คุณแม่ต้องรู้! การนับลูกดิ้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

Writer : Lalimay
: 19 มิถุนายน 2562

ในระหว่างการตั้งครรภ์นอกจากจะต้องดูแลเรื่องสุขภาพของคุณแม่แล้ว สุขภาพของเจ้าตัวเล็กก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องใส่ใจให้มาก ซึ่งก็มีทั้งการอัลตร้าซาวด์โดยคุณหมอและคุณแม่ก็สามารถดูสุขภาพของลูกได้ง่ายๆ จากการนับการดิ้นของลูกในครรภ์ค่ะ วันนี้เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการนับลูกดิ้นที่สำคัญๆ มาฝากคุณแม่ทุกคนค่า

ลูกดิ้นสำคัญยังไง ?

เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกในครรภ์ยังมีสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังบอกได้อีกด้วยว่าช่วงไหนที่ลูกกำลังหลับหรือตื่น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 7 เป็นต้นไป) เพราะการดิ้นจะเป็นสิ่งที่บอกว่าลูกยังมีสุขภาพดีหากมีการดิ้นอย่างสม่ำเสมอ

โดยเราจะรู้สึกว่าลูกดิ้นได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 18-20 แต่จำนวนครั้งการดิ้นอาจจะไม่เท่ากันในแต่ละวันจึงทำให้ยังนับอย่างชัดเจนไม่ได้ แต่หลังจากสัปดาห์ที่ 28 หรือเดือนที่ 7 ของการตั้งครรภ์ไปแล้ว การดิ้นของลูกจะสม่ำเสมอและค่อนข้างคงที่ คุณแม่จึงเริ่มนับการดิ้นของลูกเพื่อเฝ้าติดตามสุขภาพของเจ้าตัวเล็กในครรภ์ได้ค่ะ

แบบไหนเรียกลูกดิ้น ?

สิ่งที่แสดงออกว่าลูกกำลังดิ้นคือหน้าท้องที่ปูดออกมาเป็นช่วงๆ ของคุณแม่ค่ะ โดยเจ้าตัวเล็กอาจกำลังถีบ เตะ กระทุ้ง หมุนตัว หรือโก่งตัวอยู่ แต่การตอดต่อเนื่องยาวๆ หรือสะอึกจะไม่นับเป็นการดิ้น สำหรับองค์ประกอบที่มีผลต่อการดิ้นคือ ปริมาณน้ำคร่ำ อาหารที่คุณแม่ได้รับ ระดับน้ำตาลในเลือดของแม่ สิ่งภายนอกที่มากระตุ้น แสง เสียง

จำนวนครั้งในการดิ้นของลูก

จริงๆ ลูกดิ้นบ่อยมากในแต่ละวันค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่จะสามารถรับรู้การดิ้นของลูกได้ทั้งหมด หากมีการจับจำนวนในการดิ้นจากการใช้อุปกรณ์ตรวจนับ จริงๆ แล้วลูกอาจจะดิ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุครรภ์ที่มากขึ้น จากนั้นก็จะดิ้นน้อยลงเพราะตัวโตจนขยับลำบาก

  • 20 สัปดาห์  ลูกจะดิ้นประมาณ 200 ครั้ง ใน 12 ชั่วโมง
  • 32 สัปดาห์ ซึ่งจะดิ้นมากถึง 575 ครั้ง ในชั่วโมง
  • 40 สัปดาห์ ลูกจะดิ้นน้อยลงเหลือวันละประมาณ 282 ครั้ง ใน 12 ชั่วโมง

แต่การนับลูกดิ้นก็ต้องนับให้ครบตามจำนวนที่ควรจะเป็น ห้ามละเลยเป็นอันขาดค่ะ

วิธีการนับลูกดิ้น

1. Sadovsky Technique

นับหลังกินอาหารเสร็จซึ่งเป็นช่วงที่ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง (ลูกเลยได้รับพลังงานมากและดิ้นเก่ง) วิธีนับคือ ดิ้นไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งใน 1 ชั่วโมง (หลังจากกินอาหารอิ่มในแต่ละมื้อ) ซึ่งการขยับตัวติดต่อกันจะถือว่าเป็นการดิ้น 1 ครั้ง โดยเมื่อนับจำนวนการดิ้นหลังอาหาร 3 มื้อรวมกันแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ถือว่าปกติ

หมายเหตุ : ถ้าดิ้นน้อยกว่า 3 ครั้งใน 1 ชั่วโมง ในชั่วโมงต่อมาให้นับต่อทันทีและถ้าน้อยกว่า 3 ครั้งอีกควรไปพบแพทย์ทันที

2. การนับลูกดิ้นใน 12 ชั่วโมง

นับตั้งแต่เช้า – เย็น (เวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมง) ถ้าดิ้นมากกว่า 10 ครั้งถือว่าปกติ

3. การนับลูกดิ้นใน 1 ชั่วโมง

เลือกเวลาไหนก็ได้ที่สะดวก (แต่ต้องเป็นเวลาเดิมทุกวัน) ใน 1 ชั่วโมงต้องนับได้ 3 ครั้งหรือมากกว่า

4. Modified Cardiff Count

นับลูกดิ้นให้ครบ 10 ครั้งใน 4 ชั่วโมง (ตั้งแต่เวลา 8.00-12.00)

5. Count to Ten

นับลูกดิ้นให้ครบ 10 ครั้ง แล้วดูว่าใช้เวลาไปเท่าไหร่ ถ้าลูกดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้งต่อชั่วโมงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดกัน ถือว่าผิดปกติ ควรไปพบแพทย์

วิธีกระตุ้นให้ลูกดิ้น

วิธีกระตุ้นให้ลูกดิ้นที่ดีที่สุดคือ การสัมผัส เพราะจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองส่วนรับความรู้สึกของลูกในครรภ์ให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ลูบเองหรือคุณพ่อมาช่วยลูบ โดยควรจะลูบหน้าท้องเป็นวงกลม ถ้าจะให้ดีก็ควรพูดคุย เล่นนิทาน หรือร้องเพลงไปด้วยในช่วงเวลาเดิมเป็นประจำก็จะดีมากเลยค่ะ

ข้อแนะนำในการนับลูกดิ้นสำหรับคุณแม่

  • ท่าที่ดีที่สุดในการนับลูกดิ้นคือ นอนตะแคงซ้าย
  • ควรบันทึกการดิ้นของลูกในบริเวณที่เงียบสงบ เพราะจะทำให้รับรู้การดิ้นได้ดีขึ้น
  • ต้องบันทึกการดิ้นของลูกทุกวัน

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



มีบุตรยาก แก้ไขอย่างไรได้บ้าง
ข้อมูลทางแพทย์
วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
4S -ภาวะสตาฟิโลค็อกคอล สเกลด์ สกิน ซินโดรม (Staphylococcal Scalded Skin Syndrome) เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังปล่อยท็อกซิน ออกมาทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ ทำให้มีการหลุดลอกแบบตื้นๆ สามารถรับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ที่สัมผัสตัว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคจนเป็นอันตรายต่อผิวหนัง เราก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด ระมัดระวังเมื่อจะต้องใกล้ชิดสัมผัสตัวเด็ก อาการของโรค 4S มีอาการไข้ ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง มีหนอง เยื่อบุตาอักเสบ อาการแบบนี้รีบพาไปหาหมอ เด็กนอนดิ้นไปดิ้นมาอย่างทรมาน ผิวหนังบวมเป่ง ตุ่มใสสีแดงและเหลืองขึ้นไม่หยุด มีไข้ร่วมด้วย วิธีรับมือกับโรค 4S ดื่มนมแม่สร้างภูมิคุ้มกัน ตัดเล็บลูกให้สั้นอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ที่นอน ข้าวเครื่องใช้ของเด็ก คนใกล้ชิดล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ที่มีคนอยู่เยอะ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การป้องกัน ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กโดนคนอื่นหอมแก้ม โดยที่คนๆ นั้นยังไม่ได้ล้างหน้า หรือทำความสะอาดร่างกาย ถ้าเด็กมีไข้ ผิวหนังบวมแดง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
14 กรกฏาคม 2562