fbpx

วิธีรับมือกับลูกชอบต่อรองอย่างไรให้ได้ผล

Writer : Jicko
: 11 มิถุนายน 2562

” หนูขออีกแปปเดียวนะคะ ” ใช่ค่ะประโยคตัวอย่างนี้คุณพ่อคุณแม่มักจะได้ยินบ่อยๆ เมื่อเด็กๆ เริ่มโตและเริ่มต่อรองในเรื่องต่างๆ ได้ จนบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็เกินจะรับไหว เมื่อเขาต่อรองจนต้องแผลงฤทธิ์ตามมาจนเราต้องถอดใจ ทำตามที่เขาขอเพื่อไม่ให้ลูกงอแง

ซึ่งวันนี้ทาง ParentsOne มีแนวทางปฏิบัติเมื่อลูกชอบต่อรอง ที่ใช้ได้ได้ผลดี จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

เด็กวัยไหนที่ชอบต่อรอง

พบว่าเด็กวัย 3 – 4 ขวบ เป็นเด็กที่สามารถต่อรองเรื่องต่างๆ กับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว เนื่องจากทักษะทางภาษาของเขาเริ่มสื่อสารได้ว่าต้องการอะไร และการต่อรองกับพ่อแม่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สอนให้เด็กๆ รู้จักคิดและหาทางออกที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับได้นั้นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมล่ะคะ เพราะการต่อรองมักจะมีฝ่ายที่งอแงเสมอ และด้วยความเป็นเด็กของเขาทำให้บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจและไม่ยอมรับสิ่งที่ต่อรองจากคุณได้ เราต้องใช้เวลาค่ะ เรื่องนี้มีทางออกค่ะคุณพ่อคุณแม่

แนวทางปฏิบัติเมื่อลูกเกิดการ “ต่อรอง”

  • Kind but firm : เป็นเรื่องที่ยังไงก็ต่อรองกันไม่ได้

เป็นเรื่องที่ยังไงก็ไม่สามารถให้ลูกได้ แม้จะต่อรองกันยังไงก็ตาม กฏย่อมเป็นกฏ อย่างเช่น เรื่องการคาดเข็มขัดขณะอยู่บนรถทุกคนต้องปฏิบัติ เช่นเดียวกับลูกที่ต้องนั่งคาร์ซีท หากหนูไม่ยอมนั่งหรืองอแง คุณพ่อคุณแม่เองก็จะไม่ออกรถไปไหนทั้งนั้น เป็นต้น เพียงแค่ “เรายืนยัน ไม่ได้ก็คือไม่ได้ค่ะ”

  • ถามความคิดเห็น หรือให้ทางเลือกกับลูก 

ถ้าหากเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ซีเรียส หรือต้องทำตามต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ก็สามารถต่อรองกันได้ โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามไม่สั่งให้เขาต้องต่อรอง แต่เปลี่ยนมาเป็นการถามความคิดเห็นแทนหรืออาจจะให้ทางเลือก

เช่น ” ใกล้เวลาอาบน้ำแล้วนะลูก หนูจะอาบน้ำเมื่อไหร่ดี ” หรือ ” หนูจะดูการ์ตูนอีก 1 หรือ 2 ตอนดีคะ เราจะได้ไปนอนกัน ” เป็นต้น

  • win/win situation : เป็นการตกลงที่โอเคทั้งสองฝ่าย

ถ้าเป็นเรื่องที่ลูกก็ต่อรองได้ และคุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่แน่ใจว่าควรให้ลูกหรือเปล่า ขอแนะนำว่าให้เราและลูกช่วยกันคิด หรือตกลงกันที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจและโอเคทั้งคู่

เช่น ” แม่รู้ว่าหนูอยากดูการ์ตูนต่ออีกหลายตอน แต่ตอนนี้ถึงเวลากินข้าวแล้ว และคุณพ่อก็รอกินข้าวพร้อมกับเราอยู่ งั้นช่วยคิดซิว่า ทำยังไงให้หนูได้ดูการ์ตูนต่อแล้วเราก็ไปกินข้าวกับคุณพ่อกัน ”

ลูกก็จะตอบว่า ” งั้นหนูขอดูอีก 1 นาทีนะคะ แล้วจะรีบไปกินข้าวกับคุณพ่อกัน “/ คุณแม่พูดว่า ” ได้จ๊ะลูก งั้นอีกนาทีเดียวนะคะ ” เพียงเท่านี้ก็ถือว่า win win ทั้งคู่นะคะ

  • ท่าทีเป็นเรื่องสำคัญ

โดยการต่อรองนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะสบตากับลูกอย่างจริงจัง มีสีหน้า และท่าที ที่แสดงออกให้รู้ว่าเราเอาจริงแล้วนะ เมื่อตกลงกันแล้ว ถึงเวลาแม่จะเอาจริงนะ เมื่อลูกต่อรองถือว่าเป็นที่สิ้นสุด เมื่อครบตามเวลาที่ได้ตกลงกันแล้วทั้ง 2 ฝ่าย จะไม่มีการต่อรองเกิดขึ้นอีก ให้คุณแม่เดินเข้าไปหาลูกและสบตาเขาอย่างจริงจัง แล้วบอกลูกว่า “หมดเวลาแล้วตามที่ตกลง” แต่เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกว่ากดดันหรือบีดคั้นมากเกินไป เราอาจจะเสนอทางเลือกให้เขาเช่น ถึงเวลาปิดทีวีที่เราได้ตกลงไว้แล้วเราอาจจะถามเขาว่า “ลูกจะปิดเองหรือให้แม่ปิดคะ” เป็นต้น

  • มองโลกในแง่ดี

เมื่อเราได้เปิดใจไม่มองการต่อรองเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากนัก ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เป็นพัฒนาการในแง่ดีนะคะ เพราะนอกจากที่เราจะได้รู้ว่า ลูกของเราก็รู้จักแสดงความคิดเห็นเป็นของตัวเองแล้ว ก็ยังรู้จักต่อรองอย่างเข้าใจเหตุผล ถึงแม้จะเป็นเหตุผลที่มีความเป็นเด็กก็ตามค่ะ  ดังนั้นเราต้องฝึกเด็กๆ ให้รู้จักต่อรองอย่างมีเหตุมีผลและรับฟังเหตุผลได้นั้นเองค่ะ เมื่อลูกได้เรียนรู้ว่าเรารับฟังความต้องการของเขา ความต้องการของเราก็จะถูกลูกเข้าใจมากขึ้นเสมอค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หมอโอ๋ เลี้ยงลูกนอกบ้าน, amarinbabyandkids, หมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



5 เทคนิค ต่อรองกับลูกให้ได้ผล
ชีวิตครอบครัว
Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562