fbpx

เลี้ยงลูกอย่างไรให้มีจิตใจเข้มแข็งและอยู่รอดในสังคมได้

Writer : Lalimay
: 4 มีนาคม 2562

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสังคมของเรามักมีเรื่องที่รุนแรงและคาดไม่ขึ้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง อย่างกรณีของสนามสอบโรงเรียนวัดสิงห์ที่มีแก๊งวัยรุ่นเข้ามาทำร้ายคนที่สอบและคุณครู ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนครุ่นคิดว่าในเมื่อสังคมยังมีคนหลายประเภทแบบนี้ จะทำยังไงให้ลูกไม่โอนอ่อนต่อสิ่งรอบตัวและอยู่รอดในสังคมได้ วันนี้เราจึงนำวิธีการเลี้ยงลูกให้เขามีจิตใจเข้มแข็งมาฝากค่ะ

ใช้ความรักของพ่อแม่

ความรักคือสิ่งทีชุบชูจิตใจ และหล่อหลอมเด็กคนหนึ่งรู้สึกว่าเขามีคุณค่าพอที่จะเป็นที่รัก จิตใจที่เข้มแข็งของลูกจะมีพื้นฐานมาจากการที่เขารู้สึกปลอดภัย และบ้านควรเป็นสถานที่แรกที่ทำให้ลูกรู้สึกแบบนั้น พ่อแม่ควรมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เมื่อความรักของพ่อแม่เต็มแล้วก็จะไหลมาสู่ลูกโดยไม่รู้ตัว

ความรัก ความปลอดภัยนี้เองที่จะทำให้ลูกมีพื้นฐานของความมั่นคงทางจิตใจที่ดี เมื่อลูกต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค เขาก็จะมั่นคงและไม่ซวนเซได้ง่าย

ใช้เวลาที่มีคุณภาพกับลูก

เวลาคุณภาพคือเวลาที่มีให้กันและกัน ให้เวลาในการรับฟังและรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของลูก ใช้เวลาเหล่านั้นในการฟูมฟักให้ลูกรู้สึกสึกว่าพ่อแม่พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา จะทำให้ลูกรู้สึกไว้วางใจและมั่นคง ส่งผลให้เป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดี

ปลูกฝังระเบียบวินัย

ระเบียบวินัยคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกรู้จักควบคุมความต้องการของตัวเอง รู้จักที่จะทำตามกติกา ทำให้รู้ว่าการรอคอยคือสิ่งสำคัญ ก็จะทำให้มีความอดทน หากลูกไม่รู้จักรอคอย อยากได้อะไรต้องได้ ก็จะทำให้เป็นคนที่มีความอดทนทางอารมณ์ต่ำ ถ้ามีอะไรขัดใจก็จะทำให้หงุดหงิด มีปัญหาเวลาอยู่กับคนรอบข้าง

ฝึกให้ลูกทำอะไรได้ด้วยตัวเอง

พ่อแม่ไม่สามารถอยู่ค้ำฟ้า การสอนให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถ และมีความภาคภูมิใจว่าเขาทำสิ่งต่างๆ ได้ อย่าคิดว่าลูกเป็นเด็กและต้องมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือตลอด การไม่ยอมปล่อยให้ลูกลองทำอะไรด้วยตัวเอง จะทำให้เขาติดสบาย ไม่กล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ

อย่าแก้ไขปัญหาแทนลูกทุกเรื่อง

เมื่อลูกเกิดปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในแบบที่ประเมินแล้วว่าเขาสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้ พ่อแม่อาจลองปล่อยให้ลูกพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยตัวเองดู เพื่อฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหา (Problem-solving skill) เพราะถ้าลูกไม่เคยได้แก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเลย พ่อแม่คอยแก้ปัญหาให้ตลอด เมื่อเจออุปสรรคก็จะไม่เข้มแข็งและท้อแท้ได้ง่าย

ให้ลูกเท่าทันอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง

สอนให้ลูกรู้ว่าอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นต่างๆ ในชีวิตเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต่างต้องมี แต่ที่สำคัญคือการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองให้เหมาะสม และรับรู้ให้ได้ว่าตัวเองรู้สึกแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นโกรธ ดีใจ เสียใจหรือผิดหวัง เพราะเมื่อยอมรับได้ การจัดการกับอารมณ์ก็จะเป็นไปอย่างเหมาะสม เช่น รู้ว่าโกรธแต่ก็จะไม่อาละวาด

แบบอย่างที่ดีที่สุดคือพ่อแม่

ลูกคือนักเลียนแบบ และพ่อแม่คือต้นแบบที่ใกล้ชิดลูกที่สุด การทำเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็นจะทำให้เขาเรียนรู้ได้ดีมากกว่าคำพูด หากอยากให้ลูกมีจิตใจเข้มแข็ง พ่อแม่ก็ต้องมีจิตใจเข้มแข็งเช่นกัน เมื่อมีอุปสรรคต่างๆ เข้ามา แล้วพ่อแม่ก็จัดการได้อย่างเหมาะสม ถึงแม้ว่าผลที่ออกมาอาจจะดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ลูกก็จะเห็นเป็นตัวอย่าง เมื่อเจอปัญหาบ้าง เขาก็พร้อมที่จะเรียนรู้และเชิญหน้า พร้อมกับยอมรับมันได้

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัว
3 มกราคม 2563
7 วิธีเลิกแพมเพิสฉบับ Little Monster
ช่วงวัยของเด็ก
Update
ข่าว ข่าว
คลิปไวรัลเป็นสิ่งที่มักแพร่กระจายบนรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ซึ่งคลิปประเภทชาเลนจ์ (ท้าให้ทำ) ก็เป็นหนึ่งในคลิปที่เด็กๆ เห็นกันบ่อย และมักจะพากันทำตามกระแส ล่าสุดมีชาเลนจ์ที่อันตรายอย่าง Tripping jump challenge เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเล่นแล้วอาจอันตรายถึงชีวิต Tripping jump challenge หรือ Skull breaker challenge ซึ่งเป็นเกมใหม่ที่เริ่มต้นในอเมริกาใต้ เป็นไวรัลในเด็กนักเรียนที่ประเทศบราซิล โดยมีวิธีการเล่นคือ เด็ก 2 คนจะหลอกให้เพื่อนคนที่ 3 ยืนตรงกลางกระโดดขึ้นพร้อมๆ กัน แล้วสองคนด้านข้างจะเตะตัดขาคนกลางให้ล้มลงหงายหลังลงกับพื้น  นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กล่าวว่า การเล่นแบบนี้อันตรายมาก เนื่องจากคนที่ถูกทำให้ล้ม มีโอกาสที่จะมีศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ซึ่งมีโอกาสทำให้คนเล่นกะโหลกศีรษะแตก มีเลือดออกในสมอง เส้นประสาทสมองถูกทำลาย ทำให้หมดสติ หรือโคม่า นอกจากนี้บางรายอาจจะมีกระดูกคอเคลื่อน อาจเกิดขณะคอมีการแหงนเต็มที่ (hyperextension) ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต้นคอ มีการยืดออกอย่างมากทำให้บางส่วนฉีกขาด ทำให้เกิดภยันตรายที่เกิดการบาดเจ็บต่อไขสันหลังส่วนคอและเส้นประสาท ทำให้เกิดอัมพาต หรือถึงเสียชีวิตได้ ซึ่งเด็กที่ถูกเพื่อนหลอกให้เล่นชาเลนจ์นี้มีทั้งที่หน้าคว่ำ จนเป็นแผลรุนแรง หกล้มจนกระดูกแขนขวาหัก 2 ท่อน และที่ร้ายแรงที่สุดคือ เสียชีวิตเนื่องจากศีรษะกระแทกกับพื้นปูนในโรงเรียน  ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องคอยดูแล และเตือนลูกอย่าให้เล่นเกมนี้เด็ดขาด โดยอาจเล่าถึงอันตรายที่เกิดขึ้นเพราะเด็กยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องที่อันตราย อ้างอิงจาก https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000015587 https://www.appdisqus.com/2020/02/16/tiktok-tripping-jump-challenge.html
17 กุมภาพันธ์ 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort