fbpx

10 ผักเรียกน้ำนมสำหรับคุณแม่

Writer : Jicko
: 18 กันยายน 2561

คุณแม่บางคนคลอดลูกมามีน้ำนมเยอะมาก แต่บางคนหลังคลอดเจ้าตัวน้อยมา  หาน้ำนมให้ลูกน้อยยากซะเหลือเกิน แต่ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไปค่ะสำหรับเรื่องนี้ ว่าจะทำยังไงให้มีน้ำนมที่ดีและเพียงพอสำหรับลูกน้อย วันนี้เรามีสารพัดผักที่เรียกน้ำนมให้คุณแม่ๆเลือกกัน  มาดูกันเลยค่ะว่ามีผักอะไรบ้าง 

1.หัวปลี

หัวปลีถือเป็นผักที่นิยมสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนเลยทีเดียว  เพราะหัวปลีอุดมไปด้วยแคลเซียมสูง นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหาร โปรตีน ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้กับแม่ลูกอ่อนไ้ดอย่างดี และมีประโยชน์ต่อการพัฒนาการเด็ก และการเติบโตอีกด้วย เมนูแนะนำสำหรับหัวปลี ได้แก่  แกงเลียงหัวปลี ทอดมันหัวปลี หัวปลีชุบแป้งทอด เป็นต้น ยังไงคุณแม่ๆ ที่ชอบทานเมนูหัวปลีก็ลองนำไปเลือกใช้ทำดูได้เลยนะคะ

 

2.ขิง

ขิงมีสรรพคุณมากมาย เพราะว่าเจ้าขิงตัวนี้มีฤทธิ์ร้อนช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนเลือดได้ดี นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ บี1 บี2 คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแคลเซียม ช่วยในการขับลม ย่อยพวกไขมัน และลดการบีบตัวของลำไส้ แถมยังบรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง ได้อีกด้วย และที่สำคัญทำให้นำ้นมของคุณแม่ไหลได้ดีอีกด้วย สำหรับเมนูของขิงนี้ก็ทำได้หลากหลายเหมือนกัน เช่น โจ๊กไก่ใส่ขิง บัวลอยน้ำขิง หรืออาจจะชงขิงดื่มร้อนๆ ก็ยังได้ค่ะ

 

3.ฟักทอง

เจ้าฟักทองสีเหลืองๆนี้มีวิตามินเยอะมาก นั้นก็ได้แก่ วิตามินเอ บี ซี ฟอสฟอรัส และเบต้าแคโรทีน แถมเมื่อนำมาทำอาหารทานให้คุณแม่ยังช่วยขับน้ำนม และเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวสดใส และยังแก้หน้าท้องลายให้กับคุณแม่ๆได้อีกด้วย เมนูที่คุณแม่ๆ สามารถนำไปทำอาหารได้ เช่น แกงเลียงใส่ฟักทอง ฟักทองนึ่ง หรือจะเป็นของหวาน เช่นแกงบวดฟังทอง เป็นต้น

 

4.ใบแมงลัก

ใบแมงลักอุดมไปด้วย ธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบี และซีสูง แถมยังมีรสหอม ช่วยให้คุณแม่ๆมีน้ำนมไหลได้ดี และช่วยขับลม ขับเหงื่อ สามารถนำไปทำหารช่วยให้คุณแม่ๆ รับประทานเพื่อเรียกน้ำนม เช่น แกงเลียงใส่ใบแมงลัก  หรือจะรับประทานกับขนมจีน หรือใส่ในแกงป่า ก็ยังได้เลย

 

5.กุยช่าย

กุยช่าย หรือบางคนเรียกว่าดอกไม้กวาด มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และแก้ท้องผูก กุยช่ายยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ  ธาตุเหล็ก และช่วยขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย นอกจากเมื่อให้คุณแม่ๆรับประทานยังช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมไหลได้ดี เมนูอาหารส่วนใหญ่ เช่น ผัดกุยช่ายใส่ตับ ผัดดอกกุยช่ายใส่กุ้ง ผัดไทยใส่ใบกุยช่าย หรือจะเป็นขนมกุยช่าย ก็ยังได้ค่ะ

 

6.มะละกอ

มะละกอ เป็นผักผลไม้ที่เราคุ้นเคยกันดี นอกจากนี้ยังเป็นยาระบาย แถมยังมีวิตตามินเอ บี ซี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และยังมีเส้นใยอาหาร เมื่อคุณแม่ๆรับประทานแล้วยังช่วยให้น้ำนมไหลได้ดี คุณแม่อาจจะรับประทานมะละกอสุก หรือนำมะละกอดิบๆ มาทำส้มตำ ทำแกงส้ม หรือจะผัดใส่ไข่ รับประทานกันก็น่าอร่อยไปอีกแบบ

 

7.ตำลึง

ตำลึง  เป็นผักที่ช่วยบำรุงคุณแม่ๆในเรื่องน้ำนมได้เป็นอย่างดี เจ้าตำลึงนี้มีวิตามินหลายชนิดเลยค่ะ อีกทั้งยังมีธาตุเหล็ก แคลเซียม และเส้นใยอาหารที่มาก เมนูง่ายๆ สำหรับคุณแม่ เช่น ต้มจืดตำลึง แกงเลียงตำลึง ตำลึงผัดไข่ เป็นต้น คุณแม่ลองนำตำลึงไปทำอาหารดู ได้นำ้นมมากขึ้นแถมยังได้วิตามินเยอะอีกด้วย

 

8.พริกไทย

พริกไทย อุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต มีรสเผ็ดร้อน สามารถแก้โรคต่างๆได้ เช่น โรคลำไส้ แก้ปวด แก้อักเสบ เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยแก้อาการจุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย แก้อ่อนเพลีย และลดอาการอยากบุหรี่ได้แถมยังช่วยกระตุ้นให้นำ้นมไหลได้ดีเลยทีเดียว พริกไทยสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างเลย ยกตัวอย่างเมนูเช่น ไก่พริกไทยดำ สเต็กหมูพริกไทยดำ หรือจะนำมาตำ หรือกินสดๆ ก็ยังได้อีกด้วย หรือบางคนก็นำมานำเป็นส่วนผสมกับยา หรืออาหารเสริม ก็สามารถทำได้อีกด้วย

 

9.ใบกะเพรา

ใบกะเพรา อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส แถมยังมีเส้นใยอาหารที่สูง แถมยังหาได้ง่าย ความร้อนจากใบกะเพราช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด และยังทำให้คุณแม่ๆมีน้ำนมมากขึ้น ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ และนิยมนำมาประกอบอาหารกันมากมาย เช่น ผัดกะเพรา แกงป่า แกงเลียงใส่ใบกะเพรา หรือจะนำไปต้มจืดใบกะเพราก็อร่อยไม่แพ้กัน

 

10.มะรุม

มะรุม ถือเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ แถมยังทำให้คุณแม่ๆหน้าดูอ่อนกว่าวัย ผิวนุ่ม และยังสามารถฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดได้เช่น ราที่หนังศรีษะ ลดอาการผมร่วง และยังบรรเทาอาการปวดตามข้อได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มน้ำนมและสารอาหารที่สำคัญในน้ำนมแม่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายและยังส่งผลไปถึงลูกน้อยให้มีสุขภาพแข็งแรง กินได้ทั้งใบ ดอกและผักของมัน เมนูแนะนำสำหรับคุณแม่ ได้แก่ แกงส้มมะรุม แกงอ่อมยอดมะรุม หรือจะทำเป็นไข่เจียวมะรุมก็น่าอร่อยไปอีกแบบนะคะ

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ยูทูบเป็นหนึ่งในช่องทางที่น่าสนใจในการเรียนรู้ เพราะเต็มไปด้วยวิดีโอที่มีเนื้อหาน่าสนใจ ซึ่งถ้าหากเราเลือกช่องยูทูบที่เหมาะสำหรับเด็ก ก็จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีช่องยูทูบที่น่าสนใจสำหรับมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ แต่ว่าต้องอย่าลืมนะคะว่าเราไม่ควรให้ลูกที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบดูหน้าจอโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นอาจเปิดแค่เสียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วค่ะ ส่วนเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย เราก็สามารถให้ดูได้ แต่ต้องจำกัดเวลาไม่ให้เกิน 30 นาทีต่อวัน เพื่อพัฒนาการที่ดีอย่างสมวัยของลูก และคุณพ่อคุณแม่จึงควรต้องนั่งดูอยู่กับลูกด้วยนะคะ เพราะในยูทูบไม่ได้มีแต่เฉพาะเนื้อหาที่เหมาะสำหรับเด็กเพียงอย่างเดียว (more…)
24 มกราคม 2563