fbpx

พัฒนาการด้านการพูดและภาษาของลูกน้อย วัยแรกเกิดจนถึง 6 ขวบ

Writer : Jicko
: 6 กุมภาพันธ์ 2562

การพูดและภาษาของลูก ก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญอย่างมาก บางครั้งการสื่อสารของเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ที่ยังไม่มีความสามารถที่จะสื่อสารให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจ เราก็มักจะได้ยินเสียงร้องเรียก หรือเสียงงอแงต่างๆ เมื่อเขาแสดงออกถึงความต้องการบางอย่าง

วันนี้ ทาง Parentsone จึงนำข้อมูลเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้สังเกตพฤติกรรมและการสื่อสารของลูกน้อยในแต่ละวัยกันว่า ที่เด็กๆ ร้องอ้อแอ้ ต่างๆ เขาต้องการ หรืออยากจะสื่อสารอะไรกับคุณพ่อคุณแม่บ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

พัฒนาการทางภาษาและการพูดของเด็กๆ เกิดจากการเรียนรู้ ซึ่งเด็กๆ จะมีพัฒนาการที่ช้าหรือเร็วนั้น ก็ขึ้นอยู่กับอายุและวัยของเขา

ในช่วงอายุระหว่าง 2-5 ปี เป็นช่วงที่เรียกได้ว่ามีการพัฒนาด้านภาษา มากกว่าช่วงอายุอื่นๆ มีการเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ จากสิ่งรอบตัว และการใช้คำพูดนั้นเอง ซึ่งการพัฒนาด้านการรับรู้และภาษานั้นก็เกิดจากการที่เด็กๆ รู้จักเชื่อมโยงเสียงต่างๆ ที่ได้ยินกับสิ่งที่เด็กๆ มองเห็นและสัมผัสได้ และเมื่อได้ยินซ้ำๆ อีก เด็กก็จะจำได้ว่าสิ่งเหล่านั้นคือเสียงอะไรและเกิดความจำทำให้เด็กๆ เข้าใจและพูดอย่างถูกความหมายได้นั้นเองค่ะ

ซึ่งแต่ละวัยจะมีการพัฒนาด้านภาษา ดังภาพต่อไปนี้ค่ะ

เด็กอายุ 1 เดือน

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ จะตอบสนองต่อเสียงดังๆ เช่น สะดุ้ง ขยับตัว

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ จะส่งเสียงร้องเมื่อรู้สึกหิว หรือไม่สบายตัว

เด็กอายุ 2-3 เดือน

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ มีความสนใจเสียงพูดของคน มีการเคลื่อนไหวตัวเมื่อได้ยินเสียงคุณพ่อคุณแม่ เด็กๆ จะยิ้มและนิ่งฟัง

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ จะทำเสียงอ้อแอ้ (Babbling) เมื่อเขารู้สึกพอใจ/ไม่พอใจ

เด็กอายุ 5-6 เดือน

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ สามารถแยกทิศทางของเสียง เขาสามารถหันศีรษะไปตามเสียงที่เรียกหรือเสียงดังต่างๆ ได้

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ เริ่มมีการเล่นเสียง (vocal play) เช่น มามา ดาดา ซึ่งอาจจะไม่มีความหมายใดๆ แต่เป็นการเรียกร้องความสนใจ และบอกความต้องการบางอย่างนั้นเอง อีกทั้ง ยังสามารถเลียนเสียงตัวเอง มีการเปล่งเสียงสูงๆ ต่ำๆ ได้

เด็กอายุ 9 เดือน

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ สามารถทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้ เช่น สวัสดี บ๊ายบาย หรือบางครั้งเมื่อคุณพ่อคุณแม่บอกให้เขาหยุดเล่น เขาก็จะหยุดเล่นเมื่อถูกดุหรือเมื่อคุณพ่อคุณแม่บอกว่า “อย่านะ”

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ เริ่มพูดตาม และเลียนเสียงของคนอื่น มีการทำเสียงต่างๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ เด็กๆ จะพูดเป็นคำๆ เดียว และสามารถตอบสนองต่อการสื่อสารได้

เด็กอายุ 10-12 เดือน

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ สามารถทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้มากขึ้น สามารถเข้าใจคำพูดที่ได้ยินบ่อยๆ เขาสามารถหันไปหาเมื่อมีคนเรียกชื่อได้ และเข้าใจคำศัพท์ประมาณ 10 คำ

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ เริ่มพูดคำแรกที่มีความหมาย เช่นคำว่า “หม่ำ” , “แม่” แถมยังตอบคำถามด้วยการใช้ท่าทางร่วมกับเสียงได้ นอกจากนี้ยังสามารถเรียกคนอื่นๆ หรือวัตถุที่ต้องการจากท่าทางและเสียงของเขาค่ะ

เด็กอายุ 1.6 ปี

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ สามารถทำตามคำสั่งที่ยากขึ้น เข้าใจคำห้ามง่ายๆ ได้ สามารถชี้อวัยวะของร่างกายได้ 1-3 อย่าง และรู้จักชื่อคน สิ่งของ และสัตว์ประมาณ 100 คำ

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ สามารถพูดเป็นคำที่มีความหมายได้ ประมาณ 10-50 คำ (ส่วนใหญ่จะเป็นคำ 1 พยางค์) เริ่มนำคำ 2 พยางค์มารวมกัน และบอกความต้องการง่ายๆ ได้ เช่น “เอา” , “ไป” , “หม่ำ” เป็นต้น

เด็กอายุ 2-2.6 ปี

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ รู้จักและเข้าใจคำศัพท์ได้ถึง 500 คำ สามารถทำตามคำสั่งที่มี 2 ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกันได้ เด็กๆ สามารถรู้ชื่อคนในครอบครัว รู้จักหน้าที่ของสิ่งของนั้นๆ ว่าใช้ทำอะไร เขาสามารถเข้าใจประโยคคำถามหรือคำสั่งสั้นๆ ไม่ซับซ้อน เช่น “นี่อะไร” , “แม่อยู่ไหน” เป็นต้น

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ สามารถพูดประโยคสั้นๆ 2-3 พยางค์ได้ พูดคำศัพท์ได้ถึง 50-500 คำ อีกทั้งยังสามารถพูดโต้ตอบกับเราได้ บอกชื่อเล่นของตัวเองได้ และมักจะมีคำติดปากว่า “นี่อะไร” สามารถสื่อความต้องการได้ แต่ยังเรียงคำไม่ถูกต้อง มีการใช้คำว่า “และ” ในการเชื่อมประโยค

เด็กอายุ 2.6-3 ปี

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ เข้าใจคำศัพท์มากขึ้นถึง 500-1,200 คำ สามารถทำตามคำสั่งที่ยากขึ้นได้ และแยกแยะระหว่างสิ่งที่เป็นอันใหญ่และอันเล็ก

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ สามารถพูดประโยคยาวขึ้น มีคำศัพท์ที่ดูได้ราวๆ 900 คำ สามารถพูดเล่าเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังบอกชื่อและหน้าที่ของวัตถุสิ่งของนั้นได้ มักจะตอบคำถามว่า “ใคร” , “อะไร” และยังบอกได้เมื่อต้องการที่จะเข้าห้องน้ำนั้นเอง

เด็กอายุ 3-4 ปี

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ เข้าใจคำศัพท์มากขึ้นถึง 2,400-3,600 คำ มีการเรียนรู้การเข้าสังคมด้วยการพูด เข้าใจคำบุพบท เช่น บน ใต้ ข้างบน ข้างล่าง สามารถเข้าใจคำสั่งที่เป็นประโยคยาวๆ ได้ เช่น กินข้าวเสร็จก่อนแล้วดูการ์ตูนได้นะคะ และเข้าใจคำวิเศษณ์  อย่างเช่น คำว่า “เก่ง” , “สวย” , “ใหญ่” , “เล็ก” เป็นต้น

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ สามารถพูดคุยและตอบได้มากขึ้น สามารถสนทนาเป็นประโยคยาวๆ 3-4 คำได้ แต่ยังพูดไม่ชัดเท่าไหร่ สามารถพูดคำศัพท์ได้ราวๆ 900-1,500 คำ มีการเล่าเรื่องแบบถามคำตอบคำได้ มักจะถามเสมอว่า “อะไร” , “ที่ไหน” , “ใคร” เป็นต้น นอกจากนี้ยังพูดเสียงสระได้ชัดทุกเสียงอีกด้วยค่ะ

เด็กอายุ 4-5 ปี

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ เข้าใจคำศัพท์ 3,600-5,600 คำ สามารถเข้าใจประโยคที่มีคำสั่ง 2-3 ขั้นตอนได้ มีการเข้าใจรูปประโยคที่เป็นเหตุเป็นผลกันได้ อีกทั้งยังเข้าใจความหมายของจำนวนนัดได้ไม่ต่ำกว่าจำนวน 3 อย่าง เช่น “หยิบเสื้อ 3 ตัว” เป็นต้น

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ สามารถพูดให้คนอื่นเข้าใจได้ดี มีการขยายคำได้มากขึ้น พูดคำศัพท์ได้ประมาณ 2,000 คำ มีการพูดประโยคที่ยาวคล้ายกับผู้ใหญ่ สามารถบอกชื่อจริงของตัวเองได้ และเล่าเรื่องได้โดยมีเนื้อหาที่ต่อเนื่องกัน สามารถตอบคำถามจากเรื่องที่ฟังหรือดูได้ และเขามักจะชอบถาม “ทำไม” , “เมื่อไหร่” , “อย่างไร” เป็นคำติดปากนั้นเองค่ะ

เด็กอายุ 5-6 ปี

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ เข้าใจคำศัพท์ 6,500-9,500 คำ สามารถเข้าใจลำดับเกี่ยวกับเวลาก่อนและหลัง หรือเมื่อวานนี้ได้ สามารถท่องพยัญชนะได้ เริ่มรู้จักความหมายของป้ายหรือสัญลักษณ์ที่พบเห็นได้ค่ะ

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ สามารถเล่าเรื่องที่คุ้นเคย หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้อื่นได้ สามารถเล่าเรื่องลำดับเหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบันที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ มีการใช้ไวยากรณ์ที่ใกล้เคียงกับผู้ใหญ่อีกด้วยนะคะ

เด็กอายุ 6 ปี

ความเข้าใจภาษา : เด็กๆ เข้าใจคำศัพท์ 13,500-15,000 คำ สามารถเข้าใจว่าสิ่งของมีคุณลักษณะเหมือนกัน หรือต่างกันอย่างไร เช่นปากกากับดินสอ หรือหมากับแมว ต่างกันอย่างไร

การแสดงออกทางภาษา : เด็กๆ สามารถพูดประโยคยาวๆ 6-8 คำ ได้ มีการใช้คำเปรียบเทียบ ขนาด รูปร่าง และลักษณะนั้นเองค่ะ

เสียงพยัญชนะที่เด็กๆ พูดชัดในแต่ละวัย

ขอบคุณข้อมูลจาก : พิชย์ยุทธ์ สุนทรภิรพงศ์ (นักเวชศาสตร์การสื่อความหมายปฏิบัติการ สถายันราชานุกูล)

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
จะรู้ได้ยังไง ว่าลูกเป็น “สมาธิสั้น”
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama