fbpx

5 วิธีเตรียมพร้อม เมื่อลูกเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น

Writer : nunzmoko
: 19 เมษายน 2562

pre-teen (พรีทีน) คือช่วงเวลาหนึ่งก่อนลูกจะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งเกิดขึ้นกับเด็กแต่ละคนในช่วงอายุไม่เท่ากัน เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของลูกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนบางอย่างในร่างกาย ส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมของเขา ในฐานะที่เป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครอง จะมีวิธีเตรียมพร้อมอย่างไรเมื่อลูกกำลังเข้าสู่วัยรุ่น

1. ทำตัวเป็นเพื่อนกับลูกบ้าง

การไม่แบ่งแยกสถานะชัดเจน เพราะเมื่อลูกก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นจะเป็นช่วงที่ได้พบเจอกับสิ่งต่างๆ ใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องของเพื่อน เรื่องความรัก เรื่องการตัดสินใจ และเรื่องการใช้ชีวิต ซึ่งเด็กในวัยรุ่นนี้จะให้ค่ากับคำว่าเพื่อนมากกว่าครอบครัว และพร้อมจะเปิดใจให้มากกว่า เพราะฉะนั้นทางที่ดีพ่อแม่ควรวางตัวไม่แบ่งแยกสถานะกับลูกว่าตัวเองคือพ่อ ตัวเองคือแม่ แต่ควรเข้าหาลูกในฐานะเพื่อน พูดคุย เล่น และให้คำปรึกษากับเขาอย่างจริงใจ จะช่วยให้เขากล้าพูดสิ่งที่อยู่ข้างในให้เราได้รับรู้มากขึ้น

2. จัดระยะไว้ใจใหม่

การเคารพในความคิดของลูกเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเด็กที่กำลังก้าวเป็นวัยรุ่น ดังนั้นก่อนที่เราจะสามารถว่ากล่าว ตักเตือน ให้ลูกรักเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องหรือความคิดของเราได้ เราต้องทำความเข้าใจกับมุมมองของเขาเสียก่อน เพราะเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะมีความคิดเป็นของตัวเอง และไม่บอกพ่อแม่ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่งประโยคที่บอกว่า “พ่อแม่เห็นด้วย” หรือ “พ่อแม่เข้าใจ” จะช่วยให้ลูกรู้สึกว่าเราอยู่ข้างเดียวกันกับเขา และพร้อมจะบอกเล่าสิ่งที่คิดออกมาเพื่อหาทางแก้ไขกันต่อไป

3. หันมาใช้เหตุผลมากขึ้น

งดการลงโทษที่รุนแรง หันมาใช้เหตุผลจะทำให้วัยรุ่นเข้าใจเราได้มากขึ้น คล้อยตามและปฎิบัติตามเราได้มากขึ้น และเราเองก็ต้องรับฟังเหตุผลของวัยรุ่นด้วยเช่นกัน เหตุผลในสมัยเมื่อพ่อแม่เป็นวัยรุ่นหลายๆ เหตุผล อาจไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมในปัจจุบัน เราคงต้องยอมรับแนวคิดของวัยรุ่นในปัจจุบันบ้างเพราะวัฒนธรรมและสังคมได้ เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และพ่อแม่ที่ดีควรกระตุ้นให้ลูกกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการและสนับสนุนเขาให้ถึงที่สุด ความฝันของลูกอาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา หน้าที่ของเราก็คือ ให้คำแนะนำและช่วยให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายให้ได้มากที่สุด

4. เปิดโอกาสให้ลูกพิสูจน์ตัวเอง

คุณพ่อคุณแม่ควรให้การยอมรับ และส่งเสริมในสิ่งที่ลูกสนใจ พูดให้น้อยและฟังให้มาก เพราะเมื่อลูกรักเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นความชอบต่างๆ จะเปลี่ยนไป เช่น วัยรุ่นบางคนอาจชื่นชอบการถ่ายภาพ บางคนชอบศิลปินต่างประเทศ ซึ่งพ่อแม่สามารถมองในแง่มุมที่ดี และส่งเสริมในสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นทักษะติดตัวเขาต่อไปได้ เช่น ส่งเสริมให้ลูกเรียนภาษาต่างๆ ให้ดีขึ้น ถึงแม้ลูกจะมีแรงบันดาลใจเป็นการเรียนรู้เพื่อให้ฟังเพลง หรือเข้าใจสิ่งที่ศิลปินพูดก็ตาม แต่สุดท้ายทักษะนั้นก็จะติดตัวเขาไปและใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตอยู่ดี

5. ทำกิจกรรมร่วมกันกับลูก

ไม่ว่าลูกวัยรุ่นจะชื่นชอบกิจกรรมอะไรก็ตาม เมื่อพ่อแม่ให้ความสนใจและอยากเรียนรู้กิจกรรมเหล่านั้นด้วย ก็จะทำให้ลูกวัยรุ่นเกิดความไว้วางใจ และมีความสุขที่ได้มีคนเข้าใจในสิ่งที่เขาชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา การเล่นเกม การทำผม ทำเล็บ หรือการเสริมสวย กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้พ่อแม่เข้าใกล้ลูกรักได้อีกหนึ่งขั้น และทำลายกำแพงที่เคยปิดกั้นไว้ สุดท้ายด้วยความสนิทสนมนี้เองที่จะทำให้ลูกรักกล้าปรึกษาปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาเจอ

วัยรุ่นยังมีความเคารพและเชื่อฟังผู้ใหญ่อยู่เสมอ แต่ด้วยพัฒนาการทางสังคมของวัยรุ่นมีความก้าวหน้าอย่างมากมายนี้เอง ทำให้เขาหันเหความสนใจจากพ่อแม่ไปสู่เพื่อน และมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากขึ้น ถ้าปรับใช้การเลี้ยงดูลูกรักกับ 5 วิธีข้างต้นก็จะช่วยให้ทั้งตัวพ่อแม่และตัวลูก เกิดความเข้าใจกันและเติบโตเป็นวัยรุ่นที่น่ารักและเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตค่ะ

ที่มา – scblife, raklukethepotential

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



6 วิธีสอนลูกให้รู้จักแยกขยะ
กิจกรรมของครอบครัว
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
28 มิถุนายน 2562
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
12 กุมภาพันธ์ 2562
Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562