7วิธีลดน้ำหนักสำหรับคุณแม่หลังคลอด

Writer : giftoun
: 13 กุมภาพันธ์ 2561

 

เมื่อคุณแม่คลอดแล้ว นอกจากจะกังวลกับการเลี้ยงลูกแล้ว ยังกังวลกับน้ำหนักของตัวเองที่พุ่งพรวดตอนท้องอีกด้วย  ดังนั้น การลดความอ้วนหลังคลอดจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้คุณแม่กลับมามีรูปร่างที่ดีได้เหมือนเดิม จะมีวิธีลดน้ำหนักได้อย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

คุณแม่หลายคนเลือกที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา แต่ทราบหรือไม่ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นสามารถช่วยลดไขมันในร่างกายไปได้อย่างมาก เพราะกระบวนการที่ร่างกายสร้างน้ำนมนั้นจะมีการดึงเอาไขมันในร่างกายไปใช้ และการให้นมแม่ในแต่ละวันสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายของคุณแม่ไปได้ถึง 500-800 กิโลแคลอรีต่อวัน ถ้าคุณแม่ให้นมลูกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4-6 เดือนก็จะช่วยลดขนาดส่วนเกินของสะโพก หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขาได้เป็นอย่างดี

ออกกำลังกายหลังคลอด

การออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ถึงจะทำงานเลี้ยงลูกเหนื่อยขนาดไหน อยากให้คุณแม่ลองแบ่งเวลามาออกกำลังกายบ้างน่าจะดีเหมือนกัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที

  • คุณแม่ที่คลอดตามปกติทางช่องคลอด 2-3 วันหลังคลอดคุณแม่ก็สามารถเริ่มบริหารร่างกายได้แล้ว เพื่อช่วยให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะทำให้แผลฝีเย็บแตกหรือแผลแยก
  • คุณแม่ที่คลอดโดยการผ่าตัด ขอให้รอจนครบ 20 วันขึ้นไปก่อน หรือไม่เกิน 1 เดือนก็ควรเริ่มบริหารร่างกายได้เลย ไม่ต้องรอให้นานกว่านี้หรือรอจนถึง 2-3 เดือน เพราะถ้าเริ่มทำช้าก็จะได้ผลน้อย

แต่ไม่ว่าจะคลอดเองหรือผ่าคลอด ในครั้งแรก ๆ คุณแม่อาจเริ่มบริหารเพียงไม่กี่ท่าหรือท่าละไม่กี่ครั้ง หรือออกกำลังกายแบบที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือการว่ายน้ำ เพราะร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่ แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปทีละนิดเมื่อร่างกายแข็งแรงแล้ว และที่สำคัญคุณแม่ควรสนุกไปกับการออกกำลังกายที่คุณแม่ชอบ เพราะเมื่อชอบแล้วจะทำให้คุณแม่มีความตั้งใจและทำต่อไปได้เรื่อยๆ ค่ะ

ตั้งเป้าหมายจากน้อยไปมาก

ถ้าคิดโดยรวมว่าเราอยากกลับไปน้ำหนักเท่าเดิมก่อนตั้งครรภ์ก็อาจจะดูห่างไกลจนทำให้คุณแม่หลายคนรู้สึกท้อ แต่การเปลี่ยนมาตั้งเป้าหมายให้เล็กลงโดยเริ่มที่น้ำหนักน้อยๆ ก่อน ถ้าทำได้แล้วค่อยๆ เพิ่มให้มากขึ้นก็จะทำให้คุณแม่มีกำลังใจในการลดน้ำหนักมากขึ้น เช่น ตั้งใจว่าจะเดินออกกำลังกายให้ได้วันละ 30 นาที และลดน้ำหนักให้ได้ 2-3 กิโลกรัมในช่วงเดือนแรก เป็นต้น นอกจากการตั้งเป้าหมายแล้ว การบันทึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อดูความก้าวหน้าว่าเราสามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มกำลังใจได้เป็นอย่างดีค่ะ

ทำกิจกรรมอื่นบ้าง

อาจจะลองเดินบ่อย ๆ อย่ามัวแต่นั่งหรือนอนเล่นอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ยิ่งถ้าคุณแม่เป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว การหันมาทำงานบ้านอย่างการทำความสะอาด กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน หรือการทำกิจกรรมอื่นๆ เล็กๆ น้อยอยู่ตลอดเวลาก็ช่วยให้น้ำหนักส่วนเกินลดลงได้แบบไม่น่าเชื่อ ส่วนการทำกิจกรรมร่วมกับคุณแม่คนอื่น ๆ ก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน เช่น การนัดพบคุณแม่ท่านอื่นเพื่อให้ลูกได้มาเล่นด้วยกัน การจัดกิจกรรมในหมู่เพื่อนบ้านด้วยกัน การนัดออกกำลังกายร่วมกัน เป็นต้นค่ะ

ควบคุมอาหารการกิน

คุณแม่หลังคลอดสามารถลดความอ้วนได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของตัวเองอย่างเช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างพอเหมาะ การรับประทานผักและผลไม้ จำกัดอาหารจำพวกแป้ง รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ เป็นต้น จะช่วยให้ลดน้ำหนักหลังคลอดได้ง่ายขึ้นค่ะ

ดื่มน้ำให้มากพอ

การดื่มน้ำให้ได้วันละ 10-12 แก้วต่อวันสามารถช่วยป้องกันการขาดน้ำและช่วยให้น้ำหนักของคุณแม่ลดลงได้ดียิ่งขึ้น แต่น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำสะอาด ไม่ใช่น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลค่ะ

พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ

การนอนเป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากจะเป็นการชาร์จพลังในแต่ละวันแล้ว ยังทำให้อัตราการเผาผลาญอาหารดี ดังนั้น คุณแม่ควรหาเวลานอนพักทุกครั้งที่มีโอกาสหรือในเวลาที่ลูกหลับ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน แถมวิธีนี้ยังช่วยทำให้คุณแม่มีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยค่ะ

ถึงคุณแม่จะอยากผอมขนาดไหน การลดน้ำหนักหลังคลอดของคุณแม่ควรเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะการรีบร้อนเร่งลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจะทำให้สารพิษที่สะสมอยู่ตามไขมันละลายเข้าสู่กระแสเลือดและผ่านสู่ลูกทางน้ำนมได้ การออกกำลังกายอย่างช้า ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ จะช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงได้ ลองใช้หลายวิธีควบคู่กันไปจะดีที่สุดค่ะ

ที่มา – medthai

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เตรียมตัวเป็นแม่ เตรียมตัวเป็นแม่
7 กุมภาพันธ์ 2561
12 ข้อดีจากการให้นมแม่
เตรียมตัวเป็นแม่
ท้องตอนอายุ 35 มีปัญหาหรือไม่ ?
เตรียมตัวเป็นแม่