fbpx

วิธีการส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 9 ช่วงอายุสำหรับลูกน้อย

Writer : Jicko
: 24 กันยายน 2561

วัยเด็กเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น และต้องการใช้พลังงานที่มีอยู่ในการค้นคว้าสิ่งรอบตัวเพื่อช่วยสร้างเสริมศักยภาพของตนเองในแต่ละวัย คุณพ่อคุณแม่ก็มีส่วนสำคัญในการช่วยจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้เด็กเติบโตและเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำวิธีการส่งเสริมที่ช่วยพัฒนาหนูน้อยทั้ง 9 ช่วงวัย ตามที่กรมสุขภาพจิตได้ให้ข้อมูลไว้กัน มาดูกันเลยค่ะ

  • อายุ 6 เดือน

จะเน้นการส่งเสริมทางด้านร่างกายมากกว่า เช่น การพลิกคว่ำพลิกหงาย การเอื้อมหยิบของ การหันตามเสียงเรียก และการตอบสนองต่างๆ เช่น การส่งเสียง หรือพ่นน้ำลายเล่นของเด็ก ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะมีวิธีการส่งเสริมพัฒนาการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น คุณพ่อคุณแม่ลองหากิจกรรมให้หนูน้อยดู นอกจากจะส่งเสริมพัฒนาการแล้ว ยังทำให้ครอบครัวสนิทสนมกันมากขึ้นด้วย

 

  • อายุ 9 เดือน

ส่วนใหญ่จะคล้ายๆกับของเด็กอายุ 6 เดือน แต่จะเป็นทักษะที่แข็งแรงขึ้น เช่น ทักษะการนั่งอยู่ได้นานของลูก การมองตามของเล่นที่ทำตก โผหาหรือยื่นแขนให้เมื่อเรียก และการจ้องมองหรือร้องไห้เมื่อเห็นคนแปลกหน้า ส่วนการส่งเสริมพัฒนาการนั้นก็ดังที่กล่าวมาข้างต้น หากลูกๆ ยังทำไม่ค่อยได้ คุณพ่อคุณแม่ก็พยายามให้เค้าทำบ่อยๆ เดี๋ยวยังไงลูกๆ ก็จะค่อยๆ ทำได้เองค่ะ

 

  • อายุ 12 เดือน

อายุ 12 เริ่มมีทักษะการพูดเข้ามา เนื่องจากเด็กๆ สามารถเริ่มหัดพูดได้แล้ว มีการใช้ท่าทางต่างๆ เพื่อบ่งบอกความต้องการ กิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการก็ดังที่ได้บอกข้างต้นค่ะ การที่จะให้ลูกๆ พูดได้ตามช่วงอายุนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสอนคำง่ายๆ กับลูกก่อนค่ะ ทำซ้ำๆ ทำอย่างสม่ำเสมอ เค้าก็จะค่อยๆ ซึมซับเองค่ะ

 

  • อายุ 18 เดือน

อายุ 18 เดือน ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่สามารถเดินได้แล้ว เขียนได้แล้ว และพูดได้เป็นคำๆ แล้ว โตขึ้นมาจากอายุก่อนๆ เค้าสามารถถือด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มได้เอง หรือคุณพ่อคุณแม่อาจจะพูดคำสั่งง่ายๆ ให้เค้าได้ทำตามก็ได้ค่ะ ถ้าลูกยังล่าช้า ให้คุณพ่อคุณแม่ใจเย็นๆ นะคะ ค่อยๆ สอนเด็กๆ ค่ะ

 

  • อายุ 2 ปี

เด็กๆ ช่วงนี้ก็เริ่มจะเข้าเตรียมอนุบาลแล้ว สามารถวิ่งได้คล่องกว่าแต่ก่อน รู้ชื่อต่างๆ ของอวัยวะในร่างกาย พูดได้แล้วบ้าง สามารถใช้ช้อนตักอาหารเองได้ ทักษะเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถแทรกกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ค่ะ เช่นก่อนกินข้าว แต่งตัว ก็อาจจะสอนเรื่องอวัยวะง่ายๆ ก่อน ก็ทำให้ลูกสนุกกับสิ่งต่างๆ รอบตัวอีกด้วยค่ะ

 

  • อายุ 3 ปี

เด็กอายุ 3 ปี เป็นเด็กช่วงวัยอนุบาล 1 เข้าสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ประมาณหนึ่งแล้วทักษะที่พอจะมี ได้แก่ การยืดขา หมุนหรือเปิดผาเกลียวได้ เด็กๆ สามารถเริ่มพูดเป็นประโยคจนเกือบหมด และสามารถถอดเสื้อหรือกางเกงยางยืดได้แล้ว  ก่อนเข้าอนุบาล คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะลองให้ลูกๆ ฝึกอยู่บ้านตามตารางข้างต้นก็ได้ค่ะ

 

  • อายุ 4 ปี

อายุ 4 ปี เป็นช่วงอายุที่ลูกสามารถบอกชื่อจริง หรือเพศของตัวเองหรือคนที่พบเห็นได้แล้ว ช่วยเหลือตัวเองได้พอสมควรเช่น การเดินหรือขึ้นลงบันได รู้จักขนาดของสิ่งของ และปัสสาวะได้เอง ถ้าลูกๆ คนไหนที่ยังล้าช้าในทักษะข้างต้นอยู่คุณพ่อคุณแม่ลองทำตามตารางข้างต้นดู ค่อยๆ สอนเด็กๆ อย่างสม่ำเสมอนะคะ

 

  • อายุ 5 ปี

เด็กช่วงอายุนี้ เป็นเด็กที่ช่างพูดช่างจา ชอบเล่าเรื่องราวต่างๆที่ได้พบได้เจอให้คนรอบข้างหรือคนสนิทฟัง สามารถทำตามค่ำสั่งเกี่ยวกับต่ำแห่ง การเขียนวงกลม หรือยืนขาเดียวได้แล้ว กิจกรรมตามตารางข้างต้นสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กๆ ได้ คุณพ่อคุณแม่ลองทำตามดูนะคะ

 

  • อายุ 6 ปี

และสุดท้าย ช่วงอายุ 6 ปี เด็กจะเริ่มแยกแยะออก รู้จักไหว้ขอบคุณ รู้จักซ้ายหรือขวา สามารถบอกชื่อจริงและที่อยู่ง่ายๆ ได้แล้ว ทักษะเหล่านี้ลองให้คนในครอบครัวช่วยสอน หรือทำพร้อมกับกิจวัตรประจำวันต่างๆ ก็จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กๆ ได้ด้วยค่ะ

ที่มา : กรมสุขภาพจิต

——————
ติดตามพวกเราได้ที่
.
Facebook : Parents One
Twitter : twitter.com/ParentsOne
WebSite : www.parentsone.com
Instagram : instagram.com/parentsone/

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
7  วิธี พิชิตการทานยากของเด็ก
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล คุณแม่คนหนึ่งเปิดเผยว่าลูกของตนถูกคุณหมอตบหน้า จนเกิดเป็นรอยแดงช้ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ในพื้นที่ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม คุณแม่ได้พาลูกน้อยวัย 3 ขวบไปพ่นยาที่อนามัย ระหว่างรอพ่นยา คุณแม่พาลูกนั่งตัก ปล่อยให้เล่นของเล่นตามประสา ขณะนั้นเอง ลูกเผลอทำของเล่นหล่นโดนปาก และหลุดสบถคำหยาบออกมา (คุณแม่ระบุว่าลูกพูดเสียงเบามาก พึมพำกับตัวเองคนเดียว) ซึ่งทันทีที่ลูกพูดจบก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หมอที่ทำการพ่นยาตบหน้าลูกอย่างแรง เมื่อถามถึงเหตุผลก็ได้คำตอบว่า "ลูกหมอ หมอก็ทำแบบนี้" ก่อนยื่นที่พ่นยาให้แม่แล้วเดินจากไป หลังจากพ่นยาเรียบร้อย ผู้เป็นยายทราบเรื่องราวจึงถามซ้ำ คุณหมอเล่าขยายว่า "เด็กด่าเขา" ในขณะที่เด็กอธิบายว่าด่าของเล่น คุณยายเตรียมจะเดินกลับไปถามคุณหมออีกครั้ง แต่เนื่องจากมีคนไข้ท่านอื่นมารักษา ทำให้ไม่ทันได้พูดคุยกันให้จบเรื่องจบราว ภายหลังที่กลับไปอนามัยอีกครั้ง คุณยายพูดกับคุณหมอว่า "ไม่น่าตบเด็กมันเลย หน้าหลานขึ้นรอยนิ้ว 2-3 รอยเลย" และได้รับคำตอบว่า "แล้วจะทำไม งั้นก็ไม่ต้องมาให้หมอรักษา มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย" คุณแม่จึงมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเอง และทวงถามถึงจรรยาบรรณของคุณหมอ ล่าสุด คุณหมอคนดังกล่าวเปิดเผยว่า ตนตบหน้าเด็กจริง โดยวันนั้นครอบครัวพาเด็กมาพ่นยา ระหว่างซักประวัติและเตรียมยาพ่น เด็กพูดชื่อคุณหมอและเอ่ยคำหยาบคายออกมา คุณหมอจึงตบไปที่แก้มข้างซ้าย 1 ครั้ง และบอกให้แม่เด็กช่วยสอนลูกด้วย แต่คุณแม่ไม่พอใจและไปบอกกับคุณยาย คุณหมอยังกล่าวอีกว่า เรื่องตบเด็กนั้นคล้ายการตักเตือน ตนโดนเด็กด่าจะตีไม่ได้เลยเหรอ ตีครั้งเดียว ไม่ได้ใช้ไม้ ครั้งเดียวด้วยปลายนิ้วมือ มันจึงขึ้นรอยแดงเป็นแนว ไม่ใช่จู่ๆ จะตีเด็ก ส่วนเรื่องที่ไล่กลับบ้าน เพราะตนเพิ่งหายจากโควิด ลูกและภรรยาก็ติดโควิดพักอยู่ชั้นบน ที่บอกให้กลับไปเถอะ หมายถึงบริเวณนี้อันตราย ด้านนายแพทย์ วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ชี้แจงว่าได้ทำการลงพื้นที่พูดคุยกับผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพที่เกิดเหตุแล้ว ตนให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และทำการตักเตือนคุณหมอดังกล่าว และประสานงานกับกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อเข้าไปขอโทษครอบครัว ทั้งนี้…
15 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save