fbpx

5 เทคโนโลยีช่วยให้มีลูก มีลูกยากวิธีทางการแพทย์ช่วยได้

Writer : Lalimay
: 22 มกราคม 2562

การมีลูกอาจถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ ครอบครัว เพราะไม่ว่าจะกระตุ้นด้วยวิธีธรรมชาติอย่างไรก็ไม่มีเจ้าตัวเล็กเสียที และเมื่อจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็อาจสงสัยว่ามีรูปแบบไหนบ้าง วันนี้เราเลยรวม 5 เทคโนโลยีในการเจริญพันธุ์มาฝากค่ะ

การผสมเทียม (Intra-Uterine Insemination – IUI)

  • คัดเชื้ออสุจิที่ดีฉีดในโพรงมดลูก (ช่วงที่มีการตกไข่)
  • เหมาะกับผู้หญิงที่ไม่มีปัญหาท่อนำไข่ตัน
  • มีโอกาสสำเร็จ 15-20% (ถ้าอายุ 35-40 ปีขึ้นไป สำเร็จ 10%)
  • มีค่าใช้จ่ายไม่แพงนัก

การทำกิ๊ฟท์ (Gamete Intrafallopian Transfer – GIFT)

  • กระตุ้นไข่แล้วเก็บอสุจิมาผสมกับไข่ข้างนอก
  • ฉีดกลับเข้าไปในท่อนำไข่ของฝ่ายหญิง
  • ให้ปฏิสนธิที่ท่อนำไข่ แล้วตัวอ่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปฝังตัวที่มดลูก
  • มีโอกาสสำเร็จ 20-30%
  • คนทำน้อยลงเพราะมีขั้นตอนยุ่งยาก

การทำซิฟท์ (Zygote Intrafallopian Transfer – ZIFT)

  • เอาอสุจิผสมกับไข่ข้างนอก
  • เพาะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการจนกลายเป็น Zygote
  • ใส่กลับเข้าไปในท่อนำไข่ ด้วยการเจาะผนังหน้าท้อง
  • ไม่นิยมทำเพราะเจ็บตัวและมีราคาสูง

การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization: IVF)

  • เก็บไข่มาผสมกับอสุจิในจานทดลอง (ให้อสุจิเจาะไข่เอง) ใช้ไข่และอสุจิทั้งหมด
  • ปฏิสนธิภายนอกร่างกายจนเป็นตัวอ่อน
  • เลือกตัวอ่อนและย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูก
  • อายุต่ำกว่า 38 โอกาสสำเร็จ 30-50%
  • อายุมากกว่า 38 โอกาสสำเร็จต่ำกว่า 30%
  • นิยมทำมากในปัจจุบัน

การทำอิ๊กซี่ (Intracytoplasmic Sperm Injection – ICSI)

  • ฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่ คือ ช่วยเจาะไข่และใส่อสุจิเข้าไป โดยที่อสุจิไม่ต้องเจาะไข่เอง
  • ปฏิสนธิภายนอกร่างกายจนเป็นตัวอ่อน
  • ย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูก
  • ใช้ในกรณีที่ฝ่ายชายมีอสุจิคุณภาพไม่ดีและไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้
  • มีโอกาสสำเร็จ 30-35%

ข้อมูลอ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



มีบุตรยาก แก้ไขอย่างไรได้บ้าง
ข้อมูลทางแพทย์
สิ่งที่แม่อยากจะบอกลูก
ชีวิตครอบครัว
คุณหลงรักลูกตอนไหน
ชีวิตครอบครัว
ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
การตีไม่ใช่ทางออกของการอบรมสั่งสอนในปัจจุบันอีกต่อไป เพราะเด็กอาจไม่ได้เข้าใจถึงเหตุผลที่เขาทำผิดอย่างแท้จริง มีแต่เพียงความกลัวเท่านั้น อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการอีกด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่า การตีเด็กอาจจะส่งผลต่อการพัฒนาของระบบสมองได้ แม้จะตีเบาๆ ก็ตาม เมื่อทำการสแกนสมองของเด็กอายุ 10-11 ปี จำนวน 147 คน พบว่าเด็กที่ถูกตีและทารุณนั้น สมองของพวกเขาจะสร้างคลื่นบริเวณเยื่อหุ้มสมองที่เปรียบได้เสมือนสัญญาณของการถูกคุกคามและความหวาดกลัว ซึ่งเมื่อถูกทำบ่อยครั้งอาจส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางจิต เช่น ความวิตกกังวล สภาวะซึมเศร้า สืบเนื่องไปถึงการใช้สารเสพติดเมื่อพวกเขาโตขึ้นอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรที่จะหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงกับเด็กและหันมาสอนความแตกต่างระหว่างถูก-ผิด อย่างเข้าใจ พร้อมกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนมากกว่า เพราะการอบรมที่ดี ควรต้องปฏิบัติด้วยความอ่อนโยน การตีถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดความอับอาย และเกิดเหตุการณ์ฝังใจ แต่กลับไม่เข้าใจและไม่จดจำเหตุผลที่ทำให้โดนทำโทษ ก็จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กต่อไปเมื่อพวกเขาโตขึ้น อ้างอิงจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30686  
21 เมษายน 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort