fbpx

สัญญาณบ่งชี้ ว่าลูกของคุณกำลังติดสมาร์ทโฟน

Writer : Jicko
: 22 พฤศจิกายน 2561

โลกปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับ IT ทั้งสิ้น โดยเฉพาะมือถือสมาร์ทโฟน ซึ่งจะเห็นได้อยู่โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นระหว่างขับรถ นั่งรถไฟฟ้า หรือเดินเล่น ก็ยังจับมือถือเล่นกันเต็มไปซะหมด ยิ่งเด็กๆ สมัยนี้ ที่เข้าถึงกับสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายมากๆ เพราะเนื่องจากการเลี้ยงดูในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดปัญหาตามมากับเด็กๆ มากมาย

วันนี้เราจึงรวมรวบสัญญาณบ่งบอกว่าลูกๆ ของคุณกำลังจะติดสมาร์ทโฟน มาให้คุณพ่อคุณแม่ไว้ไปสังเกตเด็กๆ ที่บ้านกันว่ามีพฤติกรรมแบบที่กล่าวมานี้หรือเปล่าจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

  • หยิบสมาร์ทโฟนทันทีเมื่อมีเสียงเตือน 

แม้ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตามก็จะพยายามหยิบมันขึ้นมาดูทุกครั้งเมื่อมีเสียงอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นจะลุกลี้ลุกลนหมดสมาธิกับอย่างอื่นฉับพลัน ถ้าลูกๆ ของคุณกำลังมีอาการแบบนี้ละก็ การแก้ไขก็คือหาวิธีให้ลูกวางโทรศัพท์ไว้ให้ไกลตัวที่สุด ไม่ถือติดตัวตลอดเวลา หรือให้เขาให้ความสนใจกับสิ่งที่ทำอยู่ให้เสร็จก่อนนั้นเองค่ะ

  • ไม่สนใจคนรอบข้าง หมดความสนใจในกิจกรรมครอบครัว

ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะชวนเด็กๆ ให้ทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม เขาจะบอกหรือรู้สึกว่าไม่อยากไป แม้แต่สิ่งที่เขาชอบทำอยู่บ่อยครั้งก็ตามที ถ้าคุณพ่อคุณแม่ปล่อยเด็กๆ ไว้แบบนี้ต่อไป ความสนิทสนมของครอบครัวจะยิ่งลดลงไปนะคะ ลองชวนเด็กๆ พูดคุยสื่อสาร ทำกิจกรรมข้างนอกบ่อยๆ ให้เขาลืมว่ามีสมาร์ทโฟนอยู่ เขาจะได้ไม่ต้องก้มหน้าก้มตาเล่นอยู่แบบนั้นตลอดเวลานั้นเองค่ะ

  • ตื่นสายอ่อนเพลียในตอนเช้า

ในตอนกลางคืนบางครั้งคุณพ่อคุณแม่คิดว่าเด็กๆ นอนหลับอยู่ในห้องตั้งแต่หัวค่ำแล้ว แต่เปล่าเลยค่ะ ยิ่งสมัยนี้บางครอบครัวมีทั้งคอมพิวเตอร์ในห้องยิ่งแล้วใหญ่ ยิ่งทำให้เราไม่รู้เลยว่าเขาแอบทำอะไรบ้างในห้องติดเกมบ้าง ดูหนังบ้างต่างๆ นานา ตื่นเช้ามาแทบไม่อยากลุกไปโรงเรียนเพราะเมื่อคืนนอนดึกนั้นเอง สิ่งที่จะแก้ได้ก็คือ ไม่ควรมีคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องส่วนตัวของเด็กๆ และถ้าบ้านไหนมีอินเทอร์เน็ตบ้านก็ควรปิดตัวเครื่องปล่อยสัญญาณไปเลยก็ดีค่ะ เค้าจะได้เล่นเป็นเวลานั้นเอง

  • ขาดสมาร์ทโฟนไม่ได้ จะขาดใจเหลือเกิน

ลองสังเกตดูเมื่อไหร่ที่เด็กๆ ขอเล่นสมาร์ทโฟนแล้วเราไม่ให้เขาเล่น เด็กๆ จะโวยวายร้องไห้สุดพลัง เพื่อที่จะได้เล่นมัน จนคุณพ่อคุณแม่ต้องยอมใจอ่อนให้ละก็ ถือว่าเด็กๆ อยู่ในเครือข่ายที่ติดสมาร์ทโฟนเลยนะคะ ที่เค้าเป็นแบบนี้เนื่องจากการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่สมัยนี้ด้วยที่ไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงลูก จนต้องให้สมาร์ทโฟนเลี้ยงแทนนั้นเอง วิธีการแก้ก็คือ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจให้เขา ให้ไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน หรือไม่ก็พยายามกำหนดเวลาเล่นให้กับเด็กๆ ไม่เกินวันละเท่านี้ๆ แต่อย่างน้อยไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมงนั้นเองค่ะ

  • ตั้งตารอเวลาที่จะได้เล่นสมาร์ทโฟน

ถ้าอยู่ดีๆ ลูกพูดถึงการที่จะได้เล่นสมาร์ทโฟนในครั้งต่อไป และรออย่างใจจดใจจ่อ ถามกับคุณพ่อคุณแม่อยู่เสมอๆ ว่าเมื่อไหร่หนูจะได้เล่น นั้นก็แปลว่า เด็กๆ กำลังติดสมาร์ทโฟนเลยค่ะ เขาจะพยายามตอแยเราจดได้มันมา แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าใจอ่อนเลยนะคะ ไม่งั้นเขาจะติดนิสัย และรอเวลานั้นเพื่อที่จะได้เจ้า สมาร์ทโฟนมาเล่นในครั้งต่อไปนั้นเอง

  • ใช้เวลาเล่นสมาร์ทโฟนนานขึ้นกว่าเดิม

เมื่อถึงเวลาที่กำหนดแล้ว แต่เด็กๆ ยังขอต่อรองเวลาให้นานขึ้นกว่าเดิม และมักมีอารมณ์เสียง่ายๆ กับคำพูดของคุณพ่อคุณแม่เมื่อถามถึงเวลาเล่นของเขา บางครั้งถึงขั้นโต้เถียงกันเกิดขึ้นได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมในการที่เด็กๆ ติดสมาร์ทโฟนอีกพฤติกรรมหนึ่ง เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะกำหนดเวลาให้พวกเขาอย่างชัดเจน บอกถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นเมื่อเขาเล่นนานเกินเวลาค่ะ

  • หงุดหงิดทุกครั้งที่โดนขัดใจเวลาเล่น

เมื่อเด็กๆ ขอเล่นแล้วไม่ได้เล่น อาการหงุดหงิดหรือหดหู่เวลาที่ไม่ได้เล่นสมาร์ทโฟนก็จะเกิดขึ้น แต่พอคุณพ่อคุณแม่ให้เขาได้หยิบเล่นแล้วอาการเหล่านี้หายไป นั้นแสดงว่าเด็กๆ เริ่มติดสมาร์ทโฟนแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยให้เด็กๆ ได้เล่นสมาร์ทโฟนตามลำพังบ่อยๆ โดยไม่กำหนดเวลาในแต่ละวันนะคะ ไม่อย่างงั้นแล้วเด็กๆ จะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ก้าวร้าวและนำไปสู่พฤติกรรมติดสมาร์ทโฟนในที่สุดนั้นเองค่ะ

  • แอบไปเล่นที่อื่น ที่ไม่ให้เราเห็น

ไม่ว่าจะทำยังไงก็ตาม ห้ามก็แล้วตั้งเวลาในการเล่นในแต่ละวันก็แล้ว เหมือนเด็กๆ จะทำตามแต่ก็เปล่าเลย แต่เขาพยายามแอบเล่นไม่ให้เรารู้ เพื่อปกปิดไม่ให้ถูกถามหรือว่ากล่าวจากพ่อแม่ และพยายามทำแบบนี้อยู่บ่อยๆ แสดงว่าเด็กๆ เริ่มมีพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟนแล้วนะคะ เวลาเล่นก็พยายามคุยกับเขาถึงการเล่นเวลาเล่นให้เล่นให้เราเห็น อาจจะชวนกันดูนั้นดูนี่เล่นด้วยกันกับคุณพ่อคุณแม่อย่างเป็นเวลา เค้าจะได้ไม่แอบไปเล่นโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ตัวนะคะ

  • ขาดสมาธิระหว่างทำการบ้าน

เมื่อถึงเวลาทำการบ้าน  เด็กๆ จะมีพฤติกรรมที่ทำการบ้านไปด้วยหยิบสมาร์ทโฟนมาเล่นด้วยระหว่างการทำงานหรือทำการบ้าน โดยไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องจนเสร็จ เป็นแบบนี้เสมอๆ แสดงว่าเด็กๆ เริ่มมีพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟนแล้วนะคะคุณพ่อคุณแม่ พยายามให้เด็กๆ แยกแยะระหว่างการทำการบ้านและทำอย่างอื่น ให้เขาได้มีสมาธิกับการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เสร็จก่อน แล้วค่อยให้เขาเล่นได้เมื่องานเสร็จแล้วโดยการกำหนดเวลาในการเล่นนะคะ

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้เด็กๆ เล่นสมาร์ทโฟนไปตามปกติ โดยคิดว่านี้คือเรื่องธรรมดาสำหรับยุคสมัยนี้ แต่ปัญหาติดสมาร์ทโฟนนั้นอันตรายมาก ควรรรีบดำเนินการแก้ไข เพราะมันส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันของเด็กๆ มากมาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจของเด็กๆ ด้วยนั้นเองค่ะ

ที่มา : taamkru,mahidol

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



นวด นวด นวด มานวดลูกน้อยกันเถิด
เด็กวัยแรกเกิด
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort