fbpx

เลี้ยงลูกยังไงไม่ให้เป็น​ "เด็กสมาธิสั้น"

Writer : Jicko
: 5 มกราคม 2565

แม่ๆ เองก็รู้ดีนะคะว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อย่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เป็นสื่อที่มาคู่กับเด็กๆ ในปัจจุบันนี้ ซึ่งหากใช้ในทางที่ถูกต้องมันก็มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ แต่ในทางกลับกันหากคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูเด็กๆ ในทางที่ไม่ถูกต้อง ก็ทำให้เกิดผลเสียต่อเด็กๆ ได้มากเช่นกันค่ะ โดยเฉพาะเรื่องของสมาธิสั้นในเด็ก ที่แม่ๆ หลายคนเผชิญอยู่ในช่วงนี้ ถ้าไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กสมาธิสั้นวันนี้เรามีวิธีเลี้ยงดูที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ

อาการของเด็กสมาธิสั้น

อยู่นิ่งไม่เป็น

  • ยุกยิก อยู่นิ่งไม่ได้
  • กระสับกระส่าย
  • มืออยู่ไม่สุข
  • นั่งไม่ติดที่
  • ชอบวิ่ง ไม่เดิน
  • เล่นได้ไม่เหนื่อย
  • พูดเก่ง พูดเร็ว
  • พูดไม่หยุด พูดไปเรื่อยๆ

หุนหันพลันแล่น

  • รอคอยไม่ได้
  • คิดอะไรก็ทำทันที
  • พูดสวน
  • ตอบก่อนผู้ถามจะถามจบ
  • ไม่ชอบทำอะไรช้าๆ นานๆ

ไม่มีสมาธิ

  • เหม่อลอย
  • ขี้ลืม
  • ไม่รอบครอบ
  • เปลี่ยนกิจกรรมบ่อยๆ
  • ทำของหายบ่อยๆ
  • ทำอะไรนานๆ ไม่ได้
  • ทำงานไม่เสร็จ
  • วอกแวกง่าย
  • เหมือนไม่ได้ฟัง เวลามีคนพูดด้วย

เลี้ยงลูกยังไงไม่ให้สมาธิสั้น

  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรดูหน้าจอเด็ดขาด
  • จำกัดเวลาการใช้หน้าจอ (เด็กอายุ 3-4 ขวบ ไม่เกิน 60 นาที/วัน)
  • หากต้องใช้สื่อผ่านหน้าจอ ควรเลือกรายการรับชมที่เหมาะสมกับเด็ก และพ่อแม่ต้องร่วมดูหรือแสกนดูก่อนว่าปลอดภัยสำหรับเด็กๆ แล้วหรือไม่
  • งดใช้หน้าจอในห้องนอน
  • พาลูกไปทำกิจกรรมบ่อยๆ เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ วาดภาพ
  • พ่อแม่ต้องจำกัดการใช้หน้าจอด้วยเช่นกัน เพื่อใช้เวลาคุณภาพกับลูก
ดังนั้นในการวินิจฉัยว่าเด็กเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่ จำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติอย่างละเอียด ร่วมกับการตรวจร่างกายในบางกรณี เพื่อหาสาเหตุอื่นที่อาจทำให้มีอาการคล้ายโรคสมาธิสั้นได้ หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกจะเป็นโรคสมาธิสั้น ควรพาเด็กมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไปค่ะ

 

อ้างอิงจาก : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เตรียมตัวเป็นแม่ เตรียมตัวเป็นแม่
26 พฤศจิกายน 2561
Update
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 ผู้ช่วยโฆษก ศบค.​ ได้ชี้ว่าปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์นั้น วัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 5 - 11 จะถูกทยอยนำเข้าไทย และย้ำว่าไม่สามารถนำวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่มาลดปริมาณและฉีดแทนไม่ได้ แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยกาสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวว่าวัคซีนที่ใช้ในเด็กช่วงอายุ 5 - 11 นั้นจะเป็นฝาสีส้ม ต่างจากวัคซีนไฟเซอร์ในผู้ใหญ่ที่เป็นฝาสีม่วง และเด็กใช้ 10 ไมโครกรัมต่อโดส ในขณะที่ผู้ใหญ่จะใช้ 30 ไมโครกรัมต่อโดส ซึ่งไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ในขณะนี้มีการเตรียมแผนในการฉีดวัคซีนในเด็กอายุดังกล่าวแล้ว โดยจะฉีดไล่จากอายุ 11 ปีลงมา อ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/news/politic/2286690
14 มกราคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort