fbpx

รวมภาพ Before&After เมื่อผู้ชายกลายเป็นคุณพ่อ

Writer : Mookky TCN
: 4 ธันวาคม 2560

การได้เปลี่ยนจากผู้ชายธรรมดามาเป็น “คุณพ่อ” เรียกได้ว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพราะทำให้ชีวิตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เรามาดูกันว่าเมื่อได้เป็นคุณพ่อเเล้วจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างนะ

1. สภาพก่อนมีลูก VS สภาพหลังมีลูก

สภาพก่อนมีลูก เราจะเห็นคุณพ่อดูหน้าตาเรียบร้อย หน้าใสกิ๊ง เรียกได้ว่าดูหล่อใสกันมาเลย

สภาพหลังมีลูก – บางทีก็ออกจากบ้านมาด้วยสภาพหัวยุ่งๆ ขอบหน้าคล้ำ หน้าตาเหมือนคนอดนอน เพราะลูกร้องตลอดคืน

2. กระเป๋าเดินทางก่อนมีลูก  VS กระเป๋าเดินทางหลังมีลูก

กระเป๋าเดินทางก่อนมีลูก – ไปเที่ยวไหนใกล้หรือไกลก็ใช้กระเป๋าเเค่ใบเดียว เพราะผู้ชายไม่ได้มีเสื้อผ้าเยอะเเยะ ใส่ไปไม่กี่ตัวก็เอาอยู่ (บางทีก็สามารถเอามารียูสต่อได้อีก)

กระเป๋าเดินทางหลังมีลูก –  นอกจากสัมภาระปกติเเล้วก็ยังมีของใช้ของลูก ของลูก เเละของลูก ทั้งเสื้อผ้าชุดสำรอง ชิชชู่เปียก ขวดนม ผ้าอ้อม เเละอีกสารพัดสิ่งของ

3. ที่เที่ยวก่อนมีลูก VS ที่เที่ยวหลังมีลูก

ที่เที่ยวก่อนมีลูก – เวลาเลือกที่เที่ยวกันก็เลือกที่ที่อยากตามประสาคนเป็นเเฟนกัน ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา น้ำตก ที่ไหนก็ได้ขอให้บรรยากาศโรแมนติกเอาไว้ก่อน

ที่เที่ยวหลังมีลูก – หลังมีลูกเเล้วที่ที่เราโปรดปรานก็จะกลายเป็นที่ที่ลูกโปรดปราน ทั้งสวนสนุกสำหรับเด็ก สวนสัตว์ เมืองจำลอง ฯลฯ ที่เวลาไปด้วยกันทุกครั้ง(ลูก)ก็ดูสนุกทุกครั้งเลย

4. ที่นั่งทำงานก่อนมีลูก VS ที่นั่งทำงานหลังมีลูก

ที่นั่งทำงานก่อนมีลูก – ก่อนมีลูกก็เอาโน๊ตบุคไปทำงานสบายๆ ในร้านกาเเฟสวยๆ เเละมีที่โปรดเป็นร้านกาเเฟสีเขียว หรือไปตาม co-working space ที่ดูบรรยากาศดีช่วยให้ความคิดไหลลื่น

ที่นั่งทำงานหลังมีลูก – เพราะต้องดูเเลเจ้าตัวน้อยเลยทำงานที่บ้านมากขึ้น เเต่บางทีทำไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีเราก็นั่งอยู่ท่ามกลางกองของเล่นของลูกซะเเล้ว

5. อาหารก่อนมีลูก VS อาหารหลังมีลูก

อาหารก่อนมีลูก –  ชวนแฟนไปทานดินเนอร์หรูๆ บรรยากาศดีๆ บนชั้นดาดฟ้า หรือตามโรงเเรมกันทุกวันหยุด

อาหารหลังมีลูก – อาหารอะไรก็ได้ขอเเค่ได้กินก็พอ เรียกได้ว่าต้องง่าย สะดวก เเละเร็ว เอาไว้ก่อน เพราะต้องเผื่อเวลาไปดูลูก

6. เรื่องที่คุยกันก่อนมีลูก VS เรื่องที่คุยกันหลังมีลูก

เรื่องที่คุยกันก่อนมีลูก – ส่วนมากจะเป็นบทสนทนาหวานๆ ตามประสาคนเป็นเเฟนกัน บางทีก็คุยกันหนุงหนิงๆ จีบกันไปกันมา

เรื่องที่คุยกันหลังมีลูก – เรื่องที่คุยกันส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นเรื่องลูก ทั้งลูกเป็นแบบนี้ทำไงดี หรือปรึกษากันเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก

7. ช้อปปิ้งก่อนมีลูก VS  ช้อปปิ้งหลังมีลูก

ช้อปปิ้งก่อนมีลูก – เวลาไปเดินห้างกันก็สบายๆ เลือกของที่ตัวเองชอบ อยากได้อันนี้จัง อยากได้อันนั้นจังเลย

ช้อปปิ้งหลังมีลูก – งานโปรดที่ชอบไปกันคืองาน Baby Best Buy หรืองานช็อปเพื่อลูกที่รวมเอาสินค้าสำหรับเเม่เเละเด็กมาไว้มากมาย เดินไปเดินมาก็มีของเต็มมือไปหมด เเล้วพอเจอของลดราคากระเป๋าตังค์ในมือก็เริ่มสั่น

8. วอลเปเปอร์มือถือก่อนมีลูก VS วอลเปเปอร์มือถือหลังมีลูก

วอลเปเปอร์มือถือก่อนมีลูก – ตั้งรูปแฟนไว้บนหน้าจอมือถือ พูดได้เลยว่าโทรศัพท์หวานจนมดขึ้น บางทีก็ตั้งภาพหน้าจอเป็นคู่กันด้วยนะ

วอลเปเปอร์มือถือหลังมีลูก – ตั้งรูปลูกไว้บนหน้าจอมือถือเลย หยิบมาดูกี่ที่ก็น่ารัก เเละพอคิดถึงเมื่อไหร่หยิบขึ้นมาก็ช่วยให้หายคิดถึงไปหน่อย

9. ความสุขก่อนมีลูก VS ความสุขหลังมีลูก

ความสุขก่อนมีลูก – เป็นความสุขของการมีคนรัก ความสุขที่เวลามองตาคนที่เรารักเเล้วรู้สึกอบอุ่นใจ

ความสุขหลังมีลูก – ความสุขของการได้เป็น “คุณพ่อ” การได้ดูเเลอีกหนึ่งชีวิตที่เกิดมา เเละตั้งใจให้เขาเติบโตไปอย่างดีที่สุด

ถึงเเม้ว่าจะมีหลายๆ อย่างในชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่การมีเจ้าตัวน้อยช่วยเติมเต็มให้ชีวิตของคู่ดูมีความหมายเเละมีสีสันมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นความสุขของชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง

Writer Profile : Mookky TCN

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 ข้อคิดจากการดูการ์ตูน Finding Nemo
ชีวิตครอบครัว
On this Day กับ วันวาเลนไทน์ที่หายไป
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562