fbpx

8 ข้อคิดดีๆ ช่วยให้คุณแม่มีความสุขมากขึ้นได้

Writer : Jicko
: 23 กันยายน 2562

ใครๆ ก็ทราบกันใช่ไหมค่ะว่า คุณแม่นั้นต้องรับมือกับอะไรบ้าง ทั้งเหนื่อย ทั้งเครียด ไหนจะต้องเลี้ยงลูก ดูแลบ้าน และสามี จนบางครั้งคุณแม่ก็ทนกับแรงรับมือไม่ไหว

แต่ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ทาง Parentsone มีข้อคิดดีๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่มีความสุขขึ้นได้ รับรองว่าถ้าคุณแม่ได้อ่านแล้ว ก็อาจจะทำให้คุณแม่ๆ สบายใจมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้นได้ค่ะ ไปดูกันเลย

แม่ทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง

ใช่แล้วค่ะ แม่ทุกคนต่างคนก็มีสกิลความเก่ง ความถนัดกันคนละอย่าง บางคนสอนการบ้านลูกเก่ง บางคนทำอาหารเก่ง บางคนทำงานบ้านเก่ง ซึ่งคุณแม่หนึ่งคนก็ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างหรอกจริงไหมคะ อย่างน้อยคุณแม่อาจจะลองหาสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี และชื่นชมกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ค่ะ แต่ถ้าส่วนไหนที่ยังทำได้ไม่ดี ก็ไม่ต้องเสียใจหรือน้อยใจไปนะคะ เพราะทุกสิ่งบนโลกนี้คุณแม่คนหนึ่งก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่องหรอกค่ะ

 

บางเรื่องก็ต้องช่างมันไปบ้าง

คุณแม่มักจะทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน นอกจากเลี้ยงลูกแล้ว ยังต้องซักผ้า จัดบ้าน เก็บของเล่น ทำสวน ทำอาหาร บางคนก็ทำงานเป็นฟรีแลนซ์อยู่บ้าน บอกได้เลยว่า งานเยอะงานแยะซะเหลือเกินค่ะ แต่คุณแม่ก็ไม่ต้องคาดหวังเพราะในหนึ่งวันถ้าทำเยอะขนาดนี้ คุณแม่ต้องหัวฟูแน่ๆ เลยค่ะ บางเรื่องเราก็ต้อง “ช่างมัน” ไปบ้าง อันไหนไม่ทัน หรือไม่ได้ดั่งใจ ลองใช่คำนี้ดูค่ะ แค่เรื่องสองเรื่องก็คงไม่เป็นอะไรหรอกจริงไหมคะ

 

บ้านรกบ้างไม่เห็นเป็นไร

บ้านไหนที่มีเด็ก บ้านนั้นต้องบอกได้เลยว่า เก็บเท่าไหร่ก็ไม่เป็นระเบียบหรอกค่ะ ยิ่งเล่นยิ่งกลับมารกอยู่ดีค่ะ คุณแม่กลับมาเก็บอีกก็สะอาดและเป็นระเบียบได้ไม่นานค่ะ คุณแม่ต้องเข้าใจก่อนว่า เพราะบ้านของเรามีเด็ก ลูกก็ต้องเล่น ก็ต้องค้น ก็ต้องรื้อกันเป็นธรรมดา บ้านรกบ้างไม่เห็นจะเป็นอะไร ลูกยิ่งเล่น ยิ่งเรียนรู้ค่ะ บ้านรกเราก็ต้องยอม เพื่อพัฒนาการของลูกค่ะ ท่องไว้นะคะ คุณแม่ๆ

 

คิดเสียว่าลูกร้องไห้ คือลูกต้องการจะสื่อสารกับเรา

คุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่ ไม่ต้องท้อถอยนะคะ หากลูกน้อยของคุณร้องไห้ ให้คิดเสียว่าที่ลูกร้องไห้นั้น เหมือนกับว่าเขาต้องการที่จะสื่อสารอะไรบางอย่างกับเรา ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ในบางครั้งลูกก็ร้องไห้ไม่หยุด จนไม่รู้จะต้องเอาใจลูกยังไงให้หยุดร้อง คุณแม่ลองพยายามทำอกเข้าใจ และเรียนรู้ว่า หากลูกร้องแบบนี้เขาจะสื่อกับเราแบบนี้ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่เปลี่ยนความรำคาญ หรือหงุดหงิดเสียร้องไห้ของลูก มาเป็นการเข้าอกเข้าใจ และสนุกสนานที่ได้คุยกับลูกนั้นเองค่ะ พอลูกร้องไห้ปุ๊ปคราวนี้แหละ คุณแม่ๆ ก็รู้ได้เลยว่า เขาต้องการอะไรกันแน่ ทั้งสนุกและเข้าใจลูกมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

