fbpx

ไอเดียจัดตารางสอนลูกปฐมวัยในช่วงอยู่บ้านแบบยาวๆ ที่พ่อแม่สามารถทำได้

Writer : Jicko
: 15 เมษายน 2563

เชื่อว่าหลายครอบครัวช่วงนี้อยู่บ้านกับลูกกันใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่บางคนก็เป็นกังวลว่า ลูกหยุดอยู่บ้านหลายวันแบบนี้เขาจะลืมบทเรียน หรือไม่ได้พัฒนาด้านไหนของลูกไปหรือเปล่า ทำให้พ่อแม่บางคนก็เริ่มหากิจกรรมต่างๆ มาให้ลูกได้ทำยามว่างกัน

ซึ่งวันนี้ทาง Parents One จึงนำไอเดียการจัดตารางสอนในช่วงหยุดอยู่บ้านยาวๆ  แบบง่ายๆ มาฝากกัน เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ในช่วงเก็บตัวอยู่บ้าน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

ก่อนอื่นเลยคุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมของตัวเองเสียก่อนนะคะ ซึ่งได้แก่

  • อย่าคาดหวังว่าเกี่ยวกับความสามารถในการเรียนรู้  เพราะการเรียนที่บ้านกับที่โรงเรียนนั้นมันแตกต่างกัน ในหนึ่งวันเด็กๆ ไม่สามารถที่จะเรียนในปริมาณที่เท่ากับที่โรงเรียนให้ได้ เนื่องด้วยปัจจัยต่างๆ อยากให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นการสอนแบบค่อยเป็นค่อยๆ ไป อาจจะเริ่มวันละ 2-3 ชั่วโมงก่อนก็ได้ค่ะ
  • ต้องมีเวลาผ่อนคลายบ้าง อย่าเครียดไปซะเอง ทำยังไงก็ได้ให้ลูกเรียนได้อย่างสนุกสนาน ลองปล่อยให้เขาได้ลุยเรียนอย่างเต็มที่
  • กำหนดตารางเวลาให้ชัดเจน และคำนวณระยะเวลาเรียนแต่ละวิชาให้เหมาะสม แบ่งวิชาเรียนไม่ให้หนักเกินไป
  • ทำความเข้าใจให้กับคนในครอบครัวให้เข้าใจโดยทั่วกัน เพื่อที่ว่าหากถึงเวลาเรียน เราจะได้ไม่ต้องคอยบอกคนโน้นทีคนนี้ที และลูกจะได้มีสมาธิในการเรียนในแต่ละครั้งด้วย เพราะไม่มีคนรบกวน
  • จัดบรรยากาศการเรียนให้เหมาะสม อาจจะแปะฝาผนัง หรือทำบอร์ดน่ารักๆ จัดบรรยากาศห้องให้มีอากาศถ่ายเท แต่ห้ามนำสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจมาไว้ในห้องเด็ดขาด เพราะจะทำให้เขาไม่มีสมาธิได้
  • ควรมีการเรียนนอกบ้านบ้าง เพื่อความสนุกสนานของเด็กๆ และให้เขาได้ลองเรียนรู้นอกห้องเรียนบ้าง

เอาเป็นว่าคุณพ่อคุณแม่ เตือนเตือนตัวเองเสมอว่า “อย่าคาดหวัง อย่าเปรียบเทียบ อย่าเครียด” ทำตามวิถีของลูกก็พอค่ะ

ไอเดียการจัดตารางสอนสำหรับเด็กปฐมวัย

  • เวลา 7.00 – 9.00 น. ตื่นนอน อาหารเช้า เล่นแบบอิสระ

เวลานี้ถือว่าให้เด็กๆ ได้เล่นก่อนที่จะเข้าเรียนและคุณพ่อคุณแม่เองก็จะได้มีเวลาได้ไปทำงานบ้าน และทำกิจธุระส่วนตัวได้ด้วยนั้นเอง

  • 9.00 – 12.00 น. ช่วงเวลาฝึก ขีด เขียน อ่าน และของว่าง

โดยวิชาที่จะเรียนนั้นอยากให้คุณพ่อคุณแม่เน้นกิจกรรมที่พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กๆ และความสัมพันธ์ของสายตากับนิ้วมือ เช่น

  1. สอนเรื่องสีต่างๆ
  2. สอนอ่านตัวอักษร
  3. สอนนับตัวเลขแบบสนุกๆ
  4. สอนศิลปะวาดรูป และงานประดิษฐ์
  5. ฝึกกล้ามเนื้อด้วยการใช้ที่คีบคีบสิ่งของต่างๆ เช่น ก้อนสำลี หรือต่อบล็อคไม้ต่างๆ
  6. กิจกรรมปั้นแป้งโดว์
  7. เล่นร้อยเชือกไหมพรมกับกระดาษ
  8. ชวนเข้าครัวทำอาหาร
  • 12.00 – 14.00 น. พักทานอาหาร และนอนตอนกลางวัน

