fbpx

ถ้าคุณแม่เลือดจาง ควรเลือกทานอะไรดี ?

Writer : giftoun
: 3 เมษายน 2562

ภาวะเลือดจางถือได้ว่าเกิดขึ้นได้สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพราะร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงจึงเกิดภาวะนี้ได้ เมื่อคุณแม่มีภาวะเลือดจางแล้วควรจะเลือกทานอะไรดี มีคำตอบตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

ผักใบเขียว

ผักมบเขียวนั้นเต็มไปด้วยธาตุเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นผักโขม คะน้า บร็อคโคลี่ ผักบุ้ง หรืออื่นๆ ก็มีประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น ถ้าได้รับประทานผักใบเขียวร่วมกับอาหารที่มีวิตามินสูง เช่น ส้ม มะนาว องุ่น เป็นต้น จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาจุเหล็กได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

เนื้อสัตว์

เนื้อสัตว์ประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก โดยเฉพาะเนื้อแดง และถ้ารับประทานเนื้อสัตว์ร่วมกับผักใบเขียว จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

ไข่

นอกจากไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีประโยชน์แล้ว ยังมีธาตุเหล็กอีกด้วย อีกทั้งยังสามารถทำอาหารได้หลายหลาก เช่น ไข่ต้ม ไข่เจียว ไข่ตุ๋น เป็นต้น

ธัญพืช

ธัญพืชนั้นมีให้เลือกมากมายตามใจชอบเลยค่ะ เช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วลันเตา ถั่วลิสง ถั่วพิตาชิโอ เฮเซลนัต แมคคาเดเมีย อัลมอนด์ งา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น ซึ่งธัญพืชเหล่านี้จะทำให้อิ่มท้องมากยิ่งขึ้นค่ะ

ฟักทอง

ฟักทองนั้นถือว่ามีธาตุเหล็กอยู่บ้าง สามารถนำทำอาหารได้หลากหลาย ทั้งซุปฟักทอง ผัดฟักทอง และอื่นๆ ตามแต่จะสร้างสรรค์เลยค่ะ

มะเขือเทศ

มะเขือเทศก็ถือว่ามีธาตุเหล็กอยู่บ้างเช่นเดียวกันค่ะ สามารถนำไปใส่กับสลัดทานได้อร่อยดีเลยทีเดียวค่ะ

แครอท

แครอทก็เป็นผักที่ทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสลัด ผัดผัก หรืออย่างอื่นก็ตาม นอกจากมีเบต้าแคโรทีนแล้ว แครอทยังมีธาตุเหล็กอีกด้วยค่ะ

ว่านหางจระเข้

ในต่างประเทศนิยมนำว่านหางจระเข้มาคั้นน้ำแล้วดื่มเพื่อกระตุ้นร่างกายให้ ผลิตเลือด เนื่องจากว่านหางจระเข้อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ กรดอะมิโน เอนไซม์ วิตามิน และแร่ธาตุหลากหลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติในการชะล้างของเสีย ต้านอาการอักเสบ และส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานคล่องตัวมากขึ้นค่ะ

กล้วย

จากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน American Journal of Epidemiology เผยว่า การบริโภคกล้วยเป็นประจำทุกวันส่งผลดีต่อสุขภาพเลือดนะคะ

แตงโม

จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเนราดาในสหรัฐฯ เผยว่า หากบริโภคแตงโมเพียงครึ่งผลต่อวัน จะดีต่อระบบไหลเวียนเลือดค่ะ

นอกจากการรับประทานอาหารแล้ว การรักษาสุขภาพในด้านอื่นก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะคะ คุณแม่ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นดูแลตัวเอง และไปฝากครรภ์ให้แพทย์ช่วยดูแลก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคได้ค่ะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เตรียมตัวเป็นแม่ เตรียมตัวเป็นแม่
7 กุมภาพันธ์ 2561
ท้องตอนอายุ 35 มีปัญหาหรือไม่ ?
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563