 

ไม่ตั้งความหวังไว้สูงกับแผนที่วางไว้

คุณแม่หลายๆ คนพอมีลูกแล้ว ก็ต้องลาออกจากงานประจำมาทุ่มเทเวลาให้กับลูกน้อย บางคนคิดว่าการเลี้ยงลูกนั้นง่ายๆ จนคาดหวังว่าในวันๆ หนึ่งต้องทำอะไรได้หลายอย่าง จัดบ้าน ทำสวน ทำอาหาร ซักผ้า ล้างจาน ต่างๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลยค่ะ เพราะการเลี้ยงลูกนั้นเราต้องใส่ใจและยุ่งกว่าที่คิด เพราะฉะนั้นจงอย่าคาดหวังว่าจะต้องทำอะไรได้เลย เพราะจะทำให้คุณแม่เองรู้สึกท้อแท้และผิดหวังค่ะ ฉะนั้นคุณแม่ๆ เพียงแค่เลี้ยงลูกน้อยให้เต็มที่และดูแลให้ดี พอเหลือเวลาค่อยจัดสรรเวลามาทำสิ่งที่คิดไว้ทีหลังก็ได้ค่ะ

 

ความสุขมองเห็นง่ายๆ แค่อยู่รอบตัวเรา

คุณแม่บางคนเลี้ยงลูกและมักจะคิดว่า ทำไมฉันต้องมาเลี้ยงลูกคนเดียว ทั้งๆ ที่แต่ก่อนฉันทำอะไรได้หลายอย่าง จนบางครั้งก็รู้สึกท้อแท้ และสิ้นหวัง แต่ถ้าลองมองดีๆ แล้ว ความสุขนั้นอยู่ไม่ไกลจากตัวคุณแม่เลยนะคะ เพียงแค่คุณแม่ลองมองไปรอบๆ ตัว ที่มีทั้งคุณสามี คุณพ่อคุณแม่เรา หรือ พ่อแม่ของสามีเอง หรือจะเพื่อนสนิท มิตรสหายเอง ที่คอยอยู่ข้างเรา และพร้อมที่จะช่วยและให้คำปรึกษาหากมีเรื่องทุกใจอยู่เสมอ เพียงแค่เราต้องรับความช่วยเหลือของคนรอบๆ ตัว เพื่อที่คุณแม่เองจะได้มีเวลาส่วนตัวเล็กน้อยๆ บ้าง เพราะคนรอบๆ ตัว จะคอยเป็นห่วงและให้ความช่วยเหลือเสมอ โดยที่เขาไม่ลังเลเลยค่ะ

 

ปัญหาทุกอย่างจะผ่านไปเอง

คุณแม่ที่รู้สึกท้อแท้ เหน็ดเหนื่อยกับหลายสิ่งหลายอย่าง จงคิดเสมอว่า ปัญหาทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ หากเราค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ และมองโลกในแง่ดี ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ หากคุณแม่ไม่ไหวยังไงก็ยังมีคุณสามีที่อยู่เคียงข้างคุณแม่ๆ เสมอ เพียงแค่เรายื่นมือขอความช่วยเหลือ ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ และทุกปัญหา หรือทุกอย่างที่ทำให้เราลำบากใจ บางเรื่องเราก็ไม่จำเป็นต้องเก็บเอาไปคิด ให้เสียความรู้สึก ให้มันปล่อยผ่านไป แล้ววันพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปเองค่ะ

หาทางผ่อนคลาย เพื่อเติมพลังงาน

หากเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก และดูแลบ้าน คุณแม่ๆ ลองหากิจกรรมที่ชอบ หรือสิ่งที่อยากทำ มาเติมพลังงานให้กลับมาเต็มเปี่ยมให้กับชีวิตบ้าง อาจจะเดินเล่นแถวสวนหน้าบ้าน อ่านหนังสือที่ชอบ ฟังเพลงเบาๆ หรือรับประทานอาหารที่อยากทาน จิบน้ำชา คุยกับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้คุยกันนานแสนาน สิ่งเหล่านี้ก็ช่วยให้คุณแม่ๆ ผ่อนคลายได้ไปในหนึ่งวันอย่างสบายๆ ได้ค่ะ รับรองว่า กลับมาคราวนี้คุณแม่ก็จะมีพลังมาเลี้ยงลูกน้อย อย่างสบายๆ เลยค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Amarinbabyandkids

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล คุณแม่คนหนึ่งเปิดเผยว่าลูกของตนถูกคุณหมอตบหน้า จนเกิดเป็นรอยแดงช้ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ในพื้นที่ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม คุณแม่ได้พาลูกน้อยวัย 3 ขวบไปพ่นยาที่อนามัย ระหว่างรอพ่นยา คุณแม่พาลูกนั่งตัก ปล่อยให้เล่นของเล่นตามประสา ขณะนั้นเอง ลูกเผลอทำของเล่นหล่นโดนปาก และหลุดสบถคำหยาบออกมา (คุณแม่ระบุว่าลูกพูดเสียงเบามาก พึมพำกับตัวเองคนเดียว) ซึ่งทันทีที่ลูกพูดจบก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หมอที่ทำการพ่นยาตบหน้าลูกอย่างแรง เมื่อถามถึงเหตุผลก็ได้คำตอบว่า "ลูกหมอ หมอก็ทำแบบนี้" ก่อนยื่นที่พ่นยาให้แม่แล้วเดินจากไป หลังจากพ่นยาเรียบร้อย ผู้เป็นยายทราบเรื่องราวจึงถามซ้ำ คุณหมอเล่าขยายว่า "เด็กด่าเขา" ในขณะที่เด็กอธิบายว่าด่าของเล่น คุณยายเตรียมจะเดินกลับไปถามคุณหมออีกครั้ง แต่เนื่องจากมีคนไข้ท่านอื่นมารักษา ทำให้ไม่ทันได้พูดคุยกันให้จบเรื่องจบราว ภายหลังที่กลับไปอนามัยอีกครั้ง คุณยายพูดกับคุณหมอว่า "ไม่น่าตบเด็กมันเลย หน้าหลานขึ้นรอยนิ้ว 2-3 รอยเลย" และได้รับคำตอบว่า "แล้วจะทำไม งั้นก็ไม่ต้องมาให้หมอรักษา มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย" คุณแม่จึงมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเอง และทวงถามถึงจรรยาบรรณของคุณหมอ ล่าสุด คุณหมอคนดังกล่าวเปิดเผยว่า ตนตบหน้าเด็กจริง โดยวันนั้นครอบครัวพาเด็กมาพ่นยา ระหว่างซักประวัติและเตรียมยาพ่น เด็กพูดชื่อคุณหมอและเอ่ยคำหยาบคายออกมา คุณหมอจึงตบไปที่แก้มข้างซ้าย 1 ครั้ง และบอกให้แม่เด็กช่วยสอนลูกด้วย แต่คุณแม่ไม่พอใจและไปบอกกับคุณยาย คุณหมอยังกล่าวอีกว่า เรื่องตบเด็กนั้นคล้ายการตักเตือน ตนโดนเด็กด่าจะตีไม่ได้เลยเหรอ ตีครั้งเดียว ไม่ได้ใช้ไม้ ครั้งเดียวด้วยปลายนิ้วมือ มันจึงขึ้นรอยแดงเป็นแนว ไม่ใช่จู่ๆ จะตีเด็ก ส่วนเรื่องที่ไล่กลับบ้าน เพราะตนเพิ่งหายจากโควิด ลูกและภรรยาก็ติดโควิดพักอยู่ชั้นบน ที่บอกให้กลับไปเถอะ หมายถึงบริเวณนี้อันตราย ด้านนายแพทย์ วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ชี้แจงว่าได้ทำการลงพื้นที่พูดคุยกับผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพที่เกิดเหตุแล้ว ตนให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และทำการตักเตือนคุณหมอดังกล่าว และประสานงานกับกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อเข้าไปขอโทษครอบครัว ทั้งนี้…
15 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save