fbpx

"โรคแพ้ถั่วปากอ้า" G6PD โรคที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้

Writer : Jicko
: 4 กุมภาพันธ์ 2564

คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยิน “โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PD” กันบ้างไหมคะ แล้วรู้ไหมคะว่าโรคนี้เด็กแรกเกิดส่วนมากจะเป็นโรคนี้กันได้ด้วย ซึ่งวันนี้ Parents One จะพาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไปทำความรู้จักกับโรคนี้กัน บอกเลยว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ เพียงแต่ต้องดูแลเด็กๆ ให้ดีเท่านั้นเองค่ะ

ทำความรู้จักโรคนี้กัน

โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PD หรือโรคพร่องเอนไซม์ G6PD เป็นโรคที่เด็กจะมีโอกาสเป็นได้จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมผิดปกนี้จากแม่สู่ลูกได้

โดยมากจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งถ้าร่างกายขาดเอนไซม์ G6PD ก็จะทำให้เอนไซม์มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น อาหาร ยาบางชนิด และถั่วปากอ้า เจ้าพวกนี้จะเข้าไปทำลายระบบต่างๆ ภายในเซลล์ของร่างกาย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงสลายตัวจนเกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้นั่นเองค่ะ

รู้ได้ยังไงว่าลูกเป็นโรคนี้

  • ในเด็กทารก : จะเป็นโรคนี้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิด จะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองตั้งแต่แรกเกิด และมีอาการดีซ่านที่นานผิดปกติ ซึ่งมักเกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
  • ในเด็กโต : จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย จนกว่าร่างกายจะได้รรับยาหรืออาหารบางชนิดไปกระตุ้นโรค เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย ผิวหนังซีด ตาเหลือง หัวใจเต้นเร็ว หากไม่รักษาอาจจะนำไปสู่ภาวะไตวายและเสียชีวิตได้นั่นเองค่ะ

อาการของโรค

อาการมักจะเกิดขึ้นทันทีหลังเป็นโรคติดเชื้อ หรือหลังได้รับยาที่แสลง หรือหลังจากที่กินถั่วปากอ้า มีอาการเป็นๆ หายๆ ได้บ่อย ซึ่งอาการมีดังนี้

  • มีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย
  • ปัสสาวะสีดำคล้ายโคล่า อุจจาระซีดลง
  • ทารกแรกเกิดจะตัวเหลือง ตาเหลือง หลังคลอดเพียงไม่กี่วัน
  • อาการเหลืองจัด หรือมากกว่าผิดปกติ หรือมีภาวะซีดร่วมด้วย

ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้น

  • โรคติดต่อ : ที่เกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือรา เช่น โรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคปอดอักเสบ โรคไข้ไทฟอยด์ เป็นต้น นอกจากนี้การติดเชื้อบางอย่าง เช่น ไข้หวัด หรือหลอดลมอักเสบ ก็อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้
  • อาหารบางชนิด : เช่น ถั่วบางชนิด โดยเฉพาะถั่วปากอ้า บลูเบอร์รี่ รวมทั้งสารอาหารหรือสารปรุงแต่งอื่น ๆ ที่เติมลงไปในอาหาร เช่น ในขนมขบเคี้ยว อาหารหรือน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง ไส้กรอก เป็นต้น
  • ยาบางชนิดที่กระตุ้นให้เกิดภาวะเครียดจากออกซิเดชัน
  • สารเคมีบางอย่างเช่น การบูร ลูกเหม็น เมนทอลที่พบในขนมลูกอม และยาสีฟัน เป็นต้น

เมื่อลูกเป็น จะต้องทำยังไง

  • ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ออกกำลังหายให้พอดีและเหมาะสม
  • หากมีอาการตัวเหลือง ซีด ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  • ไม่ควรซื้อยาทานเอง
  • หลีกเลี่ยงอาหารตระกูลถั่ว
  • สอนลูกสังเกตอาการผิดปกติของตัวเอง
  • แจ้งให้โรงเรียนและครูทราบถึงอาการของลูก

 

อ้างอิงจาก : organicloveskinbccgroup-thailand, tsh.or.th

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
นวด นวด นวด มานวดลูกน้อยกันเถิด
เด็กวัยแรกเกิด
Update
ข่าว ข่าว
ณ วันที่ 20 เมษายน เวลา 16:00 น. ได้มีการรับแจ้งว่า มีเหตุฟ้าผ่าเด็กหญิง 7 ขวบ เสียชีวิต พร้อมกับสุนัขที่นั่งเล่นอยู่ด้วยกันใต้ต้นไม้ จากการสอบถามคุณป้าเบื้องต้น พบว่า ตนเองและหลานสาวได้พากันมารับจ้างตัดอ้อย โดยปลูกเพิงไม้อยู่ท้ายป่าอ้อย ในขณะที่เกิดนั้นมีเสียงฟ้าคะนองฝนกำลังจะตก ป้าได้นอนเล่นอยู่บนเปลผ้าที่มัดติดกับต้นไม้ ส่วนตัวเด็กก็นั่งเล่นอยู่กับสุนัขข้างๆ ตน สักพักได้ยินเสียงดังโครมเหมือนมีอะไรหล่นใส่หัว จึงรีบหันกลับมาดูหลาน เห็นหลานนอนหงายหน้าอยู่กับพื้น พร้อมกับสุนัข 1 ตัว ที่ตายแล้ว เห็นว่าหลานไม่รู้สึกตัว จึงรีบนำตัวหลานมาส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตหลานเอาไว้ได้ ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากเลยนะคะ เพราะนอกจากคุณป้าจะต้องเสียหลานบุญธรรมไปแล้ว แกยังไม่มีเงินทำศพหลานเลยแม้แต่บาทเดียวอีกด้วย เรื่องนี้จึงถือได้ว่าเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ปกครองทุกคนที่จะต้องหมั่นดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด รวมทั้งไม่พาไปในสถานที่ที่อาจจะเกิดความเสี่ยงถึงชีวิตได้ แต่เมื่อเกิดฝนฟ้าตกหนัก อย่าอยู่ใต้ต้นไม้เด็ดขาด ให้รีบเข้ามาพักในที่อยู่อาศัยจะปลอดภัยกว่านั่นเองค่ะ ขอบคุณแหล่งอ้างอิง : https://bit.ly/32yfJgl
20 เมษายน 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort