fbpx

พัฒนาการตามวัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะการกินของลูกวัย 4-24 เดือน อายุเท่านี้หนูต้องกินอาหารแบบไหนนะ?

Writer : Lalimay
: 14 มกราคม 2562

เมื่อพูดถึงเรื่องอาหารการกินของเด็กทารก แน่นอนว่าในช่วง 6 เดือนแรกจะต้องกินนมแม่เป็นหลัก หลังจากนั้นจึงจะค่อยๆ มีอาหารเสริมเพื่อพัฒนาทักษะการกินของลูก ซึ่งในแต่ละช่วงวัยเด็กๆ ก็จะมีพัฒนาการตามวัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะการกินที่แตกต่างกัน ทั้งลักษณะอาหารที่ควรให้ลูกกิน ทักษะกล้ามเนื้อปากในการกิน รวมไปถึงพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ เราไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าจะละช่วงวัยจะมีพัฒนาการยังไงบ้าง

อายุ 4-6 เดือน

ลักษณะอาหาร : อาหารเหลว (ในช่วงนี้ยังกินนมอย่างเดียวเหมือนเดิม)

ทักษะกล้ามเนื้อปากในการกิน :

  • การดูดกลืนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ดูดกลืนมากกว่าเคี้ยว

พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ :

  • ชันคอได้มั่นคง
  • ทรงตัวพอได้
  • คว้าของและเริ่มถือของโดยมีการช่วย

อายุ 6-9 เดือน

ลักษณะอาหาร : อาหารบดละเอียดกึ่งเหลว

ทักษะกล้ามเนื้อปากในการกิน :

  • ใช้กรามบดเคี้ยวอาหารในลักษณะขึ้นๆ ลงๆ
  • สามารถกัดและปล่อยเป็นจังหวะ
  • ใช้ริมฝีปากในการจัดการอาหารในช้อน
  • เริ่มจิบน้ำจากแก้วได้ แต่ยังหก

พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ :

  • นั่งและถือขวดนมได้เอง
  • กินอาหารจากช้อนได้
  • ใช้นิ้วมือคล่อง จึงเริ่มหยิบอาหารเข้าปากกินเอง

อายุ 9-12 เดือน

ลักษณะอาหาร : อาหารบดหยาบข้นๆ

ทักษะกล้ามเนื้อปากในการกิน :

  • ดื่มน้ำจากแก้วได้เอง โดยมีคนช่วยเหลือ
  • เริ่มหัดใช้หลอดดูดน้ำ
  • กินอาหารจากช้อนได้ดีขึ้น

พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ :

  • ใช้นิ้วหยิบอาหารได้คล่องและถือแก้วเอง
  • ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ได้ดี
  • จับช้อนโดยใช้มือกำ

อายุ 12-18 เดือน

ลักษณะอาหาร : อาหารที่นุ่มๆ หรือกรุบกรอบ

ทักษะกล้ามเนื้อปากในการกิน :

  • ใช้ฟันกรามบดเคี้ยวได้หลายทิศทาง
  • ใช้หลอดดูดน้ำ

พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ :

  • เอาอาหารเข้าปาก
  • กินอาหารด้วยตัวเองได้คล่องแคล่วมากขึ้นกว่าเดิม

อายุ 18-24 เดือน

ลักษณะอาหาร : อาหารที่เป็นชิ้น มีความแข็ง

ทักษะกล้ามเนื้อปากในการกิน :

  • ใช้กรามบดเคี้ยวได้ทุกทิศทาง
  • กินอาหารได้เรียบร้อยมากขึ้น หกเลอะเทอะน้อยลง

พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ :

  • กินอาหารได้ด้วยตัวเอง โดยใช้ช้อน ใช้มือหยิบและดื่มน้ำจากถ้วย

ข้อมูลอ้างอิง

คู่มือสําหรับพ่อแม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
จะรู้ได้ยังไง ว่าลูกเป็น “สมาธิสั้น”
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Applied Developmental Psychology เผยว่าเด็กที่พูดได้น้อย มีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์อารมณ์เสียง่ายและรุนแรงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ที่มีทักษะภาษาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยงานวิจัยนี้ได้มีการสำรวจผู้ปกครองจากทั่วประเทศมากกว่า 2,000 คนที่มีลูกเล็กอายุตั้งแต่ 12-38 เดือน เพื่อเก็บผลสำรวจจากการตอบคำถาม ในเรื่องของพัฒนาการทางภาษาและพฤติกรรมทางอารมณ์ของลูกในแง่ของความฉุนเฉียว ผลสำรวจออกมาว่า เด็กที่พูดได้ต่ำกว่า 50 คำ หรือไม่สามารถประสมคำได้ภายในอายุ 2 ปี จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “เด็กพูดช้า” โดยเด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง และบ่อยกว่าเด็กที่มีทักษะภาษาระดับปกติในอัตราเกือบ 2 เท่า ซึ่งความรู้สึกหงุดหงิดง่ายและทักษะทางภาษาที่ล่าช้า นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความผิดปกติทางภาษาและการเรียนรู้ในภายหลัง เด็กที่พูดช้าราว 40% จะมีปัญหาทางภาษาเรื้อรัง ที่อาจกระทบความสามารถทางวิชาการของเด็กได้ อ้างอิงจาก https://www.mcot.net/view/5dd62d74e3f8e40b2f3b6931
22 พฤศจิกายน 2562