fbpx

7 วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาดตามวัย 0 - 1 ขวบ เด็กฉลาดได้เพราะความใส่ใจ

Writer : blahblahboong
: 4 มีนาคม 2562

อยากให้ลูกฉลาด การเรียนรู้กับช่วงวัยเป็นสิ่งที่ต้องมาคู่กัน หากเราพัฒนาทักษะได้เหมาะสมกับวัยของลูก ย่อมส่งผลดีต่อพัฒนาการและทำให้ลูกของเราเป็นเด็กที่เติบโตสมวัยในที่สุด

สำหรับวัย 0 – 1 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่ลูกยังไม่สามารถสื่อสารอะไรกับเราได้มากเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าเราไม่สามารถสอนหรือให้สิ่งดีดีกับเค้า เรามาดูกันค่ะ ว่ามีอะไรบ้างที่เราสามารถทำเพื่อเด็กวัยนี้ได้

สร้างความรู้สึกไว้วางใจ ปลอดภัย

อุ้มบ่อยๆ กอดมากๆ เมื่อลูกร้องไห้ให้รีบเข้าหา ทำการตอบสนองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเด็กรู้สึกวางใจปลอดภัย จะทำให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อย่างไม่ลังเล

เข้าใจในนิสัยที่แตกต่างกัน

เด็กแต่ละคนมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน บางคนนอนน้อย บางคนกินเยอะ พ่อแม่ต้องยอมรับในความเป็นตัวของลูก แล้วปรับวิธีการเลี้ยงดูให้เหมาะสม

สีสัน ส่งเสริมการเรียนรู้

เลือกของตกแต่ง ของเล่นต่างๆ ให้มีสีสันที่สดใส เพื่อให้ลูกได้มองและเรียนรู้เรื่องการแยกสี จากนั้นให้เริ่มสอนว่าแต่ละสีมีชื่อว่าอะไรบ้าง เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้

เสียง พัฒนาจินตนาการ

เลือกของเล่นที่ส่งเสียงได้ มีเสียงที่แตกต่างกัน อย่างเครื่องดนตรี หนังสือนิทานมีเสียง เสียงสัตว์ต่างๆ เป็นการฝึกให้ลูกได้รู้จักความหลากหลายของเสียง เป็นการพัฒนาความคิด เสริมสร้างจินตนาการ

สอนการทรงตัว ช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

พยายามช่วยเหลือและดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อลูกเริ่มทำการทรงตัวต่างๆ ทั้งพลิกตัว นอนคว่ำ คุณพ่อคุณแม่ควรจับตาดูอย่างใกล้ชิดและระมัดระวังอุบัติเหตุ

ใช้น้ำเสียงที่ธรรมชาติ ไม่บีบหรือเลียนเสียงเด็ก

เวลาที่พูดกับเด็กเล็ก ให้ใช้น้ำเสียงปกติที่ผู้ใหญ่ใช้คุยกัน เวลาพูดให้มาหน้า แต่สำหรับเวลาอ่านหนังสืออ่านนิทานสามารถเลียนเสียงสัตว์ทำน้ำเสียงและท่าทางที่แตกต่างได้ รวมถึงชี้ภาพประกอบเพื่อเพิ่มความเข้าใจ

ให้หยิบจับ รับประทานอาหารเอง

เมื่ออายุใกล้ 1 ขวบ ให้ลูกเริ่มพยายามด้วยตัวเอง และให้ลองหัดใช้ช้อน อย่ากลัวลูกเลอะเทอะเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัว
16 เมษายน 2563
แด่…ลูกสาวของแม่
ชีวิตครอบครัว
6วิธี ช่วยลูกน้อย ค้นหาพรสวรรค์
กิจกรรมของครอบครัว
รอยยิ้ม ที่ไม่มีวันจางหายไป
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort