fbpx

8 เมนู อาหารเช้าสำหรับลูกน้อยวัยอนุบาล

Writer : nunzmoko
: 31 ตุลาคม 2560

อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญกับมื้อนี้ เพื่อให้ลูกน้อยมีแรงกายและสมองในการเรียนรู้ รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้ว่า อาหารมื้อเช้าของเด็กวัยนี้ควรมีพลังงานประมาณ 250-315 กิโลแคลอรี่ และให้โปรตีน 5-8 กรัม สำหรับโปรตีนไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะปกติเด็กมักได้เกินอยู่แล้ว วันนี้มีตัวอย่างเมนูอาหารเช้าสำหรับลูกน้อยวัยอนุบาลกับคุณค่าทางโภชนาการโดยประมาณมาฝากคุณพ่อคุณแม่ ตามไปดูกันเลยค่ะ

เมนูที่ 1 : ข้าวผัดแฮม

ส่วนประกอบ

  • ข้าว 1½ ทัพพี
  • แฮม 1 แผ่น
  • ไข่ 1 ฟอง
  • แครอทสับ 1 ช้อนโต๊ะ

คุณค่าทางโภชนาการ : พลังงาน 350 กิโลแคลอรี โปรตีน 11 กรัม

เมนูที่ 2 : ข้าวไข่ตุ๋นปูอัด

ส่วนประกอบ

  • ข้าว 1½ ทัพพี
  • ไข่ 1 ฟอง
  • ปูอัด 2 แท่ง
  • แครอท

คุณค่าทางโภชนาการ : พลังงาน 280 กิโลแคลอรี โปรตีน 14 กรัม

 

เมนูที่ 3 : โจ๊กหมูสับผักรวม

ส่วนประกอบ

  • ข้าว 1½ ทัพพี
  • หมู 1 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ 1 ฟอง
  • ถั่วลันเตา ข้าวโพด แครอท

คุณค่าทางโภชนาการ : พลังงาน 330 กิโลแคลอรี โปรตีน 11 กรัม

 

เมนูที่ 4 : แซนวิชไข่ดาวน้ำ + นม

ส่วนประกอบ

  • ขนมปังปิ้ง 2 แผ่น
  • ไข่ดาวน้ำ 1 ฟอง
  • ชีส 1 แผ่น
  • นม 1 กล่อง (200 มล.)

คุณค่าทางโภชนาการ : พลังงาน 385 กิโลแคลอรี โปรตีน 19 กรัม

 

เมนูที่ 5 : ข้าวต้มหมู/ไก่

ส่วนประกอบ

  • ข้าว 1½ ทัพพี
  • หมู/ไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
  • นม 1 กล่อง (200 มล.)

คุณค่าทางโภชนาการ : พลังงาน 310 กิโลแคลอรี โปรตีน 11 กรัม

 

เมนูที่ 6 : แซนวิชทูน่า + นม

ส่วนประกอบ

  • ขนมปัง 2 แผ่น
  • ปลาทูน่า 2 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือเทศ แครอท
  • นม 1 กล่อง (200 มล.)

คุณค่าทางโภชนาการ : พลังงาน 330 กิโลแคลอรี โปรตีน 14 กรัม

 

เมนูที่ 7 : ข้าวไข่เจียวกุ้งสับ

ส่วนประกอบ

  • ข้าว 1½ ทัพพี
  • ไข่ 1 ฟอง
  • กุ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

คุณค่าทางโภชนาการ : พลังงาน 360 กิโลแคลอรี โปรตีน 14 กรัม

 

เมนูที่ 8 : ข้าวหมูอบ

ส่วนประกอบ

  • ข้าว 1½ ทัพพี
  • หมู 2 ช้อนโต๊ะ
  • แครอท ถั่วลันเตา ข้าวโพด

คุณค่าทางโภชนาการ : พลังงาน 335 กิโลแคลอรี โปรตีน 12 กรัม

 

ที่มา – manager online

 

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
31 มกราคม 2561
ทำอย่างไรเมื่อลูกรัก “ติดจอ”
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563