NEWS: งานวิจัยเผยการกินปลาจะทำให้เด็กมีไอคิวสูงและนอนหลับได้ดี

Writer : Lalimay
: 9 มกราคม 2561

หากจะกล่าวถึงเนื้อสัตว์ที่มีโปรตีนดี ย่อยง่ายและมีไขมันต่ำ ก็คงจะหนีไม่พ้น “ปลา” ค่ะ เพราะว่าในปลาอุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด และมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีผลต่อการพัฒนาสมองและดวงตา ซึ่งมีผลวิจัยออกมาว่าเด็กที่กินปลาจะทำให้มีไอคิวสูงและช่วยในเรื่องของการนอนหลับอีกด้วย

ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียที่ตีพิมพ์ลงใน the journal Scientific Report กล่าวว่า เด็กที่กินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งจะทำให้นอนหลับได้สบายขึ้นและทำให้ไอคิวสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้กินปลาหรือกินน้อยกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเพราะว่าในปลาหลายชนิดมีกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะในปลาแซลมอน ปลาซาดีนและปลาทูน่า

จากการศึกษาเด็กชาวจีนมากกว่า 500 คน ที่มีอายุระหว่าง 9-11 ปี โดยถามคำถามว่าพวกเขากินปลาบ่อยแค่ไหนในเดือนที่ผ่านมาแล้วมีตัวเลือกให้ 2 คำตอบคือ ไม่เคย กับ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งในเด็กอายุ 12 ปี จะได้ทำแบบทดสอบวัดเชาว์ปัญญาในทักษะด้านวัจนและอวัจนภาษา

เด็กที่ตอบว่ากินปลาทุกสัปดาห์มีคะแนนวัดไอคิว 4.8 สูงกว่าเด็กที่ตอบว่ากินปลาน้อยหรือไม่เคยกินปลา โดยที่นักวิจัยไม่ได้ถามถึงประเภทของปลาที่กิน ส่วนเด็กที่ตอบว่ากินปลาบางครั้งได้คะแนนไอคิวอยู่ที่ 3.3

นอกจากนี้คุณพ่อ-คุณแม่หลายคนยังให้คำตอบเกี่ยวกับการนอนหลับของเด็กว่า เด็กที่กินปลาเป็นประจำจะนอนหลับได้ดี เพราะไม่มีสิ่งรบกวนขณะนอนหลับ

นักวิจัยเล็งเห็นถึงข้อดีของการกินปลาจึงแนะนำให้ผู้ปกครองเพิ่มเมนูปลาเข้าไปในมื้ออาหารของเด็กและอย่างที่ทราบกันดีว่าปลาบางชนิดก็มีก้างน้อยและหั่นได้ง่าย จึงเหมาะที่จะนำมาประกอบอาหาร

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561