เด็กๆ ช่วงปฐมวัยควรที่จะให้เขาได้นอนตอนกลางวันด้วยนะคะ เพราะการนอนหลับจะช่วยส่งเสริมทักษะในการกระตุ้นความจำ สร้างการเรียนรู้ และทักษะการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดีนั้นเองค่ะ แต่ถ้าหากลูกตื่นก่อนเวลาก็อาจจะปล่อยให้เขาได้เล่นอย่างอิสระรอไปก่อนก็ได้นะคะ

  • 14.00 – 16.00 น. ชั่วโมงหรรษากับสื่อการสอน

อาจจะให้ลูกได้เลือกสื่อการเรียนได้ อาจจะเป็นหนังสือนิทาน ดูการ์ตูนที่เป็นประโยชน์ หรือสื่อการสอนต่างๆ เปลี่ยนให้เขาได้มีกิจกรรมที่หลากหลายดูบ้าง หรืออาจจะเป็นสื่อการสอนที่คุณพ่อคุณแม่ประดิษฐ์ขึ้นมาเองก็ได้นะคะ ยิ่งมีสื่อการสอนที่หลากหลาย เด็กๆ ก็จะสนใจที่จะเรียนรู้ยิ่งขึ้นค่ะ

  • 16.00 – 18.00 น. ชั่วโมงออกกำลังกาย เล่นอิสระ และทานอาหารเย็น

ถ้าสามารถออกไปเดินเล่นอบบ้าน หรือให้เขาได้ออกแรงบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ก็จะดีมากค่ะ แต่ถ้าต้องอยู่ในบ้านช่วงนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะหาคลิปวีดีโอในยูทูปก็ได้นะคะ หรืออาจจะเป็นเกมเต้นก็ช่วยให้ลูกได้เคลื่อนไหวร่างกายได้เหมือนกันค่ะ

  • 18.00 – 20.00 น. เวลาแห่งครอบครัว

ซึ่งชั่วโมงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งชั่วโมงที่สำคัญเลยนะคะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะพาเด็กๆ ไปอาบน้ำก่อน หลังจากที่ไปเล่นข้างนอกมา จากนั้นก็อาจจะอยู่กับเขา พาเขาทำกิจกรรมเบาๆ ก่อนนอน เช่น เกมทายปัญหา หรือเล่านิทานสักเรื่องให้ลูกฟังก่อนเข้านอนค่ะ

ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็ลองเลือกและปรับตารางสอนดู ลองปรับให้เข้ากับกิจวัตรประจำวันของเด็กๆ นะคะ ซึ่งเชื่อเลยว่าแต่ละบ้านอาจจะมีตารางสอนที่ไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน บางคนอาจจะเอาการออกกำลังกายไว้ช่วงเช้า หรืออาจจะเรียนคณิตศาสตร์ไว้ช่วงบ่าย ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละบ้านเลยค่ะ สิ่งสำคัญสำหรับการสอนแบบนี้ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องห้ามเครียด และต้องสนุกไปกับการเรียนนี้ด้วย ก็จะทำให้เด็กๆ สนุกกับการเรียนที่เราตั้งใจสอนเขาได้นะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนเลย หากบ้านไหนมีตารางสอนที่เคยทำและน่าสนใจมาร่วมแบ่งปัน ก็สามารถนำมาแบ่งปันให้กับเด็กๆ บ้านอื่นได้นะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Happinet ClubTGI@Homeschool

 

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
หน้าหนาวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเรื่องสุขภาพของลูกเป็นพิเศษ อย่างโรคอุจจาระร่วง หลังพบว่าผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงในปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในปี 2563 มีผู้ป่วยรวมแล้ว 802,637 ราย เสียชีวิต 4 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และอายุ 25-34 ปี โดยโรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ และสารพิษหรือสารเคมี สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุและพบได้บ่อย คือ ไวรัสโรต้า (Rotavirus) และไวรัสโนโร (Norovirus) พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  เชื้อดังกล่าวพบได้ในช่วงอากาศเย็น ผู้ป่วยที่เคยเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยผู้ปกครองควรดูแลเรื่องอาหารของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ซึ่งไวรัสนี้จะก่อให้เกิดอาการไข้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียติดต่อกัน 3-5 วัน เนื่องจากเชื้อไวรัสทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหารหรือเยื่อบุลำไส้บางลง ส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารลดลง ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำจะมีอาการรุนแรง ริมฝีปากแห้ง ปัสสาวะลดลง ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ตาโหล เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก อาจทำให้ช็อก หมดสติ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้หลัก “สุก ร้อน สะอาด” คือให้ลูกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารค้างมื้อต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทาน ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนปรุงหรือรับประทานอาหาร และภายหลังขับถ่ายหรือสัมผัสสิ่งสกปรก และที่สำคัญ ทำความสะอาดของเล่นของลูกอยู่เสมอ อ้างอิงจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=16590&deptcode=brc&news_views=3623
18 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort