fbpx

ช่วงเวลานอนที่ตื่นมาแล้วทำให้คุณแม่สดใส

Writer : giftoun
: 31 กรกฏาคม 2561

การนอนถือว่าสำคัญสำหรับคุณแม่เป็นอย่างมาก แต่หลายครั้งที่ตื่นมาไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่นอนมากพอแล้ว แล้วช่วงเวลานอนที่ตื่นมาแล้วทำให้สดใสได้จะเป็นช่วงเวลาใดบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

07.00 – 09.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ควรตื่นนอนที่สุด

ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะกับการสูดอากาศยามเช้าและขับถ่ายเป็นอย่างมาก คุณแม่ควรจะรับประทานอาหารตอนเช้าเพื่อให้ร่างกายมีพลังงาน เตรียมพร้อมรับมือกับงานและลูกได้ ที่สำคัญควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นะคะ ร่างกายจะได้แข็งแรงค่ะ

19.00 – 21.00 น. ควรเริ่มพักผ่อนได้แล้ว

ช่วงเวลานี้ควรทำจิตใจให้โล่งโปร่งสบายและสงบ ด้วยการนอนเล่นพักผ่อน สวดมนต์หรือนั่งสมาธิ ไม่ควรทำงานหนักจนเกินไป มิเช่นนั้นคุณแม่จะมีสิทธิ์เสี่ยงต่อโรคหัวใจโต หัวใจรั่ว หรือเส้นเลือดหัวใจตีบก็เป็นได้ค่ะ

21.00 – 23.00 น. ควรนอนหลับได้แล้ว

ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่คุณแม่ควรนอนหลับพักผ่อนเป็นที่สุด แต่ถ้าคุณแม่ท่านไหนทำงานแล้วเพิ่งกลับบ้านตอนนี้อย่าเพิ่งรีบไปอาบน้ำโดยทันทีนะคะ ขอให้ทำร่างกายให้อบอุ่นเสียก่อน มิเช่นนั้นจะเจ็บไข้ได้ป่วยง่ายมากค่ะ

ค่าเฉลี่ยการนอนอยู่ที่ 8-10 ชั่วโมงจริงหรือ ?

โดยปกติแล้วค่าเฉลี่ยการนอนของคนเราอยู่ที่ 8-10 ชั่วโมงจะถือได้ว่านอนอย่างเพียงพอ แต่ทำไมบางคนกลับรู้สึกว่ายังง่วง อ่อนเพลีย หรือไม่สดชื่นเท่าที่ควร คงเป็นเพราะเป็นการนอนที่ไม่มีคุณภาพก็เป็นได้ค่ะ

1 รอบเท่ากับ 90 นาทีมีความหมาย

การนอนหลับนั้นจะเกิดขึ้นเป็นรอบๆ โดยที่ 1 รอบการนอนหลับเกิดขึ้นประมาณ 90 นาที โดยจะแบ่งการหลับเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงหลับตื้นซึ่งจะกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ เปลือกตายังขยับไปมาอยู่ และช่วงหลับลึกที่เปลือกตาจะไม่ขยับเลย แถมหายใจเบาและช้าอีกด้วย ซึ่งใน 1 รอบการนอนนั้นจะมีการหลับตื้นและหลับลึกสลับกันไป แต่ละรอบใช้เวลา 90 นาที ซึ่งเป็นรอบการหลับที่ให้คุณภาพการนอนดีที่สุดคือ 5 รอบหรือ 7-8 ชั่วโมงค่ะ

ตื่นแล้วยังงัวเงียเพราะยังหลับลึกอยู่

ถ้าคุณแม่คิดว่านอนก็มากพอแล้ว แต่ตื่นมายังงัวเงียไม่สดชื่นอยู่ เป็นไปได้ว่าอาจถูกปลุกให้ตื่นในช่วงหลับลึกก็เป็นได้ สมองที่ยังอยู่ภาวะหลับลึกนั้นจะทำให้ตื่นมาแบบสลึมสลือและนอนไม่เต็มอิ่มได้

สิ่งแวดล้อมมีผลกับการนอน

นอกจากรอบการนอนแล้ว สิ่งแวดล้อมในห้องนอนก็มีผลกับคุณภาพการนอนหลับเหมือนกัน คุณแม่ควรจัดห้องนอนให้อยู่ในบรรยากาศที่ชวนให้พักผ่อน ไม่ถูกรบกวนจากเสียงหรือแสงสว่าง โดยเฉพาะการเปิดทีวีทิ้งไว้ตอนเข้านอนค่ะ

นอนให้ครบวงจรนอน

การที่คุณแม่นั้นจะนอนแล้วตื่นมาสดใสไปทำงานและเลี้ยงลูกนั้น จะต้องมาดูว่าเวลานอนนั้นครบวงจรการนอนพอดีหรือไม่ เช่น ถ้าคุณแม่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงเช้าก็ให้นับย้อนกลับไปให้ครบ 5 รอบ รอบละ 90 นาที จึงต้องเข้านอนเวลา 4 ทุ่มครึ่ง เป็นต้น

และนี่คือเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้คุณแม่ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นมากยิ่งขึ้น มีพลังรับมือกับทุกกิจกรรม ขอให้คุณแม่ลองนำมาใช้ดูนะคะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
ทำอย่างไรเมื่อลูกรัก “ติดจอ”
ชีวิตครอบครัว
Update
" โตเป็นควายแล้วยังทำอะไรไม่เป็นอีก! " " โง่....เลี้ยงเสียข้าวสุก! " " ชอบอะไรอยู่ได้ปัญญาอ่อน ไม่โตซักที ภาระบ้านจริงๆ " " เป็นหัวหน้าครอบครัวมีปัญญาหาเงินได้แค่นี้เองเหรอ! ถ้าหาเลี้ยงดีกว่านี้ไม่ได้ก็ไปใส่กระโปรง " " อยู่บ้านเอาแต่ขี้เกียจ! เป็นแม่บ้านมันสบายจะตายไป เป็นผู้หญิงอย่าพูดมาก  " " ไม่น่ามาเกิดในบ้านนี้เลย! เกลียดพ่อกับแม่ที่สุด " ในบางครั้งความสัมพันธ์ของครอบครัวหรือคู่รักที่มีต่อกันมาด้วยดีตลอดก็อาจต้องสะบั้นลงเพราะเพียงคำพูดที่หลุดออกมาอย่างไม่ระวังไม่กี่คำ ใครเคยพบเจอกับปัญหาแบบนี้บ้างไหม... หากเคยพบเจอ เราคือเพื่อนกัน... เพราะเราคือหนึ่งคนที่เวลาอารมณ์นำพาไปจนถึงความโกรธขั้นสุด....เราก็สามารถพูดคำแย่ๆ ใส่ได้ทันทีกับคนที่เรารักเพราะเราคิดว่าคงไม่เป็นไร เราอยู่กันมานาน อยู่กันแบบตัดกันไม่ขาดอยู่แล้วนี่...เดี๋ยวเราก็หายโกรธกันไปเอง แต่รู้ตัวอีกที เราก็มีกำแพงอากาศให้กันเสียแล้ว ถึงไม่ได้เห็นได้ด้วยตาแต่ความใกล้ชิดหรือสนิทสนมที่เคยมี มันก็จางลงไปตามจำนวนคำที่เราพูดออกไป การพูด hate speech ไม่ใช่เพียงเพราะเราใช้คำหยาบคายใส่ผู้ฟังหรือใช้เสียงดังตะโกนด่าทอแรงๆ ...เนื้อหาต่างหากที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่านี่คือคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง... "คำพูด" ที่ลดทอนคุณค่าของตัวตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดทั้งเพศ อายุ ความสามารถหรือแม้แต่ทัศนคติ "คำพูด" ที่ทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวดว่าเขาคิดกับเราแบบนี้จริงๆ งั้นหรือ.... "คำพูด" ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนมันก็ยังคงติดอยู่ในใจและย้ำให้เจ็บปวดอยู่ซ้ำๆ...เมื่อต้องนึกถึง รู้ไหม....ทำไมพอได้ยิน..มันถึงเจ็บปวด นั่นก็เพราะคำเหล่านั้นมันออกมาจากปากของคนที่เรารัก จะใครว่าหรือดูถูกก็คงไม่เจ็บเท่าคนที่เราผูกพันและไว้ใจที่สุดจริงไหม...แล้วเราจะใช้คำพูดแบบนี้กับคนที่เรารักไปอีกนานแค่ไหน? หยุดได้ ต้องหยุด ยั้งได้ต้องรีบยั้งไว้ ไม่ให้เผลอเรอใช้วาจาทำร้ายจิตใจกันและกัน เพราะคำที่หลุดปากออกมาเพียงไม่กี่คำ อาจถูกเก็บอยู่ในใจของคนฟังไปตลอดชีวิต และความสัมพันธ์ก็อาจเกิดรอยร้าวจนไม่อยากกลับมาเหมือนเดิมได้เช่นกัน...          
29 ตุลาคม 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort