fbpx

NEWS : ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลต่อสมอง อาจทำให้เด็ก ‘โง่’ ลง !

Writer : Lalimay
: 14 มกราคม 2562

ในช่วงนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพและปริมณฑลมีค่าฝุ่นละอองขนาด 2.5 PM ค่อนข้างสูงทีเดียว แน่นอนว่าฝุ่นละอองเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเด็กที่กำลังเติบโต

UNICEF ได้เผยแพร่คลิปที่อธิบายว่าทำไม PM 2.5 จึงส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเพจเฟซบุ๊ก Thailand Investment Forum ได้แปลข้อความอธิบาย สรุปได้ดังนี้

PM 2.5 เป็นอนุภาคควันขนาดเล็กไม่ถึง 1 ใน 25 เท่าของความหนาจากเส้นผมมนุษย์ ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศ เมื่อหายใจเข้าฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้ก็จะเข้าสู่ทางจมูกและปากโดยไม่ผ่านการกรองจากขนจมูกเพราะมีขนาดเล็กมาก มันลอยเข้าไปตามทางเดินหายใจจนไปอยู่ที่ถุงลม

และฝุ่นละอองเหล่านั้นก็จะถูกระบบไหลเวียนโลหิตพาตระเวนไปทั่วร่างกาย ซึ่งจะส่งผลกระรุนแรงต่อปอด ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ และสมองที่กำลังมีพัฒนาการของเด็ก

เมื่อสมองที่กำลังมีพัฒนาการของเด็กถูกทำลายด้วยอนุภาคเล็กๆ อย่าง PM 2.5 ก็จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการและกระบวนการเรียนรู้ ทำให้ความสามารถในการเลี้ยงชีพด้อยลงตลอดชีวิต

อีกทั้งการที่เด็กอายุน้อยๆ ได้รับมลพิษยังทำให้เกิดบางโรคไปตลอดชีวิตอีกด้วย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ปอดบวม โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจและปอด สุดท้ายคือมะเร็งปอด

สำหรับวิธีการป้องกันเด็กๆ จากมลพิษทางอากาศทำได้โดย

  • หลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารเมื่อมีค่ามลพิษระดับสูง
  • ควรให้เด็กใช้หน้ากากป้องกัน แบบที่มีประสิทธิภาพจริงๆ
  • ให้เด็กกินอาหารที่มีวิตามิน C, E และ Omaga 3 รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระในระดับสูง
  • หากเป็นไปได้ก็ควรติดแผงกรองอากาศหรือเครื่องกรองอากาศ

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เมื่อเด็กไทยมีปัญเกี่ยวกับสุขภาพจิตมากขึ้น จากข่าวที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ม.1 ยิงเพื่อนนักเรียนด้วยกัน หรือ เด็กหญิง ป.5 พยายามผูกคอตายเพราะถูกเพื่อนบูลลี่  พอเห็นดังนั้น ทางสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต จึงเปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ "ลูกเล่น by ราชานุกูล" เพื่อใช้เป็นช่องทางออนไลน์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างพ่อแม่ที่มีปัญหาในการเลี้ยงดูลูก กับทีมวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก รวมถึงเผยแพร่ความรู้ที่พ่อแม่ยุคดิจิทัลควรรู้ ในรูปแบบคลิปวิดีโอทั้งในเพจและยูทูบ ซึ่งก่อนหน้านี้สถาบันราชานุกูลมีนวัตกรรมพัฒนาเด็กไทย ภายใต้แนวคิด "คิดเป็น คิดดี คิดให้ ด้วยสายใยผูกพัน" เพื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนาเด็กในวัย 3-5 ปี โดยเน้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและเด็ก มากกว่าที่จะอาศัยอุปกรณ์ของเล่นราคาแพง รวมไปถึงการเปิดเพจนี้ขึ้น อ้างอิงจาก https://www.nationtv.tv/main/content/378758254/
17 มกราคม 2563