fbpx

รับมืออย่างไรเมื่อ"คุณแม่ต้องอดนอนจากการเลี้ยงลูก"

Writer : Jicko
: 19 พฤศจิกายน 2563

เรื่องการอดนอนถ้าเป็นคุณแม่ๆ ก็คงเข้าอกเข้าใจดีกับสถานการณ์นี้ดีว่า ต้องอดทนและเหนื่อยกายขนาดไหนกับการเลี้ยงลูกน้อยโดยเฉพาะช่วงแรกของการเป็นคุณแม่ เรียกว่าตื่นกันทุกๆ ชั่วโมงเลยทีเดียว

ซึ่งการหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทั้งนี้ทำให้คุณแม่นอนไม่เพียงพอและรู้สึกอ่อนเพลีย อีกทั้งจะสังเกตได้ว่าหากวันไหนไม่ค่อยได้นอนหนักๆ อารมณ์ของคุณแม่ๆ ก็จะแปรปรวนอีกด้วยนะคะ

วันนี้เราจะพาคุณแม่ๆ ไปดูวิธีรับมือหากวันไหนจะต้องอดนอนจากการเลี้ยงลูก จะมีวิธีไหนที่สามารถทำได้บ้างไปดูกันเลยค่ะ

1.งีบหลับพร้อมลูก

เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกนอนหลับ คุณแม่ๆ เองจะต้องงีบหลับโดยใช้เวลาไม่ควรเกิน 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ตื่นมาจะได้รู้สึกสดชื่น แต่ถ้านอนนานกว่านี้บอกเลยว่าคุณแม่ๆ อาจจะเพลียมากกว่าเดิมได้นะคะ

2.ให้คุณพ่อช่วยเลี้ยง

หากวันไหนที่คุณพ่อหยุดอยู่บ้านด้วย คุณแม่เองก็สามารถให้คุณพ่อมาเป็นผู้ช่วย ช่วยเลี้ยงโดยการเปลี่ยนกันดูแลนั่นเองค่ะ  ให้เลี้ยงสัก 2-3 ชั่วโมง ก็ทำให้คุณแม่ได้มีเวลาพักผ่อน พร้อมเปลี่ยนมาเลี้ยงลูกแบบไม่เหนื่อยล้าแล้วค่ะ

3.กาแฟสักแก้วช่วยได้

บางคนคิดว่าถ้าให้นมลูกอยู่แล้วจะทานกาแฟได้เหรอ แล้วมันจะส่งผลกระทบอะไรกับน้ำนมที่ให้ลูกหรือเปล่า คำถามนี้คุณหมอบอกว่าคุณแม่ที่ให้นมลูกนั้น “สามารถทานกาแฟนได้ แต่ต้องไม่เกินวันละ 300 มิลลิกรัม” ค่ะ ส่วนคุณแม่ๆ คนไหนที่งดกาแฟมาตั้งแต่ตั้งครรภ์ หากกลับมาดื่มกาแฟหลังคลอด ก็อาจจะทำให้ลูกน้อยไวต่อคาเฟอีนในกาแฟมากกว่าทารกที่คุณแม่ไม่ได้งดกาแฟนในช่วงตั้งครรภ์นั่นเองค่ะ ดื่มสักแก้วจะช่วยให้ตื่นพร้อมสู้รบปรบมือกับเจ้าตัวเล็กแน่นอนค่ะ

4.หยุดพักจากการทำงานบ้านก่อน

เพราะงานบ้านก็ต้องเป็นคุณแม่ที่ทำ แต่พอมามีลูกแบบนี้ก็ต้องพักไว้ก่อนจะดีที่สุดค่ะ เพราะถ้าเลี้ยงลูกไปด้วยทำงานบ้านไปด้วยยิ่งจะทำให้คุณแม่นั้นเหนื่อยกว่าเดิมมากๆ ทางที่ดีอาจจะรอให้คุณพ่อกลับมาจากการทำงานมาช่วยคุณแม่ทำงานบ้านจะดีกว่านะคะ

5.ฝึกให้ลูกนอนหลับอย่างเป็นเวลา

แรกๆ อาจจะไม่ค่อยเป็นเวลาเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่เมื่อลูกอายุเข้าสัปดาห์ที่ 6-8 คุณแม่ๆ ต้องลองให้เขาได้ฝึกเข้านอนอย่างเป็นเวลามากขึ้น โดยจะเน้นให้เขานอนกลางคืนนานขึ้น เพื่อตัวเราจะได้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่ การฝึกให้ลูกนอนเป็นเวลาอาจจะยากและใช้เวลาพอสมควร แต่ยังไงก็ตามแต่หากฝึกอย่างสม่ำเสมอ เขาก็จะชินและทำได้อย่างสบายๆ เลยล่ะค่ะ

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ไม่เป็นไร
26 สิงหาคม 2563
ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัว
4 พฤศจิกายน 2563
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama