fbpx

ไม่ต้องไปหาหมอก็รักษาได้!! ง่ายๆ ด้วยแอปพลิเคชัน Samitivej Virtual Hospital #คลิกเดียวถึง

Writer : Mneeose
: 28 พฤษภาคม 2562

คุณพ่อคุณแม่เคยคิดเล่นๆ กันไหมคะว่าจะดีแค่ไหน หากเราสามารถแชทคุยกับคุณหมอแบบส่วนตัวทาง line หรือปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับอาการต่างๆ ของลูกได้อย่างง่ายดาย แบบไม่ต้องไปโรงพยาบาลให้เสียเวลา และเปลืองค่าใช้จ่ายมันจะสะดวกสบาย และดีมากแค่ไหน?

วันนี้ Parents One ขอเสนอแอปพลิเคชัน Samitivej Virtual Hospital ของโรงพยาบาลสมิติเวช ที่จะบริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์แบบ Real-Time Video Call ตลอด 24 ชั่วโมงเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพทั้งครอบครัว​ ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเคยเข้ารับการรักษาที่สมิติเวชก็สามารถโหลดแอปพลิเคชัน เพื่อใช้แชทพูดคุย ส่งข้อความ และภาพให้กับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญได้อีกด้วยค่ะ กรณีที่ต้องเจาะเลือด ทางโรงพยาบาลสมิติเวชก็มีบริการเจาะเลือดถึงที่บ้าน รวมถึงบริการจัดส่งยาถึงบ้าน เรียกได้ว่าเป็นแอปพลิเคชันที่เปิดมุมมองใหม่ในการไปโรงพยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพของทุกคนในครอบครัวเลยก็ว่าได้ค่ะ

ซึ่งการให้คำแนะนำของแอปพลิเคชัน Samitivej Virtual Hospital นี้ เป็นไปในกรอบจำกัดตามข้อมูลที่แพทย์ได้รับจากผู้รับบริการ แต่ไม่จัดเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ และไม่สามารถให้บริการในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ต้องการการรักษาทางการแพทย์เร่งด่วนได้นั่นเองค่ะ หากป่วยหนักแล้ว แนะนำให้ไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลเลยจะดีกว่า

หากใครกลัวว่าข้อมูลส่วนตัวที่ให้ไปทางแอปพลิเคชันจะถูกเปิดเผย หมดความกังวลไปได้เลยค่ะ เพราะโรงพยาบาลสมิติเวชได้มีห้องปฏิบัติการสำหรับทีมแพทย์และพยาบาลตั้งอยู่โดยเฉพาะสำหรับบริการ Samitivej Virtual Hospital เพื่อดูแลความปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลของผู้มาใช้บริการอย่างดีที่สุด รับรองว่าปลอดภัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอนค่ะ

ช่องทางการเข้ารับบริการแอปพลิเคชัน Samitivej Virtual Hospital

  • ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Samitivej Plus (Android and iOS)
  • ผ่านทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาล samitivejhospitals
  • ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ @Samitivej
  • ผ่านทางแอพพลิเคชั่นของบริษัทพันธมิตร (myAIS, MTL Smile service application, Sansiri Home application, SCG)

โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันลงบนโทรศัพท์มือถือหรือแทบเล็ต และลงทะเบียนเข้าใช้งานได้เลยค่ะ #คลิกเดียวถึง เพียงเท่านี้ก็เหมือนยกโรงพยาบาลมาอยู่ในมือถือของเราแล้ว สมิติเวช Healthcare anywhere, anytime. ใกล้ชิดกันมากขึ้น ก็รักษากันง่ายขึ้น อย่าลืม!! ไปโหลดกันด้วยนะคะ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :  Samitivej Virtual Hospital  และ samitivejhospitals

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
การตีไม่ใช่ทางออกของการอบรมสั่งสอนในปัจจุบันอีกต่อไป เพราะเด็กอาจไม่ได้เข้าใจถึงเหตุผลที่เขาทำผิดอย่างแท้จริง มีแต่เพียงความกลัวเท่านั้น อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการอีกด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่า การตีเด็กอาจจะส่งผลต่อการพัฒนาของระบบสมองได้ แม้จะตีเบาๆ ก็ตาม เมื่อทำการสแกนสมองของเด็กอายุ 10-11 ปี จำนวน 147 คน พบว่าเด็กที่ถูกตีและทารุณนั้น สมองของพวกเขาจะสร้างคลื่นบริเวณเยื่อหุ้มสมองที่เปรียบได้เสมือนสัญญาณของการถูกคุกคามและความหวาดกลัว ซึ่งเมื่อถูกทำบ่อยครั้งอาจส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางจิต เช่น ความวิตกกังวล สภาวะซึมเศร้า สืบเนื่องไปถึงการใช้สารเสพติดเมื่อพวกเขาโตขึ้นอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรที่จะหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงกับเด็กและหันมาสอนความแตกต่างระหว่างถูก-ผิด อย่างเข้าใจ พร้อมกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนมากกว่า เพราะการอบรมที่ดี ควรต้องปฏิบัติด้วยความอ่อนโยน การตีถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดความอับอาย และเกิดเหตุการณ์ฝังใจ แต่กลับไม่เข้าใจและไม่จดจำเหตุผลที่ทำให้โดนทำโทษ ก็จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กต่อไปเมื่อพวกเขาโตขึ้น อ้างอิงจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30686  
21 เมษายน 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort