fbpx

เด็กเล็ก (ทารก) ควรจะทานมากแค่ไหน

Writer : Jicko
: 26 กันยายน 2561

สิ่งที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตต้องเริ่มจากการที่มีโภชนาการที่ดี โดยเฉพาะวัยทารก เพราะเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่รวดเร็วกว่าวัยอื่น  การที่ทารกได้อาหารที่ถูกต้อง และเพียงพอเหมาะสมตามวัยนอกจากจะช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเด็กๆ แล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการแพ้อาหาร และยังสร้างนิสัยการบริโภคที่ดีต่อไปได้อีกด้วย  คุณแม่ที่กำลังมองหาหรืออยากจะรู้ว่าลูกๆ ของเรานั้นควรจะทานอาหารมากน้อยแค่ไหนถึงจะเพียงพอ วันนี้เรามีพัฒนาการที่เกี่ยวกับการกินของเด็กเล็ก (ทารก) มาให้คุณแม่ๆกัน มาดูกันเลย

“อาหาร” ที่เหมาะสมสำหรับทารกทั้งชนิดและปริมาณ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตของร่างกายและสอง

สารอาหารที่สำคัญ
  • พลังงานและโปรตีน  แหล่งอาหารในช่วงแรกเกิดถึง 4 เดือนที่ดีที่สุดคือนมแม่  หลังจากนั้นเพิ่มเติมจากไข่ เนื้อสัตว์ต่างๆ
  • ธาตุเหล็ก  ร้อยละ 90 ของธาตุเหล็กที่ทารกต้องการได้มาจากอาหารเสริมตามวัย ได้แก่ ตับ ไข่แดง เนื้อสัตว์ ดังนั้น หลังจากอายุ  4 เดือน ทารกที่ทานแต่นมจึงเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็ก
  • ไอโอดีน  ช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์  ช่วยในการพัฒนาสมอง  และการเจริญเติบโตของร่างกาย  ควรใช้เกลือไอโอดีนในการปรุงอาหาร
  • แคลเซียม จำเป็นในการสร้างกระดูกและฟัน ส่วนใหญ่ได้จากนม
  • สังกะสี  ช่วยการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันโรคในร่างกาย มีมากในเนื้อสัตว์ และอาหารทะเล
  • วิตามินเอ  เสริมสร้างเซลล์และระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเกี่ยวกับการมองเห็น แหล่งอาหารสำคัญคือ ตับ ไข่แดง ผักใบเขียวเข้ม และผักผลไม้สีเหลืองแสด
คำแนะนำในการให้อาหารทารก

การให้อาหารทารกที่ถูกต้อง เพียงพอและเหมาะสมตามวัยจะช่วยให้ทารกมีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่ดี  ลดความเสี่ยงต่อการแพ้อาหารโดยเริ่มจาก

  1. เริ่มให้อาหารทีละน้อยในระยะแรก เพื่อให้ทารกฝึกการใช้ลิ้น ริมฝีปากและการกลืน
  2. เริ่มให้ทีละอย่างและเว้นระยะ 1 – 2 สัปดาห์ ก่อนเริ่มให้อาหารชนิดใหม่ เพื่อสังเกตอาหารแพ้
  3. จัดชนิดอาหารให้เหมาะสมตามวัย เนื่องจากระบบการย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์
  4. จัดอาหารให้หลากหลายเหมาะสมกับวัย เนื่องจากระบบการย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์
  5. เนื้อสัมผัสของอาหาร จัดให้เหมาะกับการพัฒนาการของเด็กทารกเริ่มจากอาหารเหลว กึ่งเหลว กึ่งแข็ง อ่อนนิ่มและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  6. ไม่ปรุงอาหารรสจัด เช่น หวาน เค็ม เปรี้ยว เผ็ด
  7. เน้นความสะอาดของวัตถุดิบและภาชนะใส่อาหาร

 

ที่มา : ฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลศิริราช

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



จะรู้ได้ยังไง ว่าลูกเป็น “สมาธิสั้น”
เตรียมตัวเป็นแม่
วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563