fbpx

รู้เท่าทันก่อนจะสายเกินไป 9 วิธีรับมือ เมื่อลูกถูกรังแก

: 14 พฤศจิกายน 2561

เรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดกับลูกบางเรื่องเป็นปัญหาภายในจิตใจ ไม่ได้แสดงออกหรือบอกเราทันทีให้รับรู้ แต่ก็มีจุดสังเกตได้ว่า ลูกมีปัญหาบางอย่าง เช่น อารมณ์ที่วิตก กังวล ซึมเศร้า มีอาการเจ็บป่วย มีแผลตามร่างกาย หรือแสดงว่าไม่อยากไปโรงเรียน และต้นเหตุของปัญหาที่พบได้บ่อยก็คือ การถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแก อาจมีทั้งการกลั่นแกล้งด้วยคำพูด การทำร้ายร่างกาย ฯลฯ ที่เกิดขึ้นได้ มาดูวิธีการจัดการ รับมือกับปัญหาเรื่องนี้กันค่ะ

1.  พูดคุย ใกล้ชิดกับลูก

ให้รู้ว่า เราพร้อมที่จะอยู่ข้างๆ และปกป้องช่วยเหลือ

2.  ไม่ต้องบังคับหรือเค้นถาม

หากลูกไม่พูด ไม่บอกถึงปัญหา เพราะเขาอาจยังไม่พร้อม

3. พูดคุยกับครู

ถึงลักษณะที่โรงเรียน เช่น มีอาการอะไรที่ผิดปกติ เข้ากับเพื่อนได้หรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง

4. เมื่อลูกบอกว่า ถูกรังแก

หมายความว่า เขาต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ถึงเวลานั้นก็ควรรับฟัง สนใจที่จะช่วยเหลือ

5.  ไม่ควรตำหนิลูก

ถึงวิธีการจัดการปัญหาของลูก ที่ทำไม่ถูกใจเรา ควรจะให้ลูกเล่าและฟังก่อน

6. ลูกจะรู้สึกว่าเราไม่เข้าใจ

หากมัวแต่ตั้งคำถามว่า เขาไปทำอะไรเพื่อนก่อนหรือเปล่า เพราะเมื่อเกิดเรื่องอีกเขาจะไม่เล่าให้ฟัง

7. ชมเชย

ในความกล้าที่ลูกเล่าปัญหาให้ฟัง แสดงความเข้าใจและเห็นใจที่เขาถูกรังแก

8. ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง

เพราะอาจทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้น

9. แจ้งให้โรงเรียนรู้

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับเด็กคนอื่นๆ อีก โดยเฉพาะ พ่อแม่กับโรงเรียน มีความเกี่ยวข้องโดยตรง การพูดคุย ช่วยกันหาทางแก้ไขด้วยสติ และร่วมมือซึ่งกันและ กัน นับเป็นทางออกที่จะช่วยให้ลูกของเราปลอดภัยจากการถูกรังแก 

สอนลูกให้พร้อมรับมือหากถูกเพื่อนแกล้ง

  • ปลูกฝังความเชื่อมั่นในตัวเอง  ฝึกลูกแก้ปัญหาด้วยตัวเองในเรื่องง่ายๆ
  • ให้เขารู้จักขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกว่าถูกรังแก เช่น บอกครู บอกพ่อแม่
  • สอนการป้องกันตัวเองให้กับลูก

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก

  • หมอมินเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา
  • http://stopbullying.lovecarestation.com/
Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



20 เหตุผลที่เราควรพาลูก(และแม่)เที่ยว
กิจกรรมของครอบครัว
6 วิธี ฝึกลูกให้นั่งCar Seat
กิจกรรมของครอบครัว
5 สิ่งที่ลูกเรียนรู้จากความผิดพลาด
กิจกรรมของครอบครัว
Emotions รู้ทันอารมณ์ต่างๆ ของลูก
ช่วงวัยของเด็ก
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563