fbpx

โนโรไวรัส ท้องร่วงในเด็ก

Writer : giftoun
: 9 พฤศจิกายน 2560

 

พอเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว เรื่องเชื้อโรคยังเป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะทุกที่มักมีสิ่งปนเปื้อน ถ้าเกินลูกเอาอะไรเข้าปากแล้วไม่ยอมล้างมือละก็ เชื้อโรคเข้าปากแน่นอน เป็นเหตุให้เกิดโรคท้องเสีย “โนโรไวรัส” ได้ มาทำความรู้จักกับโรคนี้กันดีกว่าค่ะ

ท้องเสียโนโรไวรัสคืออะไร ?

การติดเชื้อท้องเสียโนโรไวรัส (Norovirus) ซึ่งมีชื่อเดิมว่า Norwalk virus เป็นการติดเชื้อท้องเสียที่ไม่ใช่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหาร น้ำดื่มที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อน หรือผ่านการสัมผัสกับพื้นผิวที่มีการปนเปื้อน เช่น จาน ชาม ช้อน นั่นเอง

อาการของโนโรไวรัสเป็นอย่างไร?

ส่วนใหญ่มักทำให้มีอาการอาเจียน ปวดท้องและท้องเสีย ภายใน 12-48 ชั่วโมงหลังทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อนี้ หรือแม้แต่การสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วยรายอื่นๆก็สามารถติดได้ และอาการท้องเสียมักจะดีขึ้นภายใน 24-72 ชั่วโมง หลังจากเริ่มมีอาการป่วย อาการที่พบบ่อย คือ

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
  • ปวดท้อง
  • ปวดศีรษะ
  • มีไข้
  • ปวดเมื่อยตัว

แม้ว่าอาการคลื่นไส้อาเจียนจะดูรุนแรงพอสมควร แต่การตรวจร่างกายมักจะไม่มีอาการปวดเฉพาะที่หรือปวดเกร็งของหน้าท้อง ทำให้แยกการวินิจฉัยแยกโรคจากสาเหตุอื่นๆ ที่มีอาการและอาการแสดงที่คล้ายกันได้ยาก เช่น ภาวะลำไส้กลืนกัน ไส้ติ่งอักเสบ การติดเชื้ออาหารเป็นพิษด้วยเชื้ออื่นๆ สำหรับรายที่มีอาการอาเจียนและถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการขาดน้ำ เช่น มีไข้ อ่อนเพลียมาก มีชีพจรเบาเร็ว และมีความดันโลหิตต่ำได้

การวินิจฉัยโนโรไวรัส

สามารถวินิจฉัยโนโรไวรัสได้โดยการเก็บตัวอย่างอุจจาระส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อดูการติดเชื้อ Norovirus

การรักษาโนโรไวรัส

  • ปัจจุบันยังไม่มียาเฉพาะเจาะจงในการขจัดเชื้อไวรัสนี้ การรักษาจึงเป็นการดูแลตามอาการที่เกิดขึ้น และส่วนใหญ่อาการต่างๆ จะดีขึ้นได้ในเวลา 3-4 วัน
  • ในรายที่อาการไม่รุนแรง จะให้ดื่มน้ำเกลือแร่ ในกรณีที่มีอาเจียนและท้องเสีย ให้ทานอาหารอ่อน และให้ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง ตามอาการ
  • ในรายที่มีภาวะขาดสารน้ำค่อนข้างมาก หรือมีอาเจียน ปวดท้อง และถ่ายตลอด อาจเกิดอันตรายจากการขาดน้ำ ทำให้ช็อค ความดันโลหิตต่ำ และเสียชีวิตได้ จึงควรพิจารณาให้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด และติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด
  • ผู้ป่วยที่จะมีโอกาสเกิดอันตรายจากการขาดน้ำได้แก่ ผู้ป่วยเด็กเล็ก จึงจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ

การป้องกันโนโรไวรัส

  • ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันเชื้อโนโรไวรัส
  • การป้องกันโดยทั่วไปคือ การดูแลสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ จะช่วยลดปัญหาการติดเชื้อนี้ได้
  • ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 15 วินาที หลังการเข้าห้องน้ำหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก และก่อนทำอาหารหรือกินอาหาร
  • หลีกเลี่ยงน้ำและอาหารที่ไม่สะอาด เพราะเชื้อจะสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะในน้ำได้นาน
  • ล้างผัก ผลไม้สด ให้สะอาด ทำหอยนางรมหรือหอยชนิดอื่นให้สุกก่อนกิน
  • ทิ้งเศษอาเจียนและอุจจาระอย่างระมัดระวังโดยใช้ผ้าชุปน้ำหมาดๆซับไม่ให้มีการฟุ้งกระจาย และทิ้งลงในถุงพลาสติก
  • ผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระ แยกเสื้อผ้าคนป่วยซักต่างหากและต้องรีบซักให้สะอาดโดยเร็วหรือทิ้งให้เหมาะสม
  • เช็ดทำความสะอาดพื้นที่ปนเปื้อนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีน
  • ผู้ป่วยต้องงดการประกอบอาหาร เพราะสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้หลังจากมีอาการเป็นระยะเวลา 3 วัน
  • เด็กควรงดไปโรงเรียนหรือสถานที่รับเลี้ยงเด็กเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางจนกว่าจะหายเป็นปกติ

เห็นโรคน่ากลัวแบบนี้ ทางที่ดีคุณแม่ควรป้องกันไว้ก่อน ใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งอาหารการกิน การล้างมือให้สะอาด และหมั่นทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ เพียงเท่านี้ก็ห่างไกลจากโรคนี้แล้วล่ะค่ะ

ที่มา – bumrungrad

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



วิธีพาลูกขึ้นขนส่งสาธารณะครั้งแรก
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
10 มิถุนายน 2562
เคล็ดลับฝึกลูกให้มีสมาธิ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort