fbpx

แม่จ๋า! น้ำร้อนลวกหนู ทำอย่างไรดี

Writer : OttChan
: 12 มิถุนายน 2562

เป็นอะไรที่น่าใจหายทุกครั้งสำหรับคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกน้อยต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับของร้อนจนได้แผลหรือเจ็บตัวกลับมา ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาแผลน้ำร้อนลวกเองก็เป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งยิ่งกับวัยกำลังชอบหยิบชอบจับ คลาดสายตาไม่ได้เลยทีเดียว

แล้วหากโดนน้ำร้อนลวกแล้วจะปฐมพยาบาลได้อย่างไรบ้างนั้นเราจะมาดูไปด้วยกันเลยว่าระดับของแผลแล้ววิธีช่วยเหลือเจ้าจอมซนที่ได้แผลแสนปวดแสบปวดร้อนมา ต้องได้รับการดูแลขนาดไหน

แผลการโดนน้ำร้อนลวกแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ

  • โดนชั้นหนังกำพร้า เนื้อขึ้นสีแดงมีอาการปวดแสบแต่ไม่เป็นแผลเป็น
  • โดนหนังกำพร้าและหนังแท้ ผิวแดงมาก บวมพุพอง
  • โดนหนังแท้และเป็นแผลใหญ่ ผิวไหม้ออกสีดำแล้วหลุดลอกออก
การปฐมพยาบาลหลังน้ำร้อนลวก

  • รีบปลดเสื้อผ้าที่เปียกน้ำร้อนออกจากตัวลูก
  • นำน้ำเย็นมาล้างช่วยบรรเทาอาการแต่ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งและไม่ควรใช้เนื้อสัตว์แช่เย็นหรือของที่แช่เย็นไว้เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อได้
  • ล้างด้วยน้ำสบู่เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก
  • ซับเช็ดแผลให้แห้ง
  • ใช้ว่านหางจระเข้ทาเพื่อช่วยลดความปวดแสบปวดร้อน (หากหาได้)
  • หลังพันแผลแล้วรีบนำไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คอาการ
ข้อห้ามเด็ดขาดหากลูกถูกน้ำร้อนลวก

  • ห้ามใช้น้ำเย็นจัดราดหรือน้ำแข็งเพรียวๆประคบแผลเด็ดขาดเพราะจะทำให้แผลบาดลึกหรือหายยากกว่าเดิม
  • ห้ามนำลูกลงไปแช่น้ำเย็นเพราะอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนกระทันหันแล้วเกิดอาการช็อคได้
  • ห้ามใช้อะไรที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำมันทาแผลลูก
  • ห้ามแกะแผลหรือลอกหนังส่วนที่พองออกเพราะจะทำให้แผลลามและใหญ่ขึ้น

 

ที่มา : pobpad, haijai,mamaexpert, vibhavadi

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



มีบุตรยาก แก้ไขอย่างไรได้บ้าง
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563