fbpx

คุณแม่รู้ไหม ทำไมต้องกินนมให้เกลี้ยงเต้า

Writer : Lalimay
: 19 กันยายน 2562

“นมแม่” เป็นอาหารแรกเริ่มที่สำคัญและเหมาะกับเด็กทุกคน นั่นเป็นเพราะว่า น้ำนมแม่นั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและพัฒนาการของลูก รวมไปถึงเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อสมองและความฉลาดของลูกอีกด้วย ซึ่งคุณแม่ที่ให้นมลูกอาจจะสงสัยว่าทำไมการให้นมลูกถึงจะต้องให้จนเกลี้ยงเต้า แถมน้ำนมแต่ละช่วงก็มีสีที่แตกต่างกัน วันนี้เราจะพาคุณแม่ทุกคนไปหาคำตอบในเรื่องนี้กันค่ะ มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับนมแม่ไปด้วยกันนะคะ

“ไขมัน” คือหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของนมแม่

นมแม่ในแต่ละส่วนก็มีปริมาณไขมันที่แตกต่างกัน ถ้าสังเกตก็คือ

  • น้ำนมส่วนหน้า : จะมีสีใสและเจือจางกว่า (น้ำนมที่ลูกดูดจากเต้าหรือแม่ปั๊มได้ในช่วงแรกของแต่ละครั้ง)
  • น้ำนมส่วนหลัง : มีสีเข้ม เพราะมีปริมาณไขมันและสารอาหารอื่นๆ มากกว่า

ดังนั้น แม่ควรให้ลูกดูดนมจนเกลี้ยงเต้า เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วน

ไขมันในนมแม่มีความสำคัญมาก เพราะไขมันในนมแม่จะช่วยสร้างโครงสร้างและการทำงานของสมอง เนื่องจากกว่า 60% ของโครงสร้างสมองก็คือไขมัน

หนึ่งในไขมันหลักในนมแม่ คือ สฟิงโกไมอีลิน

สฟิงโกไมอีลินจะช่วยสร้างไมอีลิน ซึ่งไมอีลิน คือปลอกหุ้มเส้นใยประสาท ช่วยให้สมองมีการรับส่งสัญญาณได้เร็วขึ้นเหมือนรถแข่งที่วิ่งด้วยความเร็ว 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสมองจะทำงานได้มีประสิทธิภาพเมื่อสฟิงโกไมอีลินทำงานร่วมกับสารอาหารอื่นๆ อย่าง DHA และโคลีน

เด็กจะสมองไวเพราะการทำงานที่สัมพันธ์กัน คือ สฟิงโกไมอีลิน สร้างไมอีลิน ไมอีลินก็สร้างสมองดี ทำให้เรียนรู้ไว

และนอกจากในนมแม่แล้ว สฟิงโกไมอีลินยังหาได้จากไข่ ครีม ชีส และผลิตภัณฑ์นมอีกด้วย

ถ้าอยากรู้ข้อมูลนมแม่และสฟิงโกไมอีลินเพิ่มเติม สามารถปรึกษาหมอ บุคลากรทางการแพทย์ หรือ S-Mom Club

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในขณะนี้ศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษาเปิดมาสักระยะหนึ่ง ซึ่งนอกจากโรค COVID-19 แล้ว ยังทำให้เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคมือ เท้า ปากอีกด้วย สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 29 กรกฎาคม 2563 พบผู้ป่วย 6,812 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยพบมากที่สุดในเด็กแรกเกิด - 4 ปี (82.56%) รองลงมาคืออายุ 7-9 ปี (4.80%) และอายุ 5 ปี (4.74%) โดยโรคมือ เท้า ปากจะพบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะมีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กๆ สามารถติดต่อจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากโดยตรง โดยเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน อาการของโรคคือ มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และต่อมา 1-2 วัน จะมีอาการเจ็บปาก ร่วมกับมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก ที่เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ ในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต สำหรับวิธีป้องกันคือ  พ่อแม่ต้องคัดกรองลูกก่อนมาโรงเรียน หากเด็กไม่สบายหรือมีไข้ ควรพาไปพบแพทย์และให้พักอยู่ที่บ้าน  ให้เด็กสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อลดการสัมผัสความเสี่ยงที่เชื้อจะติดมากับของเล่น หมั่นทำความสะอาดของใช้ ของเล่นและพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกันเป็นประจำ เพื่อลดเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม  ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล จัดให้มีพื้นที่ในการเข้าแถวทำกิจกรรม หรือเล่นเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 5-6…
5 สิงหาคม 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort