fbpx

4 วิธีแก้ปากลูกแห้งแตก ได้ผลชะงัดนัก!

: 30 ธันวาคม 2564

ไม่ว่าจะด้วยสภาพอากาศที่เริ่มแห้งหรือหนาวลง การดื่มน้ำที่ไม่เพียงพอ หรือผิวของเจ้าตัวน้อยที่แห้งอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาการปากแตกนั้นสามารถพบเจอได้ในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กที่เรียกว่าเป็นปัญหาสามัญประจำบ้านก็ยังได้

เนื่องด้วยผิวบริเวณปากนั้นเป็นส่วนที่บอบบางกว่าผิวหนังส่วนอื่น ๆ นอกจากจะแห้งแตกเป็นขุย ดีไม่ดียังอาจมีเลือดซิบได้อีกด้วย วันนี้ Parents One จะมาแนะนำวิธีทำให้ปากขุย ๆ กลายเป็นปากชมพูชุ่มชื้นค่ะ!

 

ดื่มน้ำเยอะๆ

ดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอกด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ เด็กในวัยขวบปี – 3 ขวบนั้นต้องการการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 5.5 แก้ว แต่ไม่จำเป็นต้องมาจากน้ำเสมอไป เพราะในชีวิตประจำวันร่างกายของเราได้รับน้ำจากอาหารหลาย ๆ ชนิด ไม่ว่าจะเป็นนม ผลไม้ หรืออาหารที่มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากอาทิเช่นแตงโม น้ำแกง หรือซุป

 

ทาลิปมันให้เป็นนิสัย

การทาลิปมันนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้ปากแห้งแตกก่อนแล้วจึงค่อยทา เราสามารถป้องกันริมฝีปากแตกได้โดยการทาลิปมันให้เป็นนิสัย

สำหรับเด็กเล็ก แนะนำให้เป็นลิปมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันพืชธรรมชาติ ลาโนลินหรือขี้ผึ้ง เพราะว่าส่วนผสมดังกล่าวจะปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวน้อยมากกว่า อีกทั้งยังกักเก็บความชุ่มชื้น และปกป้องริมฝีปากจากแสงแดดและสภาพอากาศอีกด้วย

หากออกไปข้างนอก แนะนำให้ใช้ลิปมันที่มีส่วนผสมของสารกันแดด เพราะรังสี UV จากแดดสามารถทำร้ายผิวหนังบริเวณริมฝีปากได้ค่ะ

หรือถ้าเจ้าตัวน้อยเป็นเด็กขี้รำคาญสักหน่อย แนะนำให้ทาลิปมันก่อนนอนทุกคืน จะช่วยทำให้ริมฝีปากของเขานุ่มตลอดวันเลยค่ะ

 

อย่าเลียริมฝีปาก!

เคยกันบ้างรึเปล่าคะ เวลาปากแห้ง ๆ แล้วเราจะชอบเลียริมฝีปากให้ไม่เป็นขุย แต่รู้หรือไม่ว่าการเลียปากให้น้ำลายเป็นตัวทำความชุ่มชื้นนั่น นอกจากจะไม่ชุ่มชื้นแล้วยังทำให้ปากแห้งแตกมากกว่าเดิมอีกด้วย!

พยายามหยุดพฤติกรรมนี้ของเจ้าตัวน้อยทุกครั้งโดยการฝึกให้เขาทาลิปมันแทนเมื่อรู้สึกว่าปากของเขาแห้งแตก หรือช่วยเขาขจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วบนริมฝีปากโดยการใช้แปรงสีฟันขนแปรงนุ่มขัดเบา ๆ บนริมฝีปากที่เปียก จะช่วยทำให้ขุย ๆ หลุดออกง่ายขึ้น

 

ลิปมันที่มีรสชาติ ใช่ว่าจะดีเสมอไป

บางทีเราก็อดไม่ได้กับลิปมันในท้องตลาดจำนวนมากที่มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นผลไม้ชื่นใจ หรือขนมหวานต่าง ๆ ถูกใจคุณหนู ๆ แน่นอน

แต่ลิปมันมีกลิ่นหรือรสชาติ อาจทำให้เจ้าตัวน้อยเผลอเลียลิปมันออกจนหมดริมฝีปาก ซึ่งส่งผลให้ปากแห้งแตกได้มากกว่าเดิมอีกด้วย แนะนำว่าเลือกใช้ลิปมันที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมจะดีกว่า หรือกำชับไม่ให้เขาเลียริมฝีปากหลังจากทาลิปมันเสร็จแล้วนะคะ

ทารกปากแห้งแตก ทาอะไรดี

  • ลาโนลิน: สารสกัดจากขนแกะที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้เป็นอย่างดี และปลอดภัยต่อทารกถึงแม้จะรับประทานเข้าไป (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้) ลาโนลินจะช่วยดูแลแผลบนริมฝีปากอย่างอ่อนโยน แนะนำให้ทาในปริมาณปลายนิ้วทุกคืนตอนที่เจ้าตัวน้อยหลับไปแล้ว เพราะจะทำให้ลาโนลินอยู่บนริมฝีปากและบำรุงได้นานกว่า
  • น้ำมันมะพร้าว: ของติดบ้านที่หลาย ๆ ครอบครัวคงมีติดบ้าน น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริค ที่ช่วยสมานแผลและปลอดภัยต่อเด็กทารก หยดน้ำมันมะพร้าวจำนวนเล็กน้อยลงบนนิ้วที่สะอาด และถูบนปากของเจ้าตัวน้อยทุกครั้งที่พบว่าปากของเขาแห้งแตก
  • นมแม่: วัตถุดิบที่ปลอดภัยต่อเจ้าตัวน้อยที่สุด คงไม่พ้นกับนมแม่นั่นเอง แตะน้ำนมแม่แล้วทาเบา ๆ (ห้ามถู) ลงบนปากของเจ้าตัวน้อย น้ำนมแม่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก และสารอาหารที่มีคุณค่าของน้ำนมแม่จะช่วยเร่งให้แผลสมานตัวเร็วขึ้นอีกด้วยค่ะ

Writer Profile : phanthirapuyou

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7วิธีลดน้ำหนักสำหรับคุณแม่หลังคลอด
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
คิดว่าหลายๆ บ้านเองก็คงมีบ้างใช่ไหมคะที่ทานเผ็ดกันทั้งบ้าน หรือชื่นชอบที่จะทานอาหารรสจัด แต่คราวนี้การที่จะให้เจ้าตัวเล็กของเรามาร่วมวงโต๊ะทานด้วย ในบางทีเขาเองก็อยากลองทานเผ็ดบ้าง หรือทางผู้ใหญ่อยากให้ลองดูว่าทานได้หรือไม่ ยิ่งกับประเทศไทยเองที่มีเมนูอร่อยหลายๆ อย่างเลยที่มีส่วนผสมของความเผ็ดจนได้รสชาติกลมกล่อม จึงเป็นเรื่องที่ควรให้เด็กๆ ได้ลองมีประสบการณ์ทานดุซักครั้งและให้เขได้ตัดสินใจว่าจะชอบหรือไม่ค่ะ เอาล่ะ! เรามาดูกันดีกว่า ว่าอายุเท่าไหร่จึงสามารถทานได้, หากแพ้ควรหลีกเลี่ยงอย่างไร รวมไปถึงเมนูเผ็ดที่เหมาะกับการฝึกทานมีอะไรบ้าง มาลองดูไปด้วยกันเลยค่ะ (more…)
17 มกราคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort