7 กลยุทธ์ พูดอย่างไร...ให้ลูกเชื่อฟัง แม้ลูกกำลังโมโหอยู่

Writer : Mneeose
: 9 กรกฏาคม 2562

ลูกดื้อ หรือซนมักเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่เป็นสิ่งที่หล่อหลอมพฤติกรรมของลูก รวมถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกด้วย คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกไปในทางที่ดีได้ด้วยวิธีการพูด หรือการสื่อสารกับลูกในเวลาที่เขาดื้อ ไม่เชื่อฟัง และต่อต้านเรานั่นเองค่ะ

ซึ่งวิธีการสื่อสารด้วยการพูดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่ามันสามารถกระทบต่อพฤติกรรม การรับฟังของลูกได้อย่างดี โดยเฉพาะในช่วงวัย 2 -5  ขวบ เเละเด็กจะเริ่มมีความคิดของตัวเอง แต่ว่าเขายังสื่อสาร และยังควบคุมอารมณ์ได้ไม่ค่อยดี จึงทำให้ใครหลายๆ คนมองว่า ลูกเรานั้นเป็นเด็กดื้อ Parents One จึงขอเสนอ 7 กลยุทธ์พูดอย่างไร…ให้ลูกเชื่อฟัง แม้ลูกกำลังโมโหอยู่ มาเป็นตัวช่วยให้กับคุณพ่อคุณแม่จัดการกับอารมณ์ของลูกนั่นเองค่ะ

กลยุทธ์ที่ 1 : เรียกชื่อลูกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะพูดให้ลูกทำอะไร

วิธีนี้จะช่วยดึงดูดความสนใจของลูกน้อยก่อน ให้เขาหันมาสนใจ และตั้งใจฟังในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กำลังจะพูด โดยวิธีการพูดนั้น คือให้เรียกชื่อลูกแล้วหยุด เรียกจนกว่าลูกจะหันมามองเราอย่างตั้งใจ แล้วถึงค่อยอธิบายเหตุผลต่างๆ ให้ลูกเข้าใจในเรื่องที่ทำให้ลูกโกรธ หรือโมโห ที่สำคัญต้องคุยกับลูกด้วยเหตุผลเป็นหลักนะคะ เช่น นุ่นลูก…… นุ่น เงยหน้ามามองแม่ก่อนนะคะ เรามาค่อยๆ คุยกันนะลูก

 

กลยุทธ์ที่ 2 : ต้องพูดให้เข้าใจง่าย สั้นและกระชับใจความ

เพราะเด็กวัยนี้ ยังไม่สามารถฟัง และทำสิ่งต่างๆ หลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน ลูกจะจับใจความได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากฟังสิ่งที่ยาวๆ เด็กก็จะงง งอแง และลืมง่ายนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อลูกกำลังโมโหให้พูดกับลูกสั้นๆ กระชับ ไม่บ่นยืดเยื้อ บอกแค่ว่าเขาทำผิดอะไร และให้โอกาสเขาได้ลองทบทวนกับตัวเองว่าผิดจริงรึเปล่า? จากนั้นค่อยหันหน้าให้ลูกเปิดใจรับฟังปัญหา และจับเข่าคุยกันค่ะ

 

กลยุทธ์ที่ 3 : ใช้น้ำเสียงให้ถูกต้อง และถูกเวลา

การคุยกับลูกด้วยเสียงที่ดัง ตะเบงหรือตะโกนกับลูกตลอดเวลา เขาจะไม่เข้าใจว่าเราต้องการจะสื่ออะไร พูดธรรมดา หรือว่ากำลังดุเขา ซึ่งอาจจะส่งผลให้เขาไม่ฟัง หรือไม่ปฏิบัติตามนะคะ ดังนั้นจึงต้องบอกให้เขาฟังว่า น้ำเสียงแบบนี้แปลว่าอะไร ? แม่กำลังโกรธอยู่นะ หรือแค่เตือน ให้เขารับรู้สิ่งที่เราต้องการที่อยากจะสื่อไปให้จริงๆ นั่นเอง ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลังค่ะ

สิ่งสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงเลย ก็คือ หากเราใช้น้ำเสียงที่ดังดุลูกบ่อยๆ อาจทำให้เขาติดพฤติกรรมจนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีจากเราตอนที่โมโหก็ได้ค่ะ

