fbpx

ไขความลับ พัฒนาสมองลูกรักด้วย "สฟิงโกไมอีลิน"

Writer : Mneeose
: 31 มีนาคม 2562

นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์ กุมารแพทย์ โรคระบบประสาท

  • สฟิงโกไมอีลิน เป็นสารอาหารที่พบมากในนมแม่ นม ผลิตภัณฑ์นม ช่วยในการสร้างปลอกไมอีลิน ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง
  • การเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (brain connection) ซึ่งคือกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมอง ซึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำงานของสมองจึงจะมีประสิทธิภาพ หรือเปรียบเสมือนกับการใช้อินเทอร์เน็ต 5G
  • การเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณของสมองต้องอาศัยการสร้างปลอกไมอีลิน เริ่มสร้างตั้งแต่อยู่ในครรภ์และสร้างอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปีแรกหลังคลอด และถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

คุณพ่อคุณแม่รู้มั้ยว่า…..ความสามารถของลูกรักของคุณนั้นไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ การควบคุมการเคลื่อนไหว หรือการคิดวิเคราะห์และการวางแผนเมื่อเติบโตขึ้นไปนั้นล้วนเกิดขึ้นจากการทำงานของสมอง แต่สมองเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สามารถที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัย การเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (brain connection) ซึ่งคือกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมอง ซึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำงานของสมองจึงจะมีประสิทธิภาพ หรือเปรียบเสมือนกับการใช้อินเทอร์เน็ต 5G เพราะสามารถส่งสัญญาณได้เร็วกว่า จึงมีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเอง และนี่คือความลับของสมองที่สามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการคลาน เดิน การพูด การวิ่งเล่น หรือหัวเราะ ร้องไห้ของลูกรัก นั้น

เป็นเพราะการส่งสัญญาณหากันด้วยความรวดเร็วของสมองแต่ละส่วนนั่นเอง โดยการเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณของสมองต้องอาศัยการสร้างไมอีลิน (myelin) ซึ่งพบมากในช่วง 2 ปีแรกของชีวิตและมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้ที่จะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยวัตถุดิบในการสร้างไมอีลินจะเป็นสารอาหารกลุ่มไขมัน และไขมันที่มีความจำเพาะต่อไมอีลินโดยเฉพาะ นั่นคือ “สฟิงโกไมอีลิน (sphingomyelin)” นั่นเอง

“สฟิงโกไมอีลิน” หนึ่งในสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลิน การได้รับสฟิงโกไมอีลินในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการสร้างไมอีลินในสมอง ซึ่งช่วยให้การทำงานของสมองเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยสฟิงโกไมอีลินจะพบได้มากในนมแม่ และผลิตภัณฑ์นม เช่น ครีม ชีส ดังนั้นทารกจึงควรได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ เพราะนมแม่เป็นแหล่งของไขมันชั้นดี ซึ่งรวมถึงสฟิงโกไมอีลินด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าทารกที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนจะมีปริมาณไมอีลินในสมองเพิ่มขึ้นและมีความสัมพันธ์กับผลการประเมินการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

โดยสรุป การพัฒนาของสมองเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดาไปจนถึง 2 ปีแรก การส่งเสริมการพัฒนาของสมองสามารถกระทำได้โดยการให้สารอาหารอย่างครบถ้วน และให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของสมองยังต้องอาศัยการเชื่อมต่อสัญญาณประสาทที่มีความรวดเร็ว ซึ่งการสร้างจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณประสาท เปรียบเสมือนการสร้างทางด่วนให้กับสมอง โดยสารอาหารในกลุ่มไขมัน โดยเฉพาะ “สฟิงโกไมอีลิน” จะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างไมอีลินในสมอง

ดังนั้นจะเห็นได้ว่านอกเหนือจากพันธุกรรมและการเลี้ยงดูแล้ว จึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงโภชนาการสำหรับลูกรัก เพื่อพัฒนาการทั้งทางร่ายกาย และสมอง ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงวัย

#สฟิงโกไมอีลิน #โคลีน #ดีเอชเอ #สารอาหารเพื่อพัฒนาการทางสมอง #ช่วยสร้างไมอีลิน

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
จะรู้ได้ยังไง ว่าลูกเป็น “สมาธิสั้น”
เตรียมตัวเป็นแม่
ท้องตอนอายุ 35 มีปัญหาหรือไม่ ?
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562