าสังคม มากกว่าการจับเรียนเขียนอ่าน เนื่องจากกล้ามเนื้อมัดเล็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ควรปล่อยขีดเขียนอิสระ ไม่ต้องกังวลอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ อีกทั้งการเลือกกิจกรรมที่ลูกสนใจ และรู้สึกสนุก จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะลูกได้มากกว่าการบังคับอีกด้วยค่ะ

ที่มา :

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
14 กรกฏาคม 2560
ทำอย่างไรเมื่อลูกรัก “ติดจอ”
ชีวิตครอบครัว
10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
7 เทคนิคง่ายๆ ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง
ช่วงวัยของเด็ก
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
14 สิงหาคม 2560
ทำอย่างไรดีเมื่อลูกกรี๊ด
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
กิจกรรมเสริมเชาว์ปัญญาให้ลูกช่วงปิดเทอม
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562