กลยุทธ์ที่ 4 : ใช้คำพูดในด้านบวก

คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามอย่าใช้คำพูดว่า “ไม่” หรือ “ห้าม” กับลูก รวมทั้งปรับเปลี่ยนการใช้คำพูดต่างๆ ให้เป็นในด้านบวกมากกว่าค่ะ เช่น ถ้าเราไม่อยากให้ลูกวิ่ง แทนที่จะบอกว่าอย่าวิ่งสิลูก ให้เปลี่ยนเป็นเดินช้าๆ สิลูก ลูกจะยอมเชื่อฟัง และปฏิบัติตามได้ง่ายกว่า

กลยุทธ์ที่ 5 : อ่อนโยน แต่เด็ดขาด

คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักการเลือกใช้คำพูดให้ลูกรู้สึกยอมฟัง หรือเรียกอีกอย่างว่า “อ่อนโยน แต่เด็ดขาด” ค่ะ เรียกว่าใช้คำพูดไม่สั่งลูกจนเกินไป แต่ก็ยังคงอ่อนโยนไม่ทำให้ลูกหวาดกลัว

กลยุทธ์ที่ 6 :  มีทางเลือกให้ลูกตัดสินใจ

หากลูกดื้อแล้วเราอยากให้ลูกทำตามในสิ่งที่เราพูด ควรเสนอทางเลือกให้เขาได้เลือกนั่นเองค่ะ เพราะลูกจะรู้สึกมีอำนาจในการตัดสินใจ เช่น หนูจะเล่นต่ออีก 1 หรือ 2 นาที ก่อนจะไปอาบน้ำดีคะ?

 

กลยุทธ์ที่ 7 : พูดให้ลูกได้คิด

คุณพ่อคุณแม่ลองพูดข้อดี ข้อเสียให้ลูกได้ลองคิดไตร่ตรอง รวมทั้งคิดถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำของตนเองว่าที่ทำลงไปนั้น ลูกทำถูก หรือทำผิด การปล่อยให้ลูกได้ลองนั่งคนเดียว หรืออยู่กับตัวเองจะช่วยให้อารมณ์ของลูกสงบลงได้ค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับ 7 กลยุทธ์ พูดอย่างไร…ให้ลูกเชื่อฟัง แม้ลูกกำลังโมโหอยู่ ที่เรานำมาบอกกัน หวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะนำไปปรับใช้กับลูกๆ ให้ไม่ดื้อไม่ซน และไม่ดุลูกด้วยน้ำเสียงที่เสียงดังนะคะ อย่าลืมว่าลูกจะโตมาเป็นคนอย่างไรในสังคม มันเริ่มต้นจากการที่ลูกถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวอย่างไรเสียมากกว่านั่นเองค่ะ

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
4S -ภาวะสตาฟิโลค็อกคอล สเกลด์ สกิน ซินโดรม (Staphylococcal Scalded Skin Syndrome) เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังปล่อยท็อกซิน ออกมาทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ ทำให้มีการหลุดลอกแบบตื้นๆ สามารถรับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ที่สัมผัสตัว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคจนเป็นอันตรายต่อผิวหนัง เราก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด ระมัดระวังเมื่อจะต้องใกล้ชิดสัมผัสตัวเด็ก อาการของโรค 4S มีอาการไข้ ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง มีหนอง เยื่อบุตาอักเสบ อาการแบบนี้รีบพาไปหาหมอ เด็กนอนดิ้นไปดิ้นมาอย่างทรมาน ผิวหนังบวมเป่ง ตุ่มใสสีแดงและเหลืองขึ้นไม่หยุด มีไข้ร่วมด้วย วิธีรับมือกับโรค 4S ดื่มนมแม่สร้างภูมิคุ้มกัน ตัดเล็บลูกให้สั้นอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ที่นอน ข้าวเครื่องใช้ของเด็ก คนใกล้ชิดล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ที่มีคนอยู่เยอะ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การป้องกัน ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กโดนคนอื่นหอมแก้ม โดยที่คนๆ นั้นยังไม่ได้ล้างหน้า หรือทำความสะอาดร่างกาย ถ้าเด็กมีไข้ ผิวหนังบวมแดง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
14 กรกฏาคม 2562