fbpx

5 วิธีพูดกล่อมให้ลูกรักยอมนั่งคาร์ซีท

Writer : nunzmoko
: 22 พฤษภาคม 2562

การให้ลูกน้อยนั่งคาร์ซีท (Car Seat) หรือเบาะนิรภัยสำหรับเด็กนั้น มีความสำคัญมากเนื่องจากคาร์ซีทช่วยในเรื่องความปลอดภัย จากอุบัติเหตุทางรถยนต์  เป็นตัวช่วยลดการบาดเจ็บ และลดการเสียชีวิตได้โดยสายรัดและสายคาดเอวจะช่วยลดการกระเด็นออกจากที่นั่งเมื่อเกินอุบัติเหตุทางรถยนต์ คาร์ซีทสามารถใช้และให้ลูกนั่งได้ตั้งแต่แรกเกิด และหากเลือกคาร์ซีทที่ดี มีคุณภาพ เราจะสามารถใช้ได้ยาวไปจนถึงลูกเข้าอนุบาลเลยทีเดียว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเด็กๆ บางคนงอแง ไม่ยอมนั่งคาร์ซีท วันนี้จะมาบอกวิธีกล่อมลูกเพื่อให้ลูกยอมนั่งคาร์ซีทมาฝากกันค่ะ

1. ใช้ของเล่นเบี่ยงเบนความสนใจ

สำหรับลูกที่งอแง พยายามดีดตัวออกจากคาร์ซีท คุณแม่อาจจะต้องใช้วิธีพูดกล่อมเช่น หนูนั่งแล้วแม่จะหยิบของเล่นให้เล่นนะคะ ลองเสนอให้ลูกเล่นของเล่นที่ลูกชื่นชอบหรือโปรดปราน เล่นจนเพลินลืมงอแงในขณะที่นั่งคาร์ซีทนอกจากจะทำให้ลูกไม่ร้องไห้แล้วยังสร้างทัศนคติที่ดีเวลาได้นั่งคาร์ซีทอีกด้วย แต่คุณแม่ต้องไม่ลืมว่าของเล่น ควรเป็นของเล่นนุ่มๆ ถือจับได้ง่าย ไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเวลาที่รถเบรกกะทันหันด้วยนะคะ

2. เปิดเพลงกล่อมให้ลูกหลับ

เปิดเพลงให้ลูกฟังขณะนั่งรถ เมื่อพาลูกขึ้นรถ ลองเปิดเพลงที่มีจังหวะสบายๆ เช่น เพลงแจ๊ส เพลงคลาสสิก หรือเพลงฟังสบายๆ ไม่มีเนื้อเพลง จะช่วยให้ลูกมีอารมณ์ที่สงบ รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ร้องไห้โวยวายขณะนั่งรถ และยังกระตุ้นให้เขานอนหลับได้ง่ายด้วยค่ะ

3. พูดคุยกับลูกระหว่างทาง

เพราะบางครั้ง คุณแม่อาจจะวางคาร์ซีทไว้เบาะหลัง ทำให้ลูกมองไม่เห็นคุณแม่ คิดว่าตัวเองนั่งคนเดียว รู้สึกกังวลเลยร้องไห้ออกมา คุณแม่อาจจะต้องไปนั่งเบาะหลังข้างๆ คาร์ซีท เพื่อทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณแม่อยู่ใกล้ๆ หรือถ้าคุณแม่ที่ต้องขับรถเองอาจจะใช้วิธีการแขวนกระจกให้ลูกมองเห็น นอกจากนี้การแขวนกระจกยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งคุณแม่และลูกด้วย เพราะขณะที่คุณแม่ขับรถอยู่ก็สามารถมองผ่านกระจกและเห็นว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่ข้างหลัง และลูกก็ยังมองกลับมาเห็นหน้าคุณแม่ด้วย ทำให้ลูกรู้สึกมั่นใจ แม้จะนั่งคาร์ซีทอยู่เบาะหลังก็ไม่ร้องไห้งอแง เขาอาจจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเพราะเห็นตัวเองในกระจก ช่วยสร้างความเพลิดเพลินได้ดีเลยทีเดียว

4. เล่านิทานระหว่างนั่งในรถ

เล่านิทานระหว่างนั่งรถ อาจจะอ่านหนังสือนิทานที่ลูกชอบให้ฟัง หรือชี้ชวนดูวิวระหว่างทางแล้วเล่าเป็นเรื่องราวก็ได้ แค่นี้การนั่งอยู่บนคาร์ซีทก็ทำให้เขาเพลิดเพลินจนลืมการร้องไห้งอแงแล้วค่ะ

5. สร้างความคุ้นชินระหว่างลูกกับคาร์ซีท

สำหรับลูกน้อยที่นั่งคาร์ซีทเมื่อไหร่ เป็นต้องร้องไห้ทุกที อาจเพราะเขาไม่คุ้นเคย มีอะไรมารัดที่ตัว อึดอัด แล้วถ้าคุณแม่ยิ่งดุหรือไม่เข้าใจว่าเขาร้องไห้เพราะจะยิ่งทำให้ลูกมีความคิดเชิงลบกับการนั่งคาร์ซีท ดังนั้นวิธีรับมือคือ ลองให้ลูกทำความคุ้นเคยกับคาร์ซีท ด้วยการเอาคาร์ซีทไปนั่งในบ้าน ปล่อยให้เขาปีนหรือนั่งเล่นบนคาร์ซีท เมื่อลูกนั่งในรถจะได้รู้สึกคุ้นเคย และไม่ร้องไห้อีก

การให้ลูกนั่งคาร์ซีทมีความจำเป็นดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้อง “อดทน” ไม่ว่าลูกจะร้องไห้ งอแง อาละวาด แต่เราต้องอดทนที่จะให้ลูกร้อง เบี่ยงเบนความสนใจ และปลอบใจให้เต็มที่ เมื่อลูกเริ่มชินกับคาร์ซีท ครั้งต่อไปเขาจะร้องน้อยลงและเลิกร้อง อดทนสักหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่ากับปลอดภัยในชีวิตของลูกน้อยค่ะ

ที่มา – rakluke , baby.kapook

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



อ่านก่อนโพสต์รูปลูกลง SOCIAL MEDIA!